โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน : ความคืบหน้าล่าสุด

ไทยโพสต์

อัพเดต 19 มิถุนายน 2569 เวลา 2.27 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

(ภาพประกอบ) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ถือเอกสารที่ลงนามข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ภายในพระราชวังแวร์ซายส์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส และประธานาธิบดีมาซูด ปีเซชเคียน ของอิหร่าน ถือเอกสารบันทึกความเข้าใจที่เขาลงนามเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน (Photo by Handout / various sources / IRINN via AFPTV / IRIB / AFP)

นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ถือบันทึกความเข้าใจหลังจากลงนามในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ที่กรุงอิสลามาบัด เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน (Photo by Pakistan's Prime Minister Office / AFP)

สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อยุติสงครามตะวันออกกลาง โดยมีพิธีลงนามในวันศุกร์ที่สวิตเซอร์แลนด์ซึ่งจะเป็นการเริ่มต้นช่วงเวลาการเจรจาขั้นสุดท้าย 60 วัน

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน ซึ่งเริ่มต้นจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายไปทั่วภูมิภาคและสั่นคลอนเศรษฐกิจโลก

- ราคาน้ำมันร่วง -

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือซึ่งเป็นราคาน้ำมันมาตรฐานสากล ลดลง 2.1% เหลือ 77.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี

- สหรัฐฯ และอิหร่านยืนยันการลงนาม -

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามในบันทึกความเข้าใจเมื่อวันพุธ หลังจากเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G7 ในฝรั่งเศส ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำใต้แสงเทียนที่พระราชวังแวร์ซาย

เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวโดยสำนักข่าว IRNA ของรัฐบาลว่า เอกสารดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้วด้วยการลงนามของประธานาธิบดีทั้งสอง

- มีผลบังคับใช้ทันที -

นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ระบุว่า บันทึกความเข้าใจจะมีผลบังคับใช้ทันที โดยขั้นตอนแรก สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซและสหรัฐอเมริกาจะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลทันที

ชารีฟยังยืนยันว่าปากีสถานจะเป็นเจ้าภาพจัดพิธีในสวิตเซอร์แลนด์วันศุกร์ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญนี้และเริ่มต้นการเจรจาระดับเทคนิค

- อิหร่านจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเรือ -

รัฐบาลเตหะรานย้ำแผนการที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซหลังจากครบกำหนด 60 วันตามที่ระบุไว้ในเอกสาร

หัวหน้าผู้เจรจาของอิหร่านกล่าวในการสัมภาษณ์ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับไปสู่สภาพก่อนสงคราม

"อิหร่านมีสิทธิในอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซ และแน่นอนว่าเราจะได้รับค่าตอบแทนสำหรับการบริการ" โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ กล่าว

- เงื่อนไขของข้อตกลง -

เอกสารระบุว่ารัฐบาลเตหะรานตกลงที่จะลดปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะภายใต้การกำกับดูแลของสหประชาชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป็นชัยชนะครั้งใหญ่

อิหร่านยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าประเด็นนิวเคลียร์จะถูกหารือในการเจรจาครั้งต่อไปหลังจากลงนามข้อตกลงเบื้องต้นแล้วเท่านั้น

ข้อตกลงนี้อนุญาตให้รัฐบาลเตหะรานกลับมาขายน้ำมันได้ ในขณะที่มาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดจะถูกยกเลิกหากบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายหลังจากช่วงเวลาการเจรจา 60 วัน

อิหร่านอาจได้รับเงินทุนฟื้นฟูมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันไม่มีข้อผูกมัดที่จะต้องร่วมสมทบทุนดังกล่าว

- ทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่าน -

ทรัมป์เตือนอิหร่านเมื่อวันพุธว่า เขาพร้อมที่จะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากรัฐบาลเตหะรานไม่ปฏิบัติตามพันธกรณี

"ถ้าพวกเขายังไม่ประพฤติตัวดี เราจะกลับไปทิ้งระเบิดใส่หัวพวกเขาอีกครั้ง" ทรัมป์กล่าวในการประชุมสุดยอด G7

- โจมตีเลบานอน -

กองทัพอิสราเอลประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทหารอิสราเอลเสียชีวิต 1 นายในการสู้รบทางตอนใต้ของเลบานอนเมื่อวันก่อน และยังมีทหารบาดเจ็บอีก 7 นาย

ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่ากองกำลังอิสราเอลจะยังคงอยู่ในเลบานอน เพื่อต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธฮิซบุลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

นาอิม กัสเซ็ม หัวหน้ากลุ่มฮิซบุลเลาะห์ เรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ และเรียกร้องให้เลบานอนใช้โอกาสนี้ขับไล่กองกำลังอิสราเอลออกไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...