“คิด” ชวนไปเปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในงาน Chiang Mai Design Week ครั้งที่ 9 แปลงเปลี่ยน เสริมสร้าง ต่อยอด ของพื้นถิ่น สู่ความเป็นไปได้ที่ไม่รู้จบ
เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week) ถือเป็นเทศกาลพี่ใหญ่ในตระกูลเทศกาลงานออกแบบประจำปี (Design Festivals) ที่จัดมาอย่างต่อเนื่องและกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้วในปี 2023 นี้ โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA โดยในปีนี้ #CMDW2023 มาในแนวคิด ‘Transforming Local: ปรับตัว ต่อยอด ท้องถิ่น เติบโต’
เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น ประวัติศาสตร์ของเรื่องราวพื้นถิ่นถูกก่อร่างสร้างมาอย่างยาวนาน ในยุคที่ความทันสมัยถูกแทรกซึมผ่านปัจจัยทางวัฒนธรรมอย่างไม่ลดละ เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่จึงหยิบฉวยข้อดีของปรากฏการณ์นี้มาใช้ นั่นคือการนำ “ของพื้นถิ่น” มาปรับแปลงใหม่ ให้เคลื่อนผ่านเข้าสู่ความไม่รู้จบของโอกาสที่จะสามารถต่อยอดได้จากภูมิปัญญา
การส่งเสริม ปรับตัว และต่อยอดในครั้งนี้ ถูกออกแบบผ่านกิจกรรมกว่า 200 โปรแกรม ภายใต้ 3 คอนเซ็ปต์ที่สำคัญคือ เชียงใหม่คืนถิ่น (Homecoming) นำคนรุ่นใหม่กลับเข้ามาพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เติบโต ท้องถิ่นเชียงใหม่ยั่งยืน (Local Sustainable Living) พัฒนาต้นแบบย่านสร้างสรรค์แห่งแรกในภูมิภาคเหนือ ‘ย่านช้างม่อย-ท่าแพ’ และ ‘ย่านกลางเวียง’ (ล่ามช้าง) และสุดท้ายคือ โอกาส ‘ใหม่’ ของ ‘เชียงใหม่’ (New Opportunities) การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้กับเมืองเพื่อค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่ไม่รู้จบ
“คิด” จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองให้กับการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ ผ่านการเปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ด้วยผัสสะเหล่านี้ เมื่อผสมผสานกันแล้วจะได้รสชาติใหม่ของการเฉลิมฉลองที่ทั้งอิ่มเอมและสร้างสรรค์
รูป (ธรรม) จับต้องได้
เราขอเชิญทุกท่านมาเริ่มต้นด้วยการเดินชมสะพาน Connection Bridge ที่ออกแบบโดยทีม ก.บ.ว. (Kor.Bor.Vor) Visual Mapping ชั้นนำของเมืองไทย เพื่อเชื่อมต่อผู้ชมและตัวงาน สะพานแห่งนี้เป็นสะพานที่เชื่อมโยงคนด้านในและด้านนอกชุมชน เปรียบเสมือนการเชื้อเชิญเข้าสู่ตัวงานได้เป็นอย่างดี
แต่เดิม “ย่านช้างม่อย” เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องการจักสาน จึงเป็นที่มาของแนวคิดในการออกแบบรูปฟอร์มและเค้าโครงที่สอดสานล้อไปกับภาพจำที่เคยรุ่งเรืองของย่านนี้
ภายในบริเวณใกล้เคียง ยังมีงานที่ออกแบบโดยทีมก.บ.ว. อีกสองชิ้น คือ Pagoda Local ศิลปะประตูโค้งลวดลายจักสานบริเวณประตูโขงวัดชมพู และงานศิลปะจัดวาง Original Five โดยใช้เทคนิค Photo Motion ฉายผ่านห้องแถว 5 ห้อง เพื่อชุบชีวิตอัตลักษณ์อันเก่าแก่ของตึกรามบ้านช่องที่ไม่ได้ถูกใช้สอยแล้วในปัจจุบัน และเป็นแรงบันดาลใจให้กับร้านค้าในชุมชนปัจจุบัน
