อัยการเปิดช่องสู้คดี แนะแอร์สาวพิสูจน์เจตนาบริสุทธิ์ สู้โทษคุกออสเตรเลีย
วันนี้ (6 ก.ค.2569) นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการพิเศษฝ่ายประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ออกมาให้คำแนะนำทางกฎหมายและแนวทางการต่อสู้คดีอย่างเป็นทางการ สำหรับกรณีของแอร์โฮสเตสสายการบินไทย ที่ถูกควบคุมตัวในประเทศออสเตรเลีย ข้อหาลักลอบขนส่งพัสดุซุกซ่อนยาเสพติด
โดยระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นฐานความผิดทางอาญาที่ร้ายแรงและมีอัตราโทษขั้นสูงคือจำคุกถึง 25 ปี ดังนั้น แนวทางในการต่อสู้คดีที่สำคัญที่สุดของผู้ถูกกล่าวหาคือ "การพิสูจน์เจตนา" โดยทนายความจะต้องแสดงพยานหลักฐานให้ศาลเห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อนในอดีต และไม่มีความเกี่ยวข้องหรือส่วนรู้เห็นใด ๆ กับเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ
ในส่วนของกลยุทธ์การต่อสู้ในชั้นศาล นายน้ำแท้ ระบุว่า ทีมทนายความสามารถนำประเด็นพฤติการณ์ในขณะเกิดเหตุ ที่ผู้ถูกกล่าวหาได้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการ "สำแดงสิ่งของและพัสดุภัณฑ์" ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรของประเทศออสเตรเลีย เพื่อให้ทำการตรวจสอบ มาเป็นข้อต่อสู้หลัก เพื่อหักล้างข้อหาเจตนาครอบครองยาเสพติด
นอกจากนี้ ยังสามารถนำพยานหลักฐานและคำให้การซัดทอดของผู้ต้องหารายอื่น ๆ ในขบวนการ (ถ้ามี) ที่ระบุและยืนยันสอดคล้องกันว่า แอร์โฮสเตสรายนี้ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดมาประกอบการพิจารณา เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษที่สูงมาก จึงจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลสูง (Supreme Court) ของประเทศออสเตรเลียตามลำดับ
สำหรับขั้นตอนและกระบวนการยุติธรรมของประเทศออสเตรเลียนั้น อัยการพิเศษฝ่ายประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า ค่อนข้างเปิดกว้างและให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาอย่างมาก
โดยในการนัดไต่สวนคดีครั้งแรก จะเป็นการตรวจพิจารณาพยานหลักฐาน ที่รวบรวมมาจากทั้งฝั่งพนักงานอัยการและฝั่งทนายความจำเลย ว่ามีน้ำหนักพยานเพียงพอที่จะนำสืบในขั้นตอนต่อไปหรือไม่ หากศาลเห็นว่าหลักฐานไม่มีน้ำหนัก ศาลก็มีอำนาจปฏิเสธที่จะรับคดีไว้พิจารณาได้
ยิ่งไปกว่านั้น หากก่อนถึงกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐาน ทางอัยการของออสเตรเลีย ได้รับข้อมูลและพยานหลักฐานจากรัฐบาลไทย รวมถึงทนายความ แล้วพิเคราะห์เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาขาดเจตนาในการกระทำความผิดจริง อัยการออสเตรเลียก็มีสิทธิ์ทางกฎหมายที่จะสั่ง "ถอนฟ้อง" คดีได้ทันที
นายน้ำแท้จึงเสนอแนะให้รัฐบาลไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประสานงานและจัดส่งพยานหลักฐานทั้งหมดที่มี ให้แก่อัยการประเทศออสเตรเลียโดยเร็วที่สุด
อ่านข่าวอื่น :
ตร.จ่อฟันฐานปล่อยปละละเลย แม่-ยายเด็ก 11 ปี ขับรถชนพระมรณภาพหมู่
ปลัด มท.เซ็นตั้ง คกก.สอบวินัย 5 ขรก.โยงโกงสอบท้องถิ่น นายกฯ ยันไร้ซูเอี๋ย
คลังเล็งชง ครม.ปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่นับรวมหนี้เกษตร