โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พิชัย” แย้มเจรจา FTA “ไทย-อียู” คืบหน้า หนุนการค้ายั่งยืน SMEs รับอานิสงส์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 03.10 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 03.10 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–สหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 6 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 27 มิถุนายน 2568 ณ กรุงเทพมหานคร โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ว่าการเจรจาครั้งนี้มีพัฒนาการในเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถสรุปในหลักการเพิ่มเติมได้อีก 3 บท ได้แก่ บทการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน (TSD), บทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และบทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT)

โดยบท TSD มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และประเด็นสังคมที่เกี่ยวข้องกับการค้าให้สอดคล้องกับหลักสากล ส่วนบท SMEs ให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ข้อมูลด้านกฎระเบียบและมาตรการทางการค้าเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ครบถ้วนและสะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่บท TBT มีเป้าหมายในการลดอุปสรรคที่ไม่จำเป็นต่อการค้า อำนวยความสะดวกและสร้างมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ การเจรจาในกลุ่มอื่น ๆ ยังมีความก้าวหน้าอย่างชัดเจน โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเรื่องการเปิดตลาดสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อเสนอระหว่างกัน พร้อมวางกรอบการทำงานเพื่อเตรียมเข้าสู่การเจรจารอบที่ 7 ในระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคม 2568 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ทั้งฝ่ายไทยและ EU ต่างแสดงความพึงพอใจต่อความคืบหน้าในรอบนี้ โดยเฉพาะบท TSD ที่ตอบรับกับแนวทางนโยบายสีเขียวของสหภาพยุโรป (European Green Deal) และนโยบายของรัฐบาลไทยที่เน้นการเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน โดยไม่ใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นข้อกีดกันทางการค้า

ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศได้มากขึ้น เพื่อขยายโอกาสในการใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในบริบทของสถานการณ์โลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน ไทยและ EU เห็นพ้องร่วมกันถึงความจำเป็นในการสร้างความเป็นพันธมิตรทางการค้าที่มั่นคงและเชื่อถือได้ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการเร่งเจรจาให้ได้ข้อสรุปภายในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งสอดคล้องกับการหารือระหว่างนายพิชัย กับนายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการ EU เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน ณ กรุงปารีส ในการประชุม OECD

ขณะเดียวกัน นโยบายของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังเน้นการขยายตลาดใหม่ในต่างประเทศและการดึงดูดการลงทุนจากนานาชาติเข้าสู่ประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ระหว่างเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยมีมูลค่าการค้ารวม 18,092.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ไทยส่งออกไปยัง EU มูลค่า 10,696.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.86% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 7,395.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 9.40% ส่งผลให้ไทยได้เปรียบดุลการค้ากับ EU จำนวน 3,301.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...