PAGODA LOCAL | ประตูโขง วัดชมพู | 2 - 10 ธันวาคม เวลา 18:00 - 22:00
Original Five | ห้องแถว 5 ห้อง | 2 - 10 ธันวาคม เวลา 18:00 - 22:00
Connecting bridge | สะพานแดงข้ามคลองแม่ข่า | 2 - 10 ธันวาคม เวลา 18:00 - 22:00
รสและกลิ่นชวนมาชิม
หลังจากได้รับการเชื้อเชิญเข้ามาสู่ภายในตัวชุมชน และเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่ห้อมล้อมไปด้วยแสงไฟจากศิลปะจัดวางที่ย่านช้างม่อย ก็มาสู่การลิ้มลองทั้งรสทั้งกลิ่นจากวัตถุดิบของท้องถิ่น ที่นำมาผสมกับวัตถุดิบที่ใช้อยู่เดิม กับผลลัพธ์ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว
กิจกรรมนี้คือกิจกรรม เปรี้ยว หวานจากภูเขา (Sweet n Sour) ที่ทาง Chiang Mai Design Week ร่วมมือกับ Slow Food Thailand และ Sansaicisco ในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพของระบบนิเวศทางอาหาร ผ่านวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่าง “สิหมะ” ผลไม้รสเปรี้ยวที่เป็นเครื่องปรุงหลักท้องถิ่นของพี่น้องอาข่าและปกาเกอะญอ และ “น้ำผึ้งป่า” ที่ให้รสหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ โดยนำเสนอในรูปแบบซุ้มอาหารภายใต้แนวความคิดการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในการใช้วัตถุดิบและพืชพื้นถิ่น (Local ingredients) ผ่านร้านค้าในเครือข่าย Slow food และอื่น ๆ จำนวน 8 ร้าน
คนกินได้ลิ้มรสอาหารที่แปลกใหม่และดีต่อสุขภาพ คนผลิตได้รายได้เพิ่มเติมจากชุมชน จึงก่อให้เกิดนิเวศที่สำคัญทางอาหารและยังเป็นมิตรต่อความยั่งยืน สอดรับไปกับคอนเซ็ปต์ที่สำคัญของงานในครั้งนี้
แต่ความพิเศษในงานนี้ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะผลักความเป็นไปได้ของรสชาติจากการผสานกันระหว่างวัตถุดิบท้องถิ่นและของเดิม นั่นคือกิจกรรม เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ Sweet & Sour Long table ที่ช่วยเปิดประสบการณ์ให้ได้เรียนรู้มื้ออาหารกับพลังของ “รสชาติ” จากวัตถุดิบพื้นถิ่นชาวอาข่า “สิหมะและน้ำผึ้งป่า” ในสไตล์ของพ่อครัวหน้าใหม่หัวใจราเมง เชฟบิ๊ก จากบ้านอาชิ อ.เชียงดาว โดยรับจำนวนจำกัดเพียง 30 ท่านเท่านั้น!
เปรี้ยว หวานจากภูเขา | TCDC เชียงใหม่ | 2 - 10 ธันวาคม เวลา 11:00 - 18:00
เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ Sweet & Sour Long table | TCDC เชียงใหม่ | พฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม เวลา 17:30 - 19:30 และ ศุกร์ที่ 8 ธันวาคม เวลา 17:30 - 19:30 | ค่าใช้จ่าย (บาท/คน) : 300 | จำนวนที่รับ : 30 คน
เสียงบรรเลง การแสดง และท่วงทำนองฉบับพื้นบ้าน
ลิ้มลองรสอาหารพื้นถิ่นแล้ว อิ่มท้องแต่ยังอาจไม่อิ่มใจ มาสร้างสุนทรียะไปกับเสียงเพลงบรรเลงวงปี่พาทย์ของวงดนตรีร่วมสมัย Nimman Street Orchestra & ก้องฟ้า-ลายเมือง ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่าผ่านบทเพลงอมตะและพร้อมพาให้คุณหลงใหลไปกับจังหวะจะโคนที่เป็นเอกลักษณ์ฉบับท้องถิ่นด้วยเครื่องดนตรีล้านนาหลากหลายประเภทที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์
