โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ฟรีแลนซ์ 101 คู่มือการเอาตัวรอดในโลกอิสระ” เลี้ยงตัวอย่างมืออาชีพ

นิตยสารคิด

อัพเดต 22 ก.ย 2564 เวลา 04.43 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2564 เวลา 04.43 น.
freelance-101-cover

ฟรีแลนซ์ หนึ่งในอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะเสน่ห์ของการเป็นฟรีแลนซ์คือการมีอิสระในการทำงาน จากการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากรโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ณ ไตรมาสแรกของปี 2563 อาชีพฟรีแลนซ์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีจำนวนอยู่ที่ 1.3 แสนคน แม้จะมีสัดส่วนต่อการจ้างงานรวมไม่มากเพียง 0.3% ต่อการจ้างงานทั้งหมด แต่นับว่าเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงต่อเนื่อง โดยในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา แรงงานกลุ่มนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากถึง 29.9% ต่อปี ขณะที่จำนวนผู้มีงานทำในภาพรวมลดลง 0.2% ต่อปี* ยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบกับรายได้จากงานประจำในวงกว้าง ก็ยิ่งผลักดันให้เกิดฟรีแลนซ์เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

แต่การเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงมากมาย ทั้งรายได้ที่ไม่แน่นอน การว่าจ้างที่อาจขาดความต่อเนื่อง Creative Career 2021โดย CEA Online Academy จึงเปิดหลักสูตรการเรียนรู้ในหัวข้อ “PROFESSIONAL FREELANCE ฟรีแลนซ์ 101 คู่มือการเอาตัวรอดในโลกอิสระ” ผ่านคำแนะนำของ ถนอม เกตุเอม กูรูด้านภาษี เจ้าของเพจ Taxbugnoms เพื่อสร้างความพร้อมให้กับผู้สนใจได้มองเห็นโอกาสและการตั้งรับวิถีฟรีแลนซ์อย่างมืออาชีพ

วงจรชีวิตฟรีแลนซ์
ฟรีแลนซ์ทำอะไร กูรู “พี่หนอม” หรือ “นายบักหนอม” ในโลกออนไลน์ เริ่มต้นอธิบายอย่างง่าย ๆ ว่า คือการทำงานที่ฟรีแลนซ์ หรือ “ผู้รับงาน” ได้รับทำงานจาก “ผู้ว่าจ้าง” ตามข้อตกลงและลักษณะงานที่เกี่ยวข้อง

การว่าจ้างรูปแบบฟรีแลนซ์จะเป็นการทำงานชิ้นใดชิ้นหนึ่งภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างต้องการ เมื่อตกลงกันแล้ว ฟรีแลนซ์ก็ทำงาน ส่งงาน ตรวจแก้ กระทั่งส่งมอบงานครั้งสุดท้าย จึงเตรียมตัวรับเงินซึ่งมักจะได้รับหลังทำงานเสร็จแล้ว อาจมีการรับมัดจำบางส่วนบ้างบางครั้ง และใช่ว่าเสร็จแล้วจะได้เงินทันที อาจต้องรอเวลาในการจัดการเอกสารและรอบบัญชีการจ่ายเงินของผู้ว่าจ้าง ซึ่งฟรีแลนซ์ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการรับเงินด้วยเช่นกัน

“วงจรฟรีแลนซ์จะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงการตกลงเงื่อนไข ช่วงการทำงาน และช่วงของการรับเงิน ใน 3 ช่วงนี้ สิ่งที่ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยใส่ใจคือช่วงแรกกับช่วงสุดท้าย ซึ่งถ้าคุณอยากเป็น ‘ฟรีแลนซ์มืออาชีพ’ สองเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ คุณต้องมีการตกลงงานที่ชัดเจน และมีระยะเวลาการเก็บเงินที่แน่ชัด”

ในการทำงาน “พี่หนอม” เชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจอยู่แล้ว แต่ก็มีปัจจัยที่ฟรีแลนซ์ไม่ควรมองข้าม ประกอบด้วย

  • โอกาสและความยั่งยืน เนื่องเพราะฟรีแลนซ์เป็นอาชีพที่มีระยะเวลาที่จำกัด จนบางครั้งดูไม่ยั่งยืน ดังนั้น เพื่อให้ผู้ที่จะว่าจ้างนึกถึงเราเป็นคนแรก เราก็ต้องหมั่นมองหาโอกาสและสร้างความเชี่ยวชาญในงานนั้น ๆ อยู่เสมอ

