โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“คิด” ชวนไปเปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในงาน Chiang Mai Design Week ครั้งที่ 9 แปลงเปลี่ยน เสริมสร้าง ต่อยอด ของพื้นถิ่น สู่ความเป็นไปได้ที่ไม่รู้จบ

นิตยสารคิด

อัพเดต 03 ธ.ค. 2566 เวลา 19.36 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2566 เวลา 19.36 น.
Sensory-CMDW-2-23-tour-cover

เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week) ถือเป็นเทศกาลพี่ใหญ่ในตระกูลเทศกาลงานออกแบบประจำปี (Design Festivals) ที่จัดมาอย่างต่อเนื่องและกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้วในปี 2023 นี้ โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA โดยในปีนี้ #CMDW2023 มาในแนวคิด ‘Transforming Local: ปรับตัว ต่อยอด ท้องถิ่น เติบโต’

เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น ประวัติศาสตร์ของเรื่องราวพื้นถิ่นถูกก่อร่างสร้างมาอย่างยาวนาน ในยุคที่ความทันสมัยถูกแทรกซึมผ่านปัจจัยทางวัฒนธรรมอย่างไม่ลดละ เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่จึงหยิบฉวยข้อดีของปรากฏการณ์นี้มาใช้ นั่นคือการนำ “ของพื้นถิ่น” มาปรับแปลงใหม่ ให้เคลื่อนผ่านเข้าสู่ความไม่รู้จบของโอกาสที่จะสามารถต่อยอดได้จากภูมิปัญญา

การส่งเสริม ปรับตัว และต่อยอดในครั้งนี้ ถูกออกแบบผ่านกิจกรรมกว่า 200 โปรแกรม ภายใต้ 3 คอนเซ็ปต์ที่สำคัญคือ เชียงใหม่คืนถิ่น (Homecoming) นำคนรุ่นใหม่กลับเข้ามาพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เติบโต ท้องถิ่นเชียงใหม่ยั่งยืน (Local Sustainable Living) พัฒนาต้นแบบย่านสร้างสรรค์แห่งแรกในภูมิภาคเหนือ ‘ย่านช้างม่อย-ท่าแพ’ และ ‘ย่านกลางเวียง’ (ล่ามช้าง) และสุดท้ายคือ โอกาส ‘ใหม่’ ของ ‘เชียงใหม่’ (New Opportunities) การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้กับเมืองเพื่อค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่ไม่รู้จบ

“คิด” จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองให้กับการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ ผ่านการเปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ด้วยผัสสะเหล่านี้ เมื่อผสมผสานกันแล้วจะได้รสชาติใหม่ของการเฉลิมฉลองที่ทั้งอิ่มเอมและสร้างสรรค์

รูป (ธรรม) จับต้องได้
เราขอเชิญทุกท่านมาเริ่มต้นด้วยการเดินชมสะพาน Connection Bridge ที่ออกแบบโดยทีม ก.บ.ว. (Kor.Bor.Vor) Visual Mapping ชั้นนำของเมืองไทย เพื่อเชื่อมต่อผู้ชมและตัวงาน สะพานแห่งนี้เป็นสะพานที่เชื่อมโยงคนด้านในและด้านนอกชุมชน เปรียบเสมือนการเชื้อเชิญเข้าสู่ตัวงานได้เป็นอย่างดี

แต่เดิม “ย่านช้างม่อย” เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องการจักสาน จึงเป็นที่มาของแนวคิดในการออกแบบรูปฟอร์มและเค้าโครงที่สอดสานล้อไปกับภาพจำที่เคยรุ่งเรืองของย่านนี้

ภายในบริเวณใกล้เคียง ยังมีงานที่ออกแบบโดยทีมก.บ.ว. อีกสองชิ้น คือ Pagoda Local ศิลปะประตูโค้งลวดลายจักสานบริเวณประตูโขงวัดชมพู และงานศิลปะจัดวาง Original Five โดยใช้เทคนิค Photo Motion ฉายผ่านห้องแถว 5 ห้อง เพื่อชุบชีวิตอัตลักษณ์อันเก่าแก่ของตึกรามบ้านช่องที่ไม่ได้ถูกใช้สอยแล้วในปัจจุบัน และเป็นแรงบันดาลใจให้กับร้านค้าในชุมชนปัจจุบัน

PAGODA LOCAL | ประตูโขง วัดชมพู | 2 - 10 ธันวาคม เวลา 18:00 - 22:00
Original Five | ห้องแถว 5 ห้อง | 2 - 10 ธันวาคม เวลา 18:00 - 22:00
Connecting bridge | สะพานแดงข้ามคลองแม่ข่า | 2 - 10 ธันวาคม เวลา 18:00 - 22:00

