‘อนุทิน’ เข้าทำเนียบวันหยุด ติดตามรับมือน้ำท่วมหลังกลับจากหาดใหญ่
ชี้ ไม่ได้ตัดงบฯ ป้องกันน้ำท่วมตามที่ดรามา สั่ง รมช.คมนาคม ทำงานเชิงรุก เร่งรัดดำเนินโครงการขุดลอกคลอง 3 สายสำคัญ พร้อมวางแผนจัดการทั้งระบบ
วันนี้ (11 ก.ค.69) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลในวันหยุดราชการ ได้เรียกพบอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ธีรพัฒน์ คัชมาตย์อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงข้าราชการต่าง ๆในกระทรวงมหาดไทย ที่เกี่ยวข้องกับการสอบท้องถิ่น เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าในการสอบสวนผู้กระทำความผิดในการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น พร้อมหารือแนวทางการดำเนินคดี และการเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่มีมีความผิด
ต่อมา นายกรัฐมนตรี ยังได้โพสต์ข้อความ และภาพลงบนเฟซบุ๊ค เพื่อแจ้งต่อสาธารณชนด้วยว่า
“ประชุมติดตามความคืบหน้าของเรื่องการสอบท้องถิ่น และเตรียมแผนรับมืออุทกภัยกับทีมงานมหาดไทย”
ทั้งนี้ความคืบหน้าดังกล่าว เกิดขึ้นหลังนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจคันคลองระบายน้ำ ร.1 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับความเสียหายจากการกัดเซาะของกระแสน้ำ พร้อมรับฟังแผนบริหารจัดการน้ำและติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซม โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลากปีนี้
พร้อมเปิดเผยว่า อธิบดีกรมชลประทานยืนยันการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จทันกำหนด ขณะนี้กรมชลประทานได้เตรียมแผนและเสนอของบกลางเพื่อเร่งดำเนินการ ซึ่งรัฐบาลจะผลักดันให้อนุมัติก่อนสิ้นปีงบประมาณ พร้อมย้ำว่าการจัดสรรงบฯ เป็นหน้าที่ของส่วนราชการและรัฐบาล ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือพื้นที่ของพรรคใด แต่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
ด้าน ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ระบุว่า โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เทศบาลเสนอของบประมาณปี 70 ถูกปรับลดเกือบทั้งหมด เหลือเพียงเรือยาง 4 ลำ รถบรรทุก 10 ล้อ 3 คัน และโครงการถนน 1 สาย ส่วนโครงการจัดซื้อเจ็ตสกีและรายการอื่นถูกตัดออกทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าไม่ได้หารือเรื่องดังกล่าวกับนายกรัฐมนตรีในการลงพื้นที่ครั้งนี้
ณรงค์พร ยังชี้แจงกรณีงบฯ คงเหลือของเทศบาลว่า ปัจจุบันเหลือประมาณ 42 ล้านบาท จากเดิมกว่า 200 ล้านบาท เนื่องจากได้นำไปใช้ฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำท่วม ทั้งการซ่อมโรงเรียน ถนน สถานพยาบาล จัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ขุดลอกคูคลอง และจัดหาเครื่องสูบน้ำ พร้อมระบุว่าขณะนี้ดำเนินการขุดลอกคูคลองแล้วกว่า 200 กิโลเมตร เพื่อเตรียมรับมือฤดูฝนปีนี้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ภายหลังนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวตัดงบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระบุว่า รัฐบาลมีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย ซึ่งไม่ใช่แค่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่รวมถึง 4 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในทุกปี
ซึ่งหากตัดงบฯ แล้วจะมาประชุมเพื่ออะไร นายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดว่า งบกลางจะให้ไปใช้ตรงไหนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และใครจะเป็นหน่วยงานที่รับงบประมาณ นี่เป็นอำนาจของหัวหน้ารัฐบาล
ด้านความคืบหน้าแนวทางเพื่อป้องกันน้ำท่วม เช้านี้ สรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ อ.บางกล่ำ และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสภาพร่องน้ำตื้นเขินและเตรียมความพร้อมรองรับโครงการขุดลอกคลองเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม
รมช.คมนาคมกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการขานรับนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ โดยจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ภายหลังเกิดอุทกภัยใหญ่ในปีที่ผ่านมา ทำให้มีตะกอนสะสมในทางน้ำเป็นจำนวนมาก หลายจุดตื้นเขินรุนแรง มีระดับน้ำลึกเพียง 30 – 50 ซม.เท่านั้น ส่งผลให้การระบายน้ำจากพื้นที่หาดใหญ่ลงสู่ทะเลสาบสงขลาเป็นไปอย่างล่าช้า
ทั้งนี้ จึงได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า เร่งรัดดำเนินโครงการขุดลอกคลอง 3 สายสำคัญอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย คลองร.1 ระยะทาง 2,150 เมตร, คลองอู่ตะเภา ระยะทาง 1,000 เมตร และ คลองร.3 โดยจะทำการขุดลอกตะกอนโครงการละ 300,000 ลบ.ม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ
รมช.คมนาคม ยังเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมจะทำแค่การขุดลอกอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องวางแผนจัดการทั้งระบบ เช่น การหาพื้นที่ทิ้งดิน และการบำรุงรักษาร่องน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์หน้า กรมเจ้าท่าจะเชิญกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมประชุมเพื่อบูรณาการบริหารจัดการที่ดินงอก และสิ่งกีดขวางทางน้ำร่วมกัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน