เอาใจสายลุย อุทยานฯ น้ำตกหงาว เตรียมเปิดเส้นทางเดินป่า "16 ราง" ส.ค.นี้
วันนี้ (7 ก.ค.2569) นายชลิต สินโรจน์ธนากร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จ.ระนอง เปิดเผยว่า ทางอุทยานฯ เตรียมเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ "16 ราง" แบบวันเดย์ทริป ระยะทาง 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินไป-กลับ ประมาณ 5-6 ชั่วโมง
จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้ จะเข้าทางแหล่งท่องเที่ยวบ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง เรียนรู้ประวัติศาสตร์การทำเหมืองดินขาวโบราณ ที่ยังปรากฏร่องรอยเหมืองขนาดใหญ่ค่อนข้างสมบูรณ์ และพันธุ์ไม้สวยงามหลากหลายชนิด ทั้งกล้วยไม้ดิน หม้อข้าวหม้อแกงดิน ไฮไลท์จุดชมวิวมองได้ 360 องศา และสามารถมองเห็นฝั่งเมียนมา
นักท่องเที่ยวต้องเดินเลียบลำธารคลองบางริ้น เป็นลำธารใหญ่ที่ชาวเมืองระนองใช้อุปโภคบริโภค ต้นน้ำคือน้ำตก 16 ราง หรือชาวบ้านเรียกว่าน้ำตกบางริ้น จึงต้องเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความพร้อมด้านสุขภาพ ต้องมีใบรับรองแพทย์ โดยจองเข้ามาร่วมกิจกรรมผ่านทางอุทยานฯ และต้องผ่านการเข้าร่วมรับฟังประชุมชี้แจงรายละเอียดเส้นทาง รวมถึงความพร้อมของคณะ ผ่านเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติเท่านั้น
ทั้งนี้ ยังไม่ได้เปิดให้เข้าโดยอิสระ เนื่องจากความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และความเปราะบางของระบบนิเวศ วัฒนธรรมโบราณ รวมถึงป้องกันการพลัดหลงที่อาจเกิดขึ้นได้ และไม่อนุญาตให้ไกด์ท้องถิ่นนำไปเอง ซึ่งทางอุทยานฯ จะแจ้งวันที่เปิดลงทะเบียนและขั้นตอนรายละเอียดการจองอีกครั้ง
เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติดังกล่าวในช่วงเดือน ส.ค.นี้ โดยเปิดเพียงเดือนละ 2 รอบ จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว รอบละประมาณ 12 คน และมีเจ้าหน้าที่ 6-7 คนแบ่งหน้าที่กันคอยดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง อาจมีไกด์ท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาตตามระเบียบถูกต้องร่วมให้ข้อมูลด้วย
นอกจากนี้ เตรียมผลักดันให้เส้นทางนี้ได้รับการขึ้นทะเบียน "เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด" เพราะด้านบริเวณด้านบนมีลานโล่งกว้าง เหมาะแก่การกางเต็นท์และชมดาว
ส่วนอีก 1 เส้นทางเทรลที่ทางอุทยานฯ ตั้งใจเปิดในปี 2569 เป็นเส้นทางป่าระยะกลางถึงระยะไกล "ยอดเขาน้ำตกหงาว" ความสูงกว่า 900 เมตร ระยะทาง 8-9 กิโลเมตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว บอกว่า เส้นทางเดินเป็นสันเขาน้ำตกหงาว โดยวางโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปพักค้างแรม 1 คืน เพื่อชมวิวความสวยงาม มองลงมาเห็นภูเขาหญ้า และแสงสีของไฟในยามค่ำคืนของเมืองระนอง
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว กล่าวว่า ทางอุทยานฯ ยังมีเส้นเทรลที่ท้าทาย "ยอดเขานมสาว" ซึ่งเป็นจุดสูงสุด ความสูงกว่า 1,000 เมตร แต่ยังไม่มีแผนเปิดให้ท่องเที่ยว โดยในอดีตชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ได้พบเครื่องบินรบ แบบฝึกสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตกที่บริเวณยอดเขานมสาว
ต่อมาจึงร่วมกับกองทัพอากาศ (ทอ.) ผ่านการอนุญาตของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในการร่วมเก็บกู้ซากเครื่องบินสำคัญบางส่วน ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ พร้อมทั้งนำดินใต้ที่นั่งนักบินและผู้ช่วยนักบิน ไปประกอบพิธีทางศาสนาให้กับทั้ง 2 คน
อย่างไรก็ตาม คาดว่าในอนาคตอาจเปิดเส้นทางเทรลดังกล่าว ให้เฉพาะกลุ่มที่เข้าไปศึกษาวิจัยที่เป็นประโยชน์ ไม่กระทบต่อระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม เทรลเรื่องราวประวัติศาสตร์นี้ ระยะทางรวมประมาณ 17 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 3 วัน 2 คืน
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว กล่าวอีกว่า การเปิดเส้นทางเดินป่าธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงความยั่งยืนของระบบนิเวศ ไม่เป็นการรบกวนธรรมชาติป่าไม้หรือสัตว์ป่า และเพื่อความสมดุลธรรมชาติ ยกตัวอย่างเทรล "ปูเจ้าฟ้า" ต้องปิดกิจกรรมไปก่อน เนื่องจากสัตว์หายากชนิดนี้มีความเปราะบางของระบบนิเวศที่อยู่อาศัย และต้องการอนุรักษ์ให้คงอยู่ในธรรมชาติสืบไป
อ่านข่าว :
วันเดย์ทริป ดำน้ำดูปะการัง-เรียนรู้ประวัติศาสตร์ “เกาะลังกาจิว” หมู่เกาะชุมพร
ปลัด ทส.นำอนุ กก.สิ่งแวดล้อม "แลนด์บริดจ์" ลงพื้นที่ระนอง 3 ก.ค.นี้