รสและกลิ่นชวนมาชิม
หลังจากได้รับการเชื้อเชิญเข้ามาสู่ภายในตัวชุมชน และเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่ห้อมล้อมไปด้วยแสงไฟจากศิลปะจัดวางที่ย่านช้างม่อย ก็มาสู่การลิ้มลองทั้งรสทั้งกลิ่นจากวัตถุดิบของท้องถิ่น ที่นำมาผสมกับวัตถุดิบที่ใช้อยู่เดิม กับผลลัพธ์ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

กิจกรรมนี้คือกิจกรรม เปรี้ยว หวานจากภูเขา (Sweet n Sour) ที่ทาง Chiang Mai Design Week ร่วมมือกับ Slow Food Thailand และ Sansaicisco ในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพของระบบนิเวศทางอาหาร ผ่านวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่าง “สิหมะ” ผลไม้รสเปรี้ยวที่เป็นเครื่องปรุงหลักท้องถิ่นของพี่น้องอาข่าและปกาเกอะญอ และ “น้ำผึ้งป่า” ที่ให้รสหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ โดยนำเสนอในรูปแบบซุ้มอาหารภายใต้แนวความคิดการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในการใช้วัตถุดิบและพืชพื้นถิ่น (Local ingredients) ผ่านร้านค้าในเครือข่าย Slow food และอื่น ๆ จำนวน 8 ร้าน

คนกินได้ลิ้มรสอาหารที่แปลกใหม่และดีต่อสุขภาพ คนผลิตได้รายได้เพิ่มเติมจากชุมชน จึงก่อให้เกิดนิเวศที่สำคัญทางอาหารและยังเป็นมิตรต่อความยั่งยืน สอดรับไปกับคอนเซ็ปต์ที่สำคัญของงานในครั้งนี้

แต่ความพิเศษในงานนี้ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะผลักความเป็นไปได้ของรสชาติจากการผสานกันระหว่างวัตถุดิบท้องถิ่นและของเดิม นั่นคือกิจกรรม เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ Sweet & Sour Long table ที่ช่วยเปิดประสบการณ์ให้ได้เรียนรู้มื้ออาหารกับพลังของ “รสชาติ” จากวัตถุดิบพื้นถิ่นชาวอาข่า “สิหมะและน้ำผึ้งป่า” ในสไตล์ของพ่อครัวหน้าใหม่หัวใจราเมง เชฟบิ๊ก จากบ้านอาชิ อ.เชียงดาว โดยรับจำนวนจำกัดเพียง 30 ท่านเท่านั้น!

เปรี้ยว หวานจากภูเขา | TCDC เชียงใหม่ | 2 - 10 ธันวาคม เวลา 11:00 - 18:00
เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ Sweet & Sour Long table | TCDC เชียงใหม่ | พฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม เวลา 17:30 - 19:30 และ ศุกร์ที่ 8 ธันวาคม เวลา 17:30 - 19:30 | ค่าใช้จ่าย (บาท/คน) : 300 | จำนวนที่รับ : 30 คน

เสียงบรรเลง การแสดง และท่วงทำนองฉบับพื้นบ้าน
ลิ้มลองรสอาหารพื้นถิ่นแล้ว อิ่มท้องแต่ยังอาจไม่อิ่มใจ มาสร้างสุนทรียะไปกับเสียงเพลงบรรเลงวงปี่พาทย์ของวงดนตรีร่วมสมัย Nimman Street Orchestra & ก้องฟ้า-ลายเมือง ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่าผ่านบทเพลงอมตะและพร้อมพาให้คุณหลงใหลไปกับจังหวะจะโคนที่เป็นเอกลักษณ์ฉบับท้องถิ่นด้วยเครื่องดนตรีล้านนาหลากหลายประเภทที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

งานดนตรียังไม่หมด พาไปฟังอีกหนึ่งการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ Han&Abka - Manchurian Shaman Music เป็นการใช้เสียงดนตรีเพื่อสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ ที่ใช้เสียงกลองและการเต้นรำให้มนุษย์ได้ไกล่เกลี่ยกับโลกเหนือธรรมชาติ เพื่อรักษาการเจ็บป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ อาจดูน่าพิศวงแต่ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย ใครชอบเรื่องราวลี้ลับ ห้ามพลาด