งานดนตรียังไม่หมด พาไปฟังอีกหนึ่งการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ Han&Abka - Manchurian Shaman Music เป็นการใช้เสียงดนตรีเพื่อสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ ที่ใช้เสียงกลองและการเต้นรำให้มนุษย์ได้ไกล่เกลี่ยกับโลกเหนือธรรมชาติ เพื่อรักษาการเจ็บป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ อาจดูน่าพิศวงแต่ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย ใครชอบเรื่องราวลี้ลับ ห้ามพลาด
ซึ่งทั้ง 2 การแสดงจะจัด ณ วัดล่ามช้าง วิหารศิลปะล้านนาอันงดงาม ที่มีประวัติศาสตร์คู่กับดนตรีของเชียงใหม่มาอย่างช้านาน
ถ้าฟังแค่เสียงยังไม่หนำใจ ลองมาชมการแสดงที่เปิดพื้นที่ให้เราร่วมคิดต่อยอดการละเล่นไปสู่เรื่องราวใหม่ ๆ อย่าง ‘LEN YAI PROJECT’ จะขับรถก็ได้จะเดินก็ดีไม่กี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว โดยโปรเจ็กต์นี้เป็นการแสดงร่วมสมัยจากศิลปินรุ่นใหญ่-รุ่นใหม่มากมาย ยกตัวอย่างการแสดงชุด Middle Way ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการร่วมงานกันระหว่าง คุณมณฑาทิพย์ สุขโสภาศิลปินศิลปาธรด้านศิลปะการแสดงปีล่าสุด และยังเป็นผู้ก่อตั้งคณะละครเงา ”พระจันทร์พเนจร” กับคณะดนตรีด้นสดร่วมสมัยของเชียงใหม่ Earbleed นำโดย ศิลปิน Visual Art ฉัตรชัย โนตานนท์ หรือจะเป็นการแสดงชุด หลงรัก (Crush On) ที่เป็นการทำงานร่วมกันของครูศิลปะ 2 แนวทาง คือ Katsura Kan ครูของการแสดงระบำบูโตร่วมสมัยจากญี่ปุน กับรศ. ลิมปิกร มาแก้ว และครูบอย วิศาลทัศน์ รัตนมงคลเกษม ครูพิณเปี๊ยะของประเทศไทย ร่วมสร้างสรรค์ชุดการแสดงที่ผสมผสานเอกลักษณ์ของตะวันออกในเรื่องราวความรักในมิติต่างๆ
นอกจากนี้ ทีมผู้จัดยังได้ขนทัพการแสดงมาอีก 6 ชุดสุดอลังการ ไม่ว่าจะเป็น การแสดงชุด Introvert (เก็บตัว), บูโตนานาชาติ, Locomotive, เจิง (Jerng), สถิร สุขํ อาสนํ, ชีวิตเลือกได้ สมกับชื่อโปรเจ็กต์ “เล่นใหญ่”
Nimman Street Orchestra และ Han&Abka - Manchurian Shaman Music | วัดล่ามช้าง | 9-10 ธันวาคม เวลา 18:30 – 21:00
เจิง (Jerng) | โรงตีเหล็กศุขโข | 3 ธันวาคม เวลา 15:00 – 16:00 |จำนวนที่รับ : 50
สถิร สุขํ อาสนํ | โครงการ ธน-อาคาร | 4 ธันวาคม เวลา 15:00 – 16:00 | จำนวนที่รับ : 100
Middle Way ทางสายกลาง | TCTC เชียงใหม่ | 5 ธันวาคม เวลา 19:00 – 20:00 | จำนวนที่รับ : 100
หลงรัก (Crush On) | ตึกมัทนา | 6 ธันวาคม เวลา 19:00 – 20:00 | จำนวนที่รับ : 100
Locomotive | ร้ายกุ่ยฮวด | 7 ธันวาคม เวลา 19:00 – 20:00| จำนวนที่รับ : 100
Introvert (เก็บตัว) | จุดพักใจคาเฟ่ | 8 ธันวาคม เวลา 19:00 – 20:00| จำนวนที่รับ : 100
บูโตนานาชาติ | ตึกมัทนา | 9 ธันวาคม เวลา 19:00 – 20:00 | จำนวนที่รับ : 100
ชีวิตเลือกได้ | วัดชมพู | 10 ธันวาคม เวลา 19:00 – 20:00 | จำนวนที่รับ : 100
