โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮากระจาย! ‘งูเห่า’ กินคางคกหัวติดกระป๋องแป้งแผ่แม่เบี้ยขู่ฟ่อ

แนวหน้า

เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 12.08 น.

วันที่ 7 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกสังคมออนไลน์ได้แชร์ภาพงูเห่าขนาดใหญ่ ที่หัวไปติดอยู่ภายในกระป่องแป้งแล้วออกมาไม่ได้เลื้อยไปมาอยู่ที่บริเวณข้างบ้านเลขที่ 26หมู่ 11 ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ที่เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกใต้ถุนสูง และมีห้องน้ำสร้างด้วยปูนอยู่บริเวณข้างบ้าน

โดยนางเรณู พรหมโชติ อายุ 32 ปี ได้ทำการถ่ายภาพวีดีโอบักทึกไว้เป็นหลักฐาน แล้วทำการแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อทำการช่วยเหลืองูเห่าหวั่นว่าจะอดอาหารตาย ซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึงพบว่างูตัวดังกล่าว  หัวของมันได้หลุดออกจากกระป๋องแป้งแล้ว และได้หนีเลื่อยหนีเข้าไปในป่าข้างบ้าน โดยทิ้งกระป๋องแป้งและซากคางคกไว้เป็นหลักฐานเอาไว้ให้เจ้าหน้าที่ดูต่างหน้าในที่เกิดเหตุ

 

 

นางเรณู เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตนได้เดินเพื่อไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ห่างจากตัวบ้านไปประมาณ 3 เมตร ก็ได้พบว่ามีงูเห่าตัวขนาดใหญ่ยาวประมาณ 1.5 เมตร หัวไปติดอยู่ภายในกระป๋องแป้งพลาสติก แล้วออกมาไม่ได้ จึงได้เลื้อยไปมาอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำและชูคอพร้อมขู่ฟ่อๆ อยู่ตลอดเวลา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อขอความช่วยเหลือให้มาจับงู หากปล่อยไว้อาจจะออดอาหารตายได้ พร้อมกับถ่ายวีดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐานและได้เรียกลูกสาวออกมาดู

 

 

เมื่อลูกสาวเห็นหัวงูติดอยู่ภายในกระป๋องแป้งถึงกับฮาหัวเราะไม่หยุด บอกกับตนว่า “แป้งตรางูของแท้” และถ่ายภาพส่งขึ้นสังคมออนไลน์ โดยเจ้างูเห่านั้นก็ขู่ไม่ยอมหยุดและชูหัวไปมาและลงไปนอนนิ่งสักครู่ และหัวงูก็หลุดจากกระป๋องแป้งและเลื้อยหนีเข้าป่าข้างบ้านไป โดยทิ้งกระป่องแป้ง และซากคางคกไว้เป็นหลักฐาน คาดว่าลูกคางคกคงไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในกระป่องแป้ง และเจ้างูเห่าเข้าไปกินแล้วเมื่อรู้ว่ามีคนมาจึงแผ่แม่เบี้ยพร้อมขู่อยู่นาน เมื่อเห็นว่าหัวออกมาไม่ได้แล้วจึงนอนนิ่งขย่อนลูกคางคกออกมาและหยุดแผ่แม่เบี้ยจึงทำให้หัวงูเห่าออกมาได้อย่างปลอดภัย

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...