ซึ่งทั้ง 2 การแสดงจะจัด ณ วัดล่ามช้าง วิหารศิลปะล้านนาอันงดงาม ที่มีประวัติศาสตร์คู่กับดนตรีของเชียงใหม่มาอย่างช้านาน

ถ้าฟังแค่เสียงยังไม่หนำใจ ลองมาชมการแสดงที่เปิดพื้นที่ให้เราร่วมคิดต่อยอดการละเล่นไปสู่เรื่องราวใหม่ ๆ อย่าง ‘LEN YAI PROJECT’ จะขับรถก็ได้จะเดินก็ดีไม่กี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว โดยโปรเจ็กต์นี้เป็นการแสดงร่วมสมัยจากศิลปินรุ่นใหญ่-รุ่นใหม่มากมาย ยกตัวอย่างการแสดงชุด Middle Way ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการร่วมงานกันระหว่าง คุณมณฑาทิพย์ สุขโสภาศิลปินศิลปาธรด้านศิลปะการแสดงปีล่าสุด และยังเป็นผู้ก่อตั้งคณะละครเงา ”พระจันทร์พเนจร” กับคณะดนตรีด้นสดร่วมสมัยของเชียงใหม่ Earbleed นำโดย ศิลปิน Visual Art ฉัตรชัย โนตานนท์ หรือจะเป็นการแสดงชุด หลงรัก (Crush On) ที่เป็นการทำงานร่วมกันของครูศิลปะ 2 แนวทาง คือ Katsura Kan ครูของการแสดงระบำบูโตร่วมสมัยจากญี่ปุน กับรศ. ลิมปิกร มาแก้ว และครูบอย วิศาลทัศน์ รัตนมงคลเกษม ครูพิณเปี๊ยะของประเทศไทย ร่วมสร้างสรรค์ชุดการแสดงที่ผสมผสานเอกลักษณ์ของตะวันออกในเรื่องราวความรักในมิติต่างๆ

นอกจากนี้ ทีมผู้จัดยังได้ขนทัพการแสดงมาอีก 6 ชุดสุดอลังการ ไม่ว่าจะเป็น การแสดงชุด Introvert (เก็บตัว), บูโตนานาชาติ, Locomotive, เจิง (Jerng), สถิร สุขํ อาสนํ, ชีวิตเลือกได้ สมกับชื่อโปรเจ็กต์ “เล่นใหญ่”

Nimman Street Orchestra และ Han&Abka - Manchurian Shaman Music | วัดล่ามช้าง | 9-10 ธันวาคม เวลา 18:30 – 21:00
เจิง (Jerng) | โรงตีเหล็กศุขโข | 3 ธันวาคม เวลา 15:00 – 16:00 |จำนวนที่รับ : 50
สถิร สุขํ อาสนํ | โครงการ ธน-อาคาร | 4 ธันวาคม เวลา 15:00 – 16:00 | จำนวนที่รับ : 100
Middle Way ทางสายกลาง | TCTC เชียงใหม่ | 5 ธันวาคม เวลา 19:00 – 20:00 | จำนวนที่รับ : 100
หลงรัก (Crush On) | ตึกมัทนา | 6 ธันวาคม เวลา 19:00 – 20:00 | จำนวนที่รับ : 100
Locomotive | ร้ายกุ่ยฮวด | 7 ธันวาคม เวลา 19:00 – 20:00| จำนวนที่รับ : 100
Introvert (เก็บตัว) | จุดพักใจคาเฟ่ | 8 ธันวาคม เวลา 19:00 – 20:00| จำนวนที่รับ : 100
บูโตนานาชาติ | ตึกมัทนา | 9 ธันวาคม เวลา 19:00 – 20:00 | จำนวนที่รับ : 100
ชีวิตเลือกได้ | วัดชมพู | 10 ธันวาคม เวลา 19:00 – 20:00 | จำนวนที่รับ : 100

พาทัวร์วิถีชิวิตถิ่นเชียงใหม่
คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้เข้าไปร่วม “สัมผัส” กับวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นด้วยตัวเอง เพื่อซึมซับลมหายใจจากวัฒนธรรมท้องถิ่น ดังนั้นถ้าหากพละกำลังยังไม่หมด อยากให้ลองมาจำลองการใช้ชีวิตท้องถิ่นที่บ้านทุ่งละคร กับ ‘TOURISM AND HOSPITALITY’ โปรแกรมท่องเที่ยววิถีเกษตรสร้างสรรค์ รับรองเลยว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เพราะจะได้ไปสัมผัสธรรมชาติโดยแท้จริง รวมไปถึงการเกษตรอันหลากหลาย ทั้งเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผัก ทำชาสมุนไพรในแบบวิถีชีวิตเกษตรชุมชน และยังได้เวิร์กช็อปการเก็บผลิตผลเพื่อนำมาประกอบอาหารขึ้นชื่อภาคเหนืออย่างไส้อั่ว หรือการคั่วชา ชงชา ปักผ้า อีกด้วย

