“ฟรีแลนซ์ 101 คู่มือการเอาตัวรอดในโลกอิสระ” เลี้ยงตัวอย่างมืออาชีพ
ฟรีแลนซ์ หนึ่งในอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะเสน่ห์ของการเป็นฟรีแลนซ์คือการมีอิสระในการทำงาน จากการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากรโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ณ ไตรมาสแรกของปี 2563 อาชีพฟรีแลนซ์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีจำนวนอยู่ที่ 1.3 แสนคน แม้จะมีสัดส่วนต่อการจ้างงานรวมไม่มากเพียง 0.3% ต่อการจ้างงานทั้งหมด แต่นับว่าเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงต่อเนื่อง โดยในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา แรงงานกลุ่มนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากถึง 29.9% ต่อปี ขณะที่จำนวนผู้มีงานทำในภาพรวมลดลง 0.2% ต่อปี* ยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบกับรายได้จากงานประจำในวงกว้าง ก็ยิ่งผลักดันให้เกิดฟรีแลนซ์เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
แต่การเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงมากมาย ทั้งรายได้ที่ไม่แน่นอน การว่าจ้างที่อาจขาดความต่อเนื่อง Creative Career 2021โดย CEA Online Academy จึงเปิดหลักสูตรการเรียนรู้ในหัวข้อ “PROFESSIONAL FREELANCE ฟรีแลนซ์ 101 คู่มือการเอาตัวรอดในโลกอิสระ” ผ่านคำแนะนำของ ถนอม เกตุเอม กูรูด้านภาษี เจ้าของเพจ Taxbugnoms เพื่อสร้างความพร้อมให้กับผู้สนใจได้มองเห็นโอกาสและการตั้งรับวิถีฟรีแลนซ์อย่างมืออาชีพ
วงจรชีวิตฟรีแลนซ์
ฟรีแลนซ์ทำอะไร กูรู “พี่หนอม” หรือ “นายบักหนอม” ในโลกออนไลน์ เริ่มต้นอธิบายอย่างง่าย ๆ ว่า คือการทำงานที่ฟรีแลนซ์ หรือ “ผู้รับงาน” ได้รับทำงานจาก “ผู้ว่าจ้าง” ตามข้อตกลงและลักษณะงานที่เกี่ยวข้อง
การว่าจ้างรูปแบบฟรีแลนซ์จะเป็นการทำงานชิ้นใดชิ้นหนึ่งภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างต้องการ เมื่อตกลงกันแล้ว ฟรีแลนซ์ก็ทำงาน ส่งงาน ตรวจแก้ กระทั่งส่งมอบงานครั้งสุดท้าย จึงเตรียมตัวรับเงินซึ่งมักจะได้รับหลังทำงานเสร็จแล้ว อาจมีการรับมัดจำบางส่วนบ้างบางครั้ง และใช่ว่าเสร็จแล้วจะได้เงินทันที อาจต้องรอเวลาในการจัดการเอกสารและรอบบัญชีการจ่ายเงินของผู้ว่าจ้าง ซึ่งฟรีแลนซ์ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการรับเงินด้วยเช่นกัน
“วงจรฟรีแลนซ์จะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงการตกลงเงื่อนไข ช่วงการทำงาน และช่วงของการรับเงิน ใน 3 ช่วงนี้ สิ่งที่ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยใส่ใจคือช่วงแรกกับช่วงสุดท้าย ซึ่งถ้าคุณอยากเป็น ‘ฟรีแลนซ์มืออาชีพ’ สองเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ คุณต้องมีการตกลงงานที่ชัดเจน และมีระยะเวลาการเก็บเงินที่แน่ชัด”
ในการทำงาน “พี่หนอม” เชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจอยู่แล้ว แต่ก็มีปัจจัยที่ฟรีแลนซ์ไม่ควรมองข้าม ประกอบด้วย