  • สุขภาพ การทำงานฟรีแลนซ์มักถูกคาดหวังการส่งงานที่ทันเวลา เวลาที่เราใช้ไปกับสิ่งที่ได้มาจึงต้องมีการบริหารจัดการเวลาและการดูแลสุขภาพที่ดี

  • การวางแผนการลงทุน เราทุกคนไม่สามารถทำงานได้ตลอดชีวิต ดังนั้น การบริหารจัดการการเงิน การวางแผนเรื่องการลงทุน และการดูแลตัวเองยามเกษียณจึงเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ

โดยคุณสมบัติขั้นต้นของฟรีแลนซ์มี 2 มิติด้วยกัน มิติแรกเป็นเรื่องของความสามารถ ฟรีแลนซ์ที่เก่งและทำงานดีจะมีความสามารถและความเชี่ยวชาญในการทำให้ผลงานดีขึ้นเรื่อย ๆ โอกาสในการสร้างรายได้ก็จะเข้ามาจากการใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่เราลงมือลงแรงไป

ส่วนอีกมิติก็คือความเป็นมืออาชีพ ที่ต้องใช้ทัศนคติ การมีกรอบความคิดในการทำงานอย่างมืออาชีพ ซึ่งได้แก่ มีความรับผิดชอบในการทำงาน ส่งมอบงานตรงเวลา มีการทำสัญญาหรือตกลงเงื่อนไขกันชัดเจน รู้จักรักษาความลับของลูกค้า และมีระบบการทำงานที่ดี คือตรวจสอบได้ มีเอกสาร มีการจัดการต่าง ๆ ที่ดี

งานราบรื่นด้วยเอกสาร
เมื่อตัดสินใจเป็นฟรีแลนซ์ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือเก๋า หรือคนที่สนใจเป็นฟรีแลนซ์ กูรู “พี่หนอม” บอกว่า เรื่องเอกสารเป็นอีกเรื่องที่ฟรีแลนซ์ต้องให้ความสำคัญ เพราะการจัดการเอกสารที่ดี จะทำให้การทำงานมีความง่ายและราบรื่นมากขึ้น โดยเอกสารที่ฟรีแลนซ์ควรทำความรู้จักนั้นก็ได้แก่

  • ใบเสนอราคา (Quotation) แม้หลายคนจะรับงานและทำข้อตกลงกันง่าย ๆ ด้วยวาจา แต่การออกใบเสนอราคาในช่วงตกลงว่าจ้าง จะทำให้เรามีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับงานที่ทำ และยังทำให้ผู้ว่าจ้างเห็นความเป็นมืออาชีพของเราด้วย

  • ใบแจ้งหนี้ หรือใบวางบิล (Invoice) คือเอกสารที่ออกเพื่อขอรับเงินหลังทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีข้อดีคือทำให้ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินตรงเวลาตามที่ตกลงกัน ทั้งนี้การออกใบแจ้งหนี้หรือใบวางบิลต้องสอดคล้องกับเงื่อนไขในใบเสนอราคา และต้องเข้าใจรอบการวางบิลของผู้ว่าจ้างด้วย

  • ใบเสร็จรับเงิน เป็นเอกสารที่ออกเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้รับเงินจากผู้ว่าจ้างแล้ว ซึ่งอาจออกเป็นใบเสร็จรับเงินเลยก็ได้โดยไม่ต้องออกใบแจ้งหนี้หรือใบวางบิลในกรณีได้รับเงิน ณ วันที่ส่งมอบงาน
    “ใบแจ้งหนี้/ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงิน แนะนำว่าให้ตกลงกับผู้ว่าจ้างให้ชัดเจน เพราะแต่ละที่มีระบบระเบียบแตกต่างกัน บางที่อาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติมที่มากกว่าสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าหน้าบัญชีธนาคาร ฟรีแลนซ์จึงต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี และออกเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องเพื่อที่เราจะได้รับเงินตามเวลาที่กำหนดไว้จริง ๆ ”

  • หนังสือรับรองการหักภาษีณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) การจ้างงานฟรีแลนซ์มักมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ทั่วไปคือ 3%

