โลกขานรับดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน ผู้นำนานาชาติหวังสันติภาพเปิดทางตะวันออกกลาง
วันนี้ (18 มิ.ย.2569) CNN รายงาน การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) หรือแผนสันติภาพ 14 ข้อ ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ได้รับการตอบรับในเชิงบวกจากผู้นำหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมองว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญ ในการยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน และอาจช่วยลดความตึงเครียดด้านความมั่นคงในตะวันออกกลางได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม แม้หลายฝ่ายจะมองว่าข้อตกลงดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการสันติภาพ แต่ก็ยังมีเสียงวิจารณ์จากนักการเมืองสหรัฐฯ โดยเฉพาะพรรคเดโมแครต ที่ตั้งข้อสังเกตว่าข้อตกลงฉบับนี้อาจสร้างประโยชน์ให้กับอิหร่านมากกว่าสหรัฐฯ และยังขาดรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน
ผู้นำโลกต้อนรับข้อตกลง หวังลดความตึงเครียดในภูมิภาค
ประธานาธิบดี เอมมานูแอล มาครง ของฝรั่งเศส ซึ่งได้พบหารือกับ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการประชุม G7 ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นพัฒนาการสำคัญ ที่สามารถปูทางไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน พร้อมทั้งเชื่อว่าจะช่วยลดแรงกดดัน ต่อตลาดพลังงานโลกและส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวลดลงในอนาคต
ด้าน หวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างการหารือทางโทรศัพท์กับ รมว.ต่างประเทศอิหร่านว่า "รุ่งอรุณแห่งสันติภาพมาถึงแล้ว" พร้อมแสดงความยินดีต่อการบรรลุข้อตกลง และสนับสนุนการใช้แนวทางทางการทูตเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง
ขณะที่ปากีสถาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางประสานการเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย ก็ออกมาสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าวเช่นกัน โดย นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ ระบุว่า การลงนามในระดับรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขข้อพิพาทผ่านแนวทางสันติและการเจรจา
นาโตชี้ "ทรัมป์ทำข้อตกลงได้ดี"
มาร์ค รุตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กล่าวก่อนการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมนาโต ที่กรุงบรัสเซลส์ว่า เขายินดีต่อการบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน พร้อมระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ สามารถเจรจาข้อตกลงที่ดีได้สำเร็จ
รุตเตอ ประเมินว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยลดศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน และมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
แม้การดูแลเส้นทางเดินเรือจะไม่ใช่ภารกิจโดยตรงของนาโต แต่เลขาธิการนาโตยืนยันว่า หากองค์กรสามารถมีบทบาทสนับสนุนการรักษาเสถียรภาพ และความปลอดภัยในพื้นที่ได้ ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ
สาระสำคัญของแผนสันติภาพ 14 ข้อ
ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีเป้าหมายหลัก เพื่อยุติการสู้รบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รวมถึงเปิดทางให้การขนส่งสินค้าและพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาดำเนินได้ตามปกติ
หนึ่งในสาระสำคัญคือคำมั่นของอิหร่านที่จะไม่จัดหา ไม่พัฒนา และไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญหลายด้านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังคงต้องมีการเจรจาเพิ่มเติมในอนาคต และยังไม่ได้รับการระบุรายละเอียดไว้อย่างชัดเจนในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้
ฝ่ายเดโมแครตสหรัฐฯ ตั้งคำถาม เอื้อประโยชน์ให้อิหร่านหรือไม่
แม้ผู้นำหลายประเทศจะออกมาสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าว แต่ภายในสหรัฐฯ กลับเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนมาก โดย ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา กล่าวว่าข้อตกลงนี้อาจถูกจดจำ ในฐานะหนึ่งในความล้มเหลวครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ พร้อมกล่าวโทษ ประธานาธิบดีทรัมป์ ว่าเป็นผู้เริ่มต้นความขัดแย้ง และไม่สามารถหาทางยุติสงครามได้อย่างเหมาะสม
ด้านวุฒิสมาชิก เอลิซาเบธ วอร์เรน ระบุว่า เธอสามารถมองเห็นได้ว่าอิหร่านได้รับประโยชน์จากข้อตกลงฉบับนี้อย่างไร แต่ยังไม่เห็นว่าข้อตกลงดังกล่าว จะช่วยเหลือครอบครัวชาวอเมริกันได้อย่างไร
ขณะที่วุฒิสมาชิก อดัม ชิฟฟ์ จากรัฐแคลิฟอร์เนีย วิจารณ์ว่า ข้อตกลงดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นผลดีต่ออิหร่านมากกว่าสหรัฐฯ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เนื้อหาส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงกรอบความตกลงเพื่อการเจรจาในอนาคต และยังไม่มีแรงจูงใจเพียงพอ ที่จะทำให้อิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดอย่างเป็นรูปธรรม
สันติภาพเริ่มต้นแล้ว แต่ความท้าทายยังไม่จบ
แม้การลงนามในแผนสันติภาพ 14 ข้อจะได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่หลายฝ่ายยังคงจับตาว่าอิหร่านและสหรัฐฯ จะสามารถผลักดันรายละเอียดที่เหลืออยู่ โดยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด
ข้อตกลงฉบับนี้จึงอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการสันติภาพระยะยาว ซึ่งความสำเร็จที่แท้จริง จะขึ้นอยู่กับการดำเนินการตามคำมั่นสัญญาของทั้ง 2 ฝ่ายในช่วงต่อจากนี้
อ่านข่าวอื่น :
"อนุทิน" เตรียมวัดเคพีไอ รมต.ปมสำคัญที่พรรคใหญ่เลี่ยงไม่พ้น
ปปง.เปิดประมูลเรือยอชต์หรู 2 ลำ ขายทอดตลาดมูลค่า 600 ล้านบาท
"เอกนิติ" เชื่อสหรัฐฯ-อิหร่านเซ็น MOU ช่วยหนุนฟื้นลงทุน-ราคาน้ำมัน
เจาะลึก "Pay to Fly จ่ายเพื่อบิน" เมื่อจะขับเครื่องบินต้องใช้เงินมากกว่าความพยายาม