โอกาสและความยั่งยืน เนื่องเพราะฟรีแลนซ์เป็นอาชีพที่มีระยะเวลาที่จำกัด จนบางครั้งดูไม่ยั่งยืน ดังนั้น เพื่อให้ผู้ที่จะว่าจ้างนึกถึงเราเป็นคนแรก เราก็ต้องหมั่นมองหาโอกาสและสร้างความเชี่ยวชาญในงานนั้น ๆ อยู่เสมอ
สุขภาพ การทำงานฟรีแลนซ์มักถูกคาดหวังการส่งงานที่ทันเวลา เวลาที่เราใช้ไปกับสิ่งที่ได้มาจึงต้องมีการบริหารจัดการเวลาและการดูแลสุขภาพที่ดี
การวางแผนการลงทุน เราทุกคนไม่สามารถทำงานได้ตลอดชีวิต ดังนั้น การบริหารจัดการการเงิน การวางแผนเรื่องการลงทุน และการดูแลตัวเองยามเกษียณจึงเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ
โดยคุณสมบัติขั้นต้นของฟรีแลนซ์มี 2 มิติด้วยกัน มิติแรกเป็นเรื่องของความสามารถ ฟรีแลนซ์ที่เก่งและทำงานดีจะมีความสามารถและความเชี่ยวชาญในการทำให้ผลงานดีขึ้นเรื่อย ๆ โอกาสในการสร้างรายได้ก็จะเข้ามาจากการใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่เราลงมือลงแรงไป
ส่วนอีกมิติก็คือความเป็นมืออาชีพ ที่ต้องใช้ทัศนคติ การมีกรอบความคิดในการทำงานอย่างมืออาชีพ ซึ่งได้แก่ มีความรับผิดชอบในการทำงาน ส่งมอบงานตรงเวลา มีการทำสัญญาหรือตกลงเงื่อนไขกันชัดเจน รู้จักรักษาความลับของลูกค้า และมีระบบการทำงานที่ดี คือตรวจสอบได้ มีเอกสาร มีการจัดการต่าง ๆ ที่ดี
งานราบรื่นด้วยเอกสาร
เมื่อตัดสินใจเป็นฟรีแลนซ์ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือเก๋า หรือคนที่สนใจเป็นฟรีแลนซ์ กูรู “พี่หนอม” บอกว่า เรื่องเอกสารเป็นอีกเรื่องที่ฟรีแลนซ์ต้องให้ความสำคัญ เพราะการจัดการเอกสารที่ดี จะทำให้การทำงานมีความง่ายและราบรื่นมากขึ้น โดยเอกสารที่ฟรีแลนซ์ควรทำความรู้จักนั้นก็ได้แก่
ใบเสนอราคา (Quotation) แม้หลายคนจะรับงานและทำข้อตกลงกันง่าย ๆ ด้วยวาจา แต่การออกใบเสนอราคาในช่วงตกลงว่าจ้าง จะทำให้เรามีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับงานที่ทำ และยังทำให้ผู้ว่าจ้างเห็นความเป็นมืออาชีพของเราด้วย
ใบแจ้งหนี้ หรือใบวางบิล (Invoice) คือเอกสารที่ออกเพื่อขอรับเงินหลังทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีข้อดีคือทำให้ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินตรงเวลาตามที่ตกลงกัน ทั้งนี้การออกใบแจ้งหนี้หรือใบวางบิลต้องสอดคล้องกับเงื่อนไขในใบเสนอราคา และต้องเข้าใจรอบการวางบิลของผู้ว่าจ้างด้วย
ใบเสร็จรับเงิน เป็นเอกสารที่ออกเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้รับเงินจากผู้ว่าจ้างแล้ว ซึ่งอาจออกเป็นใบเสร็จรับเงินเลยก็ได้โดยไม่ต้องออกใบแจ้งหนี้หรือใบวางบิลในกรณีได้รับเงิน ณ วันที่ส่งมอบงาน