“ผมขอเน้นว่ามันเป็นเอกสารที่จำเป็นมาก เพราะเราต้องใช้ในการยื่นเสียภาษีประจำปี และเป็นหลักฐานว่าผู้ว่าจ้างได้หักภาษีไว้เรียบร้อย เมื่อนำไปยื่นประกอบการเสียภาษีแล้วพบว่าเราเสียภาษีเกิน เราก็สามารถเอาเอกสารนี้มายืนยันในการขอคืนภาษีได้ ดังนั้น อย่าลืมขอทุกครั้งเมื่อมีการจ่ายเงิน และให้ได้ก่อนที่จะไปรับงานชิ้นต่อไปจะดีมาก”

วางแผนภาษีให้อุ่นใจ
เมื่อพูดมาถึงหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย กูรูภาษีผู้นี้ยังชวนคุยต่อถึงภาษีที่เกี่ยวข้องกับฟรีแลนซ์อีก 2 ประเภท คือ

  • ภาษีเงินได้ เงินที่ได้จากการทำงานในลักษณะฟรีแลนซ์ต้องเอามาคำนวณภาษีตามวิธีที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ เราจึงต้องมีความรู้ในเรื่องอัตราภาษีและการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการจัดการภาษีเงินได้ที่ง่ายขึ้น

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% แม้ฟรีแลนซ์จะมีฐานะเป็นบุคคลธรรมดา แต่ก็มีโอกาสเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ในกรณีมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น หากพบว่าเรามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทในปีใด ควรรีบจัดการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้เรียบร้อยในปีนั้น

“พอมีเรื่องของ VAT เข้ามา แปลว่าเราต้องบวกค่าการจ้างงานเพิ่มอีก 7% เพื่อไม่ให้รายได้ลดลง หรือน้อยกว่าเดิม และแนะนำว่าเราควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องภาษีเหล่านี้ด้วยเพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องภาษีย้อนหลัง”

นอกจากนี้ “พี่หนอม” ยังได้พูดถึงการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เขาแนะนำให้ใช้วิธีคำนวณจาก ‘เงินได้สุทธิ’ มากกว่าวิธีคำนวณจาก ‘เงินได้พึงประเมิน’ เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่าเมื่อคำนวณเปรียบเทียบกันแล้ว วิธีใดทำให้เสียภาษีได้มากกว่าก็ให้เสียภาษีตามวิธีนั้น ซึ่งส่วนใหญ่การคำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิมักจะได้ตัวเลขที่ต้องเสียภาษีออกมาได้มากกว่า จึงควรใช้การคำนวณด้วยวิธีนี้เป็นหลัก

ทั้งนี้ การคำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิมีหลักเบื้องต้นคือ นำรายได้ทั้งหมดตั้งแต่มกราคม-ธันวาคมในปีนั้นมาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ จนได้เป็น "รายได้สุทธิ" ที่นำมาเป็นฐานคำนวณภาษี โดยค่าลดหย่อนและอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนดไว้นั้น เป็นสิ่งที่ฟรีแลนซ์ต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความถูกต้องและทำให้เสียภาษีน้อยลงได้

ส่วนเรื่องการจัดการเงินที่โดยธรรมชาติของอาชีพฟรีแลนซ์มีรายรับต่อเดือนไม่แน่นอน บางเดือนก็อาจไม่มีเงินสดเข้ามา หรือมีมาน้อยกว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน แถมยังไม่ได้รับเงินทันทีเมื่องานเสร็จ การวางแผนบริหารจัดการการเงินของฟรีแลนซ์จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก และแนะนำให้ฟรีแลนซ์มีเงินสำรองไว้อย่างน้อย 3 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อให้การเงินหมุนเวียนดีในช่วงที่ยังไม่มีเงินสดเข้ามา

อยู่ยาว ๆ อย่างยั่งยืน
เมื่อมาถึงช่วงสุดท้ายซึ่งเป็นเรื่องของโอกาสในการเติบโตและการสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ เจ้าของเพจ Taxbugnoms ก็ได้แนะนำว่า ฟรีแลนซ์ต้องรู้จักเพิ่มทักษะเชิงลึกในสายอาชีพ นั่นคือ ต้องรู้ว่าความเชี่ยวชาญเราที่เพิ่มขึ้นเป็นแบบใด แล้วจะต่อยอดเชิงลึกของอาชีพเราไปได้อย่างไร