พาทัวร์วิถีชิวิตถิ่นเชียงใหม่
คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้เข้าไปร่วม “สัมผัส” กับวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นด้วยตัวเอง เพื่อซึมซับลมหายใจจากวัฒนธรรมท้องถิ่น ดังนั้นถ้าหากพละกำลังยังไม่หมด อยากให้ลองมาจำลองการใช้ชีวิตท้องถิ่นที่บ้านทุ่งละคร กับ ‘TOURISM AND HOSPITALITY’ โปรแกรมท่องเที่ยววิถีเกษตรสร้างสรรค์ รับรองเลยว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เพราะจะได้ไปสัมผัสธรรมชาติโดยแท้จริง รวมไปถึงการเกษตรอันหลากหลาย ทั้งเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผัก ทำชาสมุนไพรในแบบวิถีชีวิตเกษตรชุมชน และยังได้เวิร์กช็อปการเก็บผลิตผลเพื่อนำมาประกอบอาหารขึ้นชื่อภาคเหนืออย่างไส้อั่ว หรือการคั่วชา ชงชา ปักผ้า อีกด้วย
หากการสัมผัสธรรมชาติเพียงที่เดียวยังไม่พอ ขอแนะนำให้มาซ้ำอีกวัน ที่หมู่บ้านขุนช้างเคี่ยน กับกิจกรรมทัวร์ ‘จิบกาแฟ แลดอย ผ่อกอยม้ง’ มาลองจิบกาแฟ ผ่อนคลายบนดอยสูงดูสักครั้ง โดยเป็นถึงกาแฟเจ้าของรางวัลชนะเลิศของสมาคม Specialty Coffee Association of Thailand ในงาน Thailand Coffee Fest ปี 2019 และเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสพื้นที่ปลูกพืชเกษตรเมืองหนาวอย่างลิ้นจี่ พร้อมเรียนรู้ควบคู่ไปกับอัตลักษณ์เฉพาะตัวของชาติพันธุ์ม้ง
โดยทั้ง 2 กิจกรรมนี้รับจำนวนจำกัด ช้าหมดอดไป!
TOURISM AND HOSPITALITY | ทุ่งละครฟาร์ม เชียงใหม่ | 3 ธันวาคม เวลา 08:00 – 16:00 1 วัน | ค่าใช้จ่าย (บาท/คน) : 1490 ราคานี้รวมค่ารถตู้-อีแต๊ก อาหารว่าง-กลางวัน อาหารสัตว์ มัตตุเทศน์ เข้าชม และกิจกรรมต่าง ๆ | จำนวนที่รับ : 10 คน | จุดนัดพบ : บริเวณหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์
จิบกาแฟ แลดอย ผ่อกอยม้ง | ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ มช | 9 ธันวาคม เวลา 09:00 – 16:00 ประมาณ 6 ชั่วโมง| ค่าใช้จ่าย (บาท/คน) : 990 ราคานี้รวมค่ารถไป-กลับ อาหารกลางวัน กาแฟดริป และมัคคุเทศน์ | จำนวนที่รับ : 12 คน | จุดนัดพบ : ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ (ตรงข้ามสหกรณ์โคนม ถนนห้วยแก้ว)
แน่นอนว่าความสนุกภายในงาน Chiang Mai Design Week 2023 ไม่ได้มีแค่กิจกรรมที่กล่าวมา ยังมีกิจกรรมอีกมากมายรอให้คุณไปร่วมออกแบบประสบการณ์เพื่อต่อยอดสู่โอกาสใหม่ ๆ ของเชียงใหม่ อันจะนำไปสู่ความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุดอย่างยั่งยืน
เพราะ “ความเป็นไปได้” เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการเฉลิมฉลอง ที่จะทำให้เราเห็นว่าสิ่งนั้น ๆ สามารถพัฒนาต่อยอดไปได้อย่างไร Chiang Mai Design Week ในครั้งนี้จึงถือเป็นงานสำคัญสำหรับการเฉลิมฉลอง นั่นคือการแสดงให้เห็นว่าสิ่งของเหล่านั้นยังไม่ตาย แต่กลับกัน มันกำลังมีชีวิตใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดอยู่ต่างหาก
เรื่อง : คณิศร สันติไชยกุล และ รัชฎาพรวรรณ มุ่งหมาย