“ใบแจ้งหนี้/ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงิน แนะนำว่าให้ตกลงกับผู้ว่าจ้างให้ชัดเจน เพราะแต่ละที่มีระบบระเบียบแตกต่างกัน บางที่อาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติมที่มากกว่าสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าหน้าบัญชีธนาคาร ฟรีแลนซ์จึงต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี และออกเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องเพื่อที่เราจะได้รับเงินตามเวลาที่กำหนดไว้จริง ๆ ”หนังสือรับรองการหักภาษีณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) การจ้างงานฟรีแลนซ์มักมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ทั่วไปคือ 3%
“ผมขอเน้นว่ามันเป็นเอกสารที่จำเป็นมาก เพราะเราต้องใช้ในการยื่นเสียภาษีประจำปี และเป็นหลักฐานว่าผู้ว่าจ้างได้หักภาษีไว้เรียบร้อย เมื่อนำไปยื่นประกอบการเสียภาษีแล้วพบว่าเราเสียภาษีเกิน เราก็สามารถเอาเอกสารนี้มายืนยันในการขอคืนภาษีได้ ดังนั้น อย่าลืมขอทุกครั้งเมื่อมีการจ่ายเงิน และให้ได้ก่อนที่จะไปรับงานชิ้นต่อไปจะดีมาก”
วางแผนภาษีให้อุ่นใจ
เมื่อพูดมาถึงหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย กูรูภาษีผู้นี้ยังชวนคุยต่อถึงภาษีที่เกี่ยวข้องกับฟรีแลนซ์อีก 2 ประเภท คือ
ภาษีเงินได้ เงินที่ได้จากการทำงานในลักษณะฟรีแลนซ์ต้องเอามาคำนวณภาษีตามวิธีที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ เราจึงต้องมีความรู้ในเรื่องอัตราภาษีและการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการจัดการภาษีเงินได้ที่ง่ายขึ้น
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% แม้ฟรีแลนซ์จะมีฐานะเป็นบุคคลธรรมดา แต่ก็มีโอกาสเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ในกรณีมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น หากพบว่าเรามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทในปีใด ควรรีบจัดการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้เรียบร้อยในปีนั้น
“พอมีเรื่องของ VAT เข้ามา แปลว่าเราต้องบวกค่าการจ้างงานเพิ่มอีก 7% เพื่อไม่ให้รายได้ลดลง หรือน้อยกว่าเดิม และแนะนำว่าเราควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องภาษีเหล่านี้ด้วยเพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องภาษีย้อนหลัง”
นอกจากนี้ “พี่หนอม” ยังได้พูดถึงการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เขาแนะนำให้ใช้วิธีคำนวณจาก ‘เงินได้สุทธิ’ มากกว่าวิธีคำนวณจาก ‘เงินได้พึงประเมิน’ เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่าเมื่อคำนวณเปรียบเทียบกันแล้ว วิธีใดทำให้เสียภาษีได้มากกว่าก็ให้เสียภาษีตามวิธีนั้น ซึ่งส่วนใหญ่การคำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิมักจะได้ตัวเลขที่ต้องเสียภาษีออกมาได้มากกว่า จึงควรใช้การคำนวณด้วยวิธีนี้เป็นหลัก
ทั้งนี้ การคำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิมีหลักเบื้องต้นคือ นำรายได้ทั้งหมดตั้งแต่มกราคม-ธันวาคมในปีนั้นมาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ จนได้เป็น "รายได้สุทธิ" ที่นำมาเป็นฐานคำนวณภาษี โดยค่าลดหย่อนและอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนดไว้นั้น เป็นสิ่งที่ฟรีแลนซ์ต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความถูกต้องและทำให้เสียภาษีน้อยลงได้
