โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบแล้ว'สาวอุดร'แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังกลับจากปอยเปต เล่าเบื้องหลังทำงานตุ๋นเรื่อง 18 บวก

แนวหน้า

เผยแพร่ 16 ก.พ. 2568 เวลา 17.00 น.

กรรมติดจรวด"สาวอุดรฯ"เดินทางไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กัมพูชา หลังกลับไทยเจอตำรวจจับตามหมายเพื่อดำเนินคดีที่ จ.น่าน พร้อมเปิดใจยอมรับชะตากรรม เดินทางไปทำงานไม่ได้เต็มใจ แต่มีความจำเป็นต้องหาเงินเลี้ยงชีพ ยอมรับไปทำหน้าที่หลอกลวงทางแชทข้อความปลอมเป็นหญิงสาวสวยหลอกหนุ่มคุยเรื่อง 18 บวก

วันนี้ (17 ก.พ.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี น.ส.บุษรา หรือโบ๊ท ชาวบ้านต.โพนสูง อ.ไชยวาน จ.อุดรธานีอายุ 18 ปี ไปทำงานอยู่กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และโทรศัพท์กลับมาร้องไห้ขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ไทยว่าอยากจะกลับบ้านแต่กลัวว่าจะติดคุกเพราะมีหมายจับ อีกทั้งตอนนี้กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์บอกว่าต้องจ่ายเงิน 1,000 ดอลลาร์ ถึงจะยอมปล่อยตัว ตามที่นำเสนอข่าวไปเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 68 และต่อมาน.ส.บุษรา หรือโบ๊ท ได้เดินทางกลับมาเองโดยญาติไม่ต้องจ่ายกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ล่าสุดหลังน.ส.บุษรา หรือโบ๊ท เดินกลับมาเองเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผกก.สภ.ไชยวาน พร้อมตร.ชุดสืบสวน เดินทางไปที่บ้านนพเก้า หมู่ 10 ต.โพนสูง อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี เพื่อจับกุมตัว น.ส.บุษรา หรือโบ๊ท ตามหมายจับของศาลเยาวชน จ.น่าน และพาตัวมาบันทึกก่อนส่งตัวให้สถานีตำรวจพื้นที่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

น.ส.บุษรา เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า ตนไปทำงานที่นั่น ไม่ได้เต็มใจจะอยากไปทำงานร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เลย สาเหตุที่ไปเพราะตนถูกหลอกให้ไป ตอนแรกพี่รู้จักกันเขาบอกว่าจะพาไปทำงานที่บาร์ จังหวัดชลบุรี แต่มารู้อีกทีก็ข้ามประเทศไปแล้ว เท่าที่จำได้ข้ามไปที่ปอยเปต ประมาณช่วงเดือนพ.ย.67 ที่ตนทำงานนั้นมีคนไทยประมาณ 200 กว่าคน เมื่อไปถึงหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็ให้ทำหน้าที่หาเหยื่อโดยคุยหลอกลวงทางแชทข้อความทั้งไลน์และเฟสบุ๊ค โดยปลอมเป็นหญิงสาวสวยๆ เคยโกหกหาข้อมูลแบล็คเมล์ ซึ่งข้อความนั้นก็จะคุยหาเหยื่อแต่ผู้ชายและคุยเรื่อง 18 บวก เท่าที่จำได้ตนเคยหลอก ผู้เสียหายที่จำหน่ายอะไหล่รถยนต์โดยตอนนั้นได้เงินมาประมาณ 50,000 บาท

น.ส.บุษบา กล่าวอีกว่า ที่ตนออกมาและกลับบ้านมาอย่างปลอดภัยเพราะหลังจากที่ตนขอความช่วยเหลือขอกลับมาบ้าน พวกกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์เห็นข่าวที่ตนผ่านสื่อมวลชนไปเมื่อวันที่ 4 ก.พ.68 ที่ผ่านมา พวกเขาจึงปล่อยให้ตนออกมา ตั้งแต่ตนไปทำงานที่นั่นไม่เคยถูกทำร้ายร่างกาย แต่เคยถูกลงโทษโดยการให้วิ่งขึ้นลงบันได 3 รอบ ตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 10 ซึ่งเหตุผลที่เขาทำโทษนั้นก็เนื่องจากทำยอดไม่ถึง ส่วนค่าตอบแทนที่ได้เขาให้เดือนละ 17,000 บาท แต่ก็ถูกหักไม่รู้ว่าหักอะไรบ้างหักจนหมดหักจนไม่เหลืออะไรจึงอยากกลับมาบ้าน

“ตอนนี้กลับมาบ้านได้ยังรู้สึกกังวลเพราะกลัวแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะกลับมาทำร้าย เนื่องจากก่อนที่จะกลับมากลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้เอาโทรศัพท์ตนเองไปโดยคิดว่าเขาน่าจะจับสัญญาณ GPS ติดตามตนได้"

น.ส.บุษรา เล่าต่ออีกว่า หัวหน้าบงการแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น เท่าที่รู้เป็นคนจีน แต่จะมีคนไทยคอยเป็นผู้จัดการอีกครั้งหนึ่ง สำหรับคนที่ทำงานไม่ได้นั้นก็จะถูกทำร้ายร่างกายทั้งทุบตีและใช้ไฟฟ้าช็อตมีเยอะมาก

ทางด้านพ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผกก.สภ.ไชยวาน เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาหมื่น จังหวัดน่านว่า ได้โอนเงินให้กับน.ส.บุษรา หรือโบ๊ท ซึ่งเป็นบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขออนุมัติศาลออกหมายจับและดำเนินการจับกุมตามหมายศาล หลังจากนี้เราจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. นาหมื่น มารับตัวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.พ.67 ที่ผ่านมา (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สาวอุดรฯวัย 18 ร่ำไห้อยากกลับบ้าน หลังไปทำงานแก๊งคอลฯที่กัมพูชา วอนตร.ช่วยด้วย)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...