หากการสัมผัสธรรมชาติเพียงที่เดียวยังไม่พอ ขอแนะนำให้มาซ้ำอีกวัน ที่หมู่บ้านขุนช้างเคี่ยน กับกิจกรรมทัวร์ ‘จิบกาแฟ แลดอย ผ่อกอยม้ง’ มาลองจิบกาแฟ ผ่อนคลายบนดอยสูงดูสักครั้ง โดยเป็นถึงกาแฟเจ้าของรางวัลชนะเลิศของสมาคม Specialty Coffee Association of Thailand  ในงาน Thailand Coffee Fest ปี 2019 และเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสพื้นที่ปลูกพืชเกษตรเมืองหนาวอย่างลิ้นจี่ พร้อมเรียนรู้ควบคู่ไปกับอัตลักษณ์เฉพาะตัวของชาติพันธุ์ม้ง

โดยทั้ง 2 กิจกรรมนี้รับจำนวนจำกัด ช้าหมดอดไป!

TOURISM AND HOSPITALITY | ทุ่งละครฟาร์ม เชียงใหม่ | 3 ธันวาคม เวลา 08:00 – 16:00 1 วัน | ค่าใช้จ่าย (บาท/คน) : 1490 ราคานี้รวมค่ารถตู้-อีแต๊ก อาหารว่าง-กลางวัน อาหารสัตว์ มัตตุเทศน์ เข้าชม และกิจกรรมต่าง ๆ | จำนวนที่รับ : 10 คน | จุดนัดพบ : บริเวณหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์
จิบกาแฟ แลดอย ผ่อกอยม้ง | ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ มช | 9 ธันวาคม เวลา 09:00 – 16:00 ประมาณ 6 ชั่วโมง| ค่าใช้จ่าย (บาท/คน) : 990 ราคานี้รวมค่ารถไป-กลับ อาหารกลางวัน กาแฟดริป และมัคคุเทศน์ | จำนวนที่รับ : 12 คน | จุดนัดพบ : ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ (ตรงข้ามสหกรณ์โคนม ถนนห้วยแก้ว)

แน่นอนว่าความสนุกภายในงาน Chiang Mai Design Week 2023 ไม่ได้มีแค่กิจกรรมที่กล่าวมา ยังมีกิจกรรมอีกมากมายรอให้คุณไปร่วมออกแบบประสบการณ์เพื่อต่อยอดสู่โอกาสใหม่ ๆ ของเชียงใหม่ อันจะนำไปสู่ความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุดอย่างยั่งยืน

เพราะ “ความเป็นไปได้” เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการเฉลิมฉลอง ที่จะทำให้เราเห็นว่าสิ่งนั้น ๆ สามารถพัฒนาต่อยอดไปได้อย่างไร Chiang Mai Design Week ในครั้งนี้จึงถือเป็นงานสำคัญสำหรับการเฉลิมฉลอง นั่นคือการแสดงให้เห็นว่าสิ่งของเหล่านั้นยังไม่ตาย แต่กลับกัน มันกำลังมีชีวิตใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดอยู่ต่างหาก

เรื่อง : คณิศร สันติไชยกุล และ รัชฎาพรวรรณ มุ่งหมาย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

NEWS UPDATE: การศึกษาพบ ไมโครพลาสติกแพร่หลายในเด็กอายุ 10 ปี และอาจเชื่อมโยงกับนิสัยการกิน

Mood of the Motherhood

ถอดรหัส Leadership ผู้นำหญิงแกร่ง จากเสียงของผู้นำหญิงหลากวงการ บนเวที EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026

Capital

ถ่ายทอดสด บุรีรัมย์ พบ เมลเบิร์น ซิตี้ แชมเปียนส์ลีก อีลิท วันนี้ 10 มี.ค.69

PostToday

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จฯ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

ประชาชาติธุรกิจ

เมื่อความสบายใจกลับกลายเป็นความเหนื่อยใจ รับมือยังไงหากเผลอไปรักคนหลงตัวเอง?

The MATTER

“น้ำตาล-ฟิล์ม-มิ้ลค์-เลิฟ-วิว-มิ้ม” ดูซีรีส์ตอนแรกพร้อมโชว์พิเศษ “Girl Rules : The 1st Rule”

กรุงเทพธุรกิจ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...