ส่วนเรื่องการจัดการเงินที่โดยธรรมชาติของอาชีพฟรีแลนซ์มีรายรับต่อเดือนไม่แน่นอน บางเดือนก็อาจไม่มีเงินสดเข้ามา หรือมีมาน้อยกว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน แถมยังไม่ได้รับเงินทันทีเมื่องานเสร็จ การวางแผนบริหารจัดการการเงินของฟรีแลนซ์จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก และแนะนำให้ฟรีแลนซ์มีเงินสำรองไว้อย่างน้อย 3 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อให้การเงินหมุนเวียนดีในช่วงที่ยังไม่มีเงินสดเข้ามา
อยู่ยาว ๆ อย่างยั่งยืน
เมื่อมาถึงช่วงสุดท้ายซึ่งเป็นเรื่องของโอกาสในการเติบโตและการสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ เจ้าของเพจ Taxbugnoms ก็ได้แนะนำว่า ฟรีแลนซ์ต้องรู้จักเพิ่มทักษะเชิงลึกในสายอาชีพ นั่นคือ ต้องรู้ว่าความเชี่ยวชาญเราที่เพิ่มขึ้นเป็นแบบใด แล้วจะต่อยอดเชิงลึกของอาชีพเราไปได้อย่างไร
ขณะเดียวกันในยุคนี้ทักษะเชิงลึกอย่างเดียวอาจไม่พอ จึงต้องมองไปถึงทักษะที่จะเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราอยากทำในอนาคตด้วย เพราะเมื่อถึงจุดที่เราไม่สามารถใช้แรงงานแลกเงินได้ตลอดเวลา สิ่งที่ต้องคิดต่อไปจึงเป็นเรื่องการสร้างระบบ หรือการต่อยอดเป็นธุรกิจ ที่สามารถช่วยสร้างรายได้ต่อให้เราได้ในอนาคต เช่น ถ้าเป็นนักเขียน เราก็ต้องเปิดโอกาสตัวเองในงานที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสอนเขียน การรับจ้างเขียน การเขียนเพื่อสร้างตัวตน ฯลฯ
“สุดท้ายสำคัญมาก คือเรื่องการเก็บพอร์ตโฟลิโอ การมีผลงานเยอะ ๆ ทำให้เกิดลายเซ็นที่คนว่าจ้างจะได้เห็นผลงานเราชัดเจน เกิดภาพที่สังคมรับรู้ต่อเรา ก็จะช่วยให้เราสามารถต่อยอดได้ดีขึ้น ดังนั้นอย่าลืมเก็บผลงานของเราไว้ให้เรียบร้อย เป็นระบบ โดยปัจจุบันก็มีช่องทางในโซเชียลหรือออนไลน์มากมายที่ให้เราได้สื่อสาร และเป็นที่เก็บผลงานของเรา ที่ไหนมีก็อย่าลืมไปเก็บผลงานไว้ตรงนั้น เพื่อที่เราจะได้ต่อยอดเป็นของตัวเองในอนาคต”
และทั้งหมดคือเรื่องราวที่ “พี่หนอม” อยากฝากไว้ให้ฟรีแลนซ์ได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการงาน การเงิน การจัดการต่าง ๆ รวมถึงการต่อยอดทักษะในอนาคต โดยให้ความมั่นใจว่า ถ้าเรามีคุณสมบัติต่าง ๆ ครบถ้วน หรือมากที่สุดเท่าที่จะมีได้ ก็จะทำให้เราเป็นฟรีแลนซ์ที่เป็นมืออาชีพ และอยู่ในสายอาชีพที่เรารักนี้ได้อย่างยาวนาน
สำหรับผู้สนใจที่อยากฟังเรื่องราวในหัวข้อนี้กันแบบเต็ม ๆ หรือหากสนใจคอร์สอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถเข้าไปชมได้ที่ academy.cea.or.th
ที่มา : บทความ "‘ฟรีแลนซ์ออนไลน์’ อาชีพทางเลือกในยุค New Normal" โดย Just222 จาก marketeeronline.co
เรื่อง : อทิตยา กรรณาสุริยกุล