ฟีฟาไฟเขียว "บาโลกัน" ดวลเบลเยียม ลือหึ่ง "ทรัมป์" ต่อสายตรงอินฟานติโน
วันนี้ (6 ก.ค.2569) CNN รายงานว่า สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟา (FIFA) มีคำตัดสินอนุญาตให้ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าคนสำคัญวัย 25 ปีของทีมชาติสหรัฐอเมริกา สามารถลงสนามแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่จะพบกับทีมชาติเบลเยียม ณ เมืองซีแอตเทิล ได้อย่างกะทันหัน
คำตัดสินดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่บาโลกันโดนใบแดงโดยตรง ในนาทีที่ 64 ของเกมรอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่สหรัฐฯ เอาชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 จากจังหวะที่วีเออาร์ (VAR) ตรวจพบว่า เขาไปย่ำใส่ข้อเท้าของ ทาริก มูฮาเรโมวิช กองหลังบอสเนียฯ
ซึ่งตามกฎปกติแล้ว บาโลกันจะต้องติดโทษแบนอัตโนมัติทันที 1 นัด
แต่คณะกรรมการวินัยของฟีฟา กลับเลือกใช้อำนาจตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายวินัย สั่งพักการลงโทษแบนดังกล่าวเป็นเวลา 1 ปี โดยให้เหตุผลว่าเป็นช่วงภาคทัณฑ์ ส่งผลให้ใบแดงยังคงอยู่ แต่โทษแบนถูกระงับไว้ชั่วคราว
การประกาศนี้สร้างความประหลาดใจให้แฟนบอลและสมาคมฟุตบอลสหรัฐฯ ที่ก่อนหน้านี้ทำใจไว้แล้วว่าไม่มีกลไกใด ๆ ที่จะล้างโทษแบนนี้ได้
"ทรัมป์" ต่อสายตรงประธานฟีฟา ขอเคลียร์ใบแดง
ประเด็นที่กลายเป็นชนวนเหตุความขัดแย้งครั้งใหญ่คือ บทบาทของ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยแหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า ทรัมป์โทรศัพท์สายตรงไปพูดคุยกับ จิอานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟา เพื่อขอให้ผู้นำองค์กรลูกหนังโลก ทำการตรวจสอบและทบทวนคำตัดสินใบแดงของบาโลกัน
การพูดคุยดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน ก่อนที่ฟีฟาจะประกาศพักโทษแบนบาโลกัน ในวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้น ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล ระบุว่า "ขอบคุณฟีฟาที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และช่วยพลิกฟื้นความอยุติธรรมครั้งใหญ่ในครั้งนี้!"
แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า การสนทนาดังกล่าวส่งผลต่อคำตัดสินโดยตรง แต่บทบาทของผู้นำสหรัฐฯ ถูกจับตามองอย่างมาก เพราะทรัมป์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอินฟานติโน และก่อนหน้านี้ยังเคยได้รับรางวัล "Peace Prize" จากฟีฟาในงานจับสลากฟุตบอลโลก จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ทางการเมือง
ด้านฟีฟาเอง ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่าทำเนียบขาว มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจครั้งนี้
ยูฟาแท็กทีมเบลเยียมออกโรงค้าน
ทางด้าน สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟา (UEFA) ซึ่งเป็นองค์กรต้นสังกัดของทีมชาติเบลเยียม ออกแถลงการณ์แสดงความ "ไม่เชื่อสายตา" และมองว่าคำตัดสินของฟีฟาในครั้งนี้เป็นการ "ล้ำเส้นสีแดง" ที่ร้ายแรง โดยย้ำว่ากีฬาฟุตบอลต้องดำเนินไปด้วยกฎกติกาที่โปร่งใสและเท่าเทียม เมื่อผู้คุมกฎไม่รักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎ ความน่าเชื่อถือของการแข่งขันทั้งหมดก็พังทลายลง
ขณะเดียวกัน สมาคมฟุตบอลเบลเยียม (RBFA) ออกแถลงการณ์ประณามว่า การกระทำของฟีฟาขัดแย้งโดยตรงกับข้อบังคับของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 และทางสมาคมฯ กำลังศึกษาแนวทางและตัวเลือกทางกฎหมายทั้งหมด เพื่อปกป้องสิทธิ์ของทีมตนเอง
ทางด้าน รูดิ การ์เซีย หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติเบลเยียม ออกมากล่าวประชดประชันอย่างเจ็บแสบว่า ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ในสำนักงานของฟีฟา วันที่ 5 ก.ค. จะตรงกับวันโกหกหรือเอพริลฟูลเดย์ (1st of April) และชี้ว่าเบลเยียมไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อปกป้องจริยธรรมของวงการฟุตบอล
"โปเชตติโน" ชี้สัจธรรมฟุตบอลโลก มี "บรรทัดฐานโรนัลโด" รองรับ
อย่างไรก็ตาม เมาริซิโอ โปเชตติโน ผู้จัดการทีมชาติสหรัฐฯ วัย 54 ปี ออกมาปกป้องคำตัดสินของฟีฟา โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่ "ยุติธรรมแล้ว" เนื่องจากเขามองว่าใบแดงในเกมที่พบกับบอสเนียฯ นั้นรุนแรงเกินไป และคนในวงการกว่าร้อยละ 99.9 ก็เห็นพ้องว่าทีมสหรัฐฯ โดนลงโทษหนักเกินไป จากการต้องเล่น 10 คนนานถึง 30 นาที
ทั้งนี้ บาโลกัน ถือเป็นหัวใจสำคัญในระบบการเล่นเกมรุก แบบกดดันสูงของโปเชตติโน เขายิงไปแล้ว 3 ประตูจากการลงสนาม 4 นัดในทัวร์นาเมนต์นี้ การได้เขากลับมา จึงส่งผลดีต่อทีมเจ้าภาพอย่างมหาศาล
ทั้งนี้ สำหรับมาตรการพักโทษแบนดังกล่าว ฟีฟาระบุว่า เคยมีกรณีศึกษาหรือบรรทัดฐานมาก่อนแล้ว โดยเกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ในกรณีของ คริสเตียโน โรนัลโด กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่โดนใบแดงโดยตรง จากจังหวะเล่นนอกเกมใช้ศอกใส่ผู้เล่นสาธารณรัฐไอร์แลนด์
ครั้งนั้นในตอนแรก โรนัลโดต้องโดนแบน 3 นัด แต่หลังจากชดใช้โทษไปเพียง 1 นัด คณะกรรมการวินัยของฟีฟา ใช้มาตรา 27 เปลี่ยนโทษแบน 2 นัดที่เหลือให้เป็นการภาคทัณฑ์ 1 ปีเช่นกัน โดยอ้างอิงจากประวัติพฤติกรรมที่ขาวสะอาดของโรนัลโด ทำให้เขาสามารถลงช่วยโปรตุเกส ในเกมนัดเปิดสนามฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้สำเร็จ คำตัดสินของบาโลกัน จึงถือเป็นการใช้อำนาจดุลยพินิจของฟีฟาในลักษณะเดียวกัน
อ่านข่าวอื่น :
คลังเล็งชง ครม.ปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่นับรวมหนี้เกษตร
ศาลให้ประกัน "ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น" คนละ 5 หมื่น ชี้ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี
"สุรศักดิ์" เล็งชง ครม. สัปดาห์หน้า ปฏิรูปใหญ่แยก "กระทรวงการกีฬา"