ขณะเดียวกันในยุคนี้ทักษะเชิงลึกอย่างเดียวอาจไม่พอ จึงต้องมองไปถึงทักษะที่จะเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราอยากทำในอนาคตด้วย เพราะเมื่อถึงจุดที่เราไม่สามารถใช้แรงงานแลกเงินได้ตลอดเวลา สิ่งที่ต้องคิดต่อไปจึงเป็นเรื่องการสร้างระบบ หรือการต่อยอดเป็นธุรกิจ ที่สามารถช่วยสร้างรายได้ต่อให้เราได้ในอนาคต เช่น ถ้าเป็นนักเขียน เราก็ต้องเปิดโอกาสตัวเองในงานที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสอนเขียน การรับจ้างเขียน การเขียนเพื่อสร้างตัวตน ฯลฯ

“สุดท้ายสำคัญมาก คือเรื่องการเก็บพอร์ตโฟลิโอ การมีผลงานเยอะ ๆ ทำให้เกิดลายเซ็นที่คนว่าจ้างจะได้เห็นผลงานเราชัดเจน เกิดภาพที่สังคมรับรู้ต่อเรา ก็จะช่วยให้เราสามารถต่อยอดได้ดีขึ้น ดังนั้นอย่าลืมเก็บผลงานของเราไว้ให้เรียบร้อย เป็นระบบ โดยปัจจุบันก็มีช่องทางในโซเชียลหรือออนไลน์มากมายที่ให้เราได้สื่อสาร และเป็นที่เก็บผลงานของเรา ที่ไหนมีก็อย่าลืมไปเก็บผลงานไว้ตรงนั้น เพื่อที่เราจะได้ต่อยอดเป็นของตัวเองในอนาคต”

และทั้งหมดคือเรื่องราวที่ “พี่หนอม” อยากฝากไว้ให้ฟรีแลนซ์ได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการงาน การเงิน การจัดการต่าง ๆ รวมถึงการต่อยอดทักษะในอนาคต โดยให้ความมั่นใจว่า ถ้าเรามีคุณสมบัติต่าง ๆ ครบถ้วน หรือมากที่สุดเท่าที่จะมีได้ ก็จะทำให้เราเป็นฟรีแลนซ์ที่เป็นมืออาชีพ และอยู่ในสายอาชีพที่เรารักนี้ได้อย่างยาวนาน

สำหรับผู้สนใจที่อยากฟังเรื่องราวในหัวข้อนี้กันแบบเต็ม ๆ หรือหากสนใจคอร์สอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถเข้าไปชมได้ที่ academy.cea.or.th

ที่มา : บทความ "‘ฟรีแลนซ์ออนไลน์’ อาชีพทางเลือกในยุค New Normal" โดย Just222 จาก marketeeronline.co

เรื่อง : อทิตยา กรรณาสุริยกุล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

กัม มะ เว คะ ภาพยนตร์สยองขวัญจากความร่วมมือ ไทย และมาเลเซีย เตรียมฉาย 26 มี.ค. นี้

THE STANDARD

หวั่นซ้ำรอย! เมื่อบรรดาศักดิ์ “เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์” คล้ายอดีตกษัตริย์ผู้ชิงราชย์

ศิลปวัฒนธรรม

ทีมวิจัยญี่ปุ่นเตรียมปล่อย “ดาวเทียมไม้” ดวงแรกของโลก ความหวังใหม่ในการกอบกู้โลกจากมลพิษและขยะอวกาศ

SPACEMAN

3 มี.ค. 69 มหาฤกษ์รอบปี วันมาฆบูชา-ลักษมีชยันตี-จันทรุปราคาเต็มดวง

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

ยายถักโครเชต์เสื้อผ้า สัตว์เลี้ยงขายได้ เจ้าเหมียว มาเป็นนางแบบหน้าร้าน ช่วยขายให้ด้วย คนมุงเต็มเลย

CatDumb

Daniel Radcliffe ขอร้องให้สื่อไม่ถามนักแสดง Harry Potter รุ่นใหม่เกี่ยวกับนักแสดงชุดเก่า

THE STANDARD
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...