เปิด 2 แนวทางศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 9 ก.ค.
ลุ้นระทึกกันอีกครั้ง ในคดีประวัติศาสตร์กับกฎหมายทางการเงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จากคำร้องของ สส.ฝ่ายค้าน 133 คน อ้างอิงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 และมาตรา 173 โดยศาลนัดชี้ขาดคำวินิจฉัยในวันที่ 9 ก.ค.นี้
ด้วยฝ่ายค้านอ้างว่า เงินกู้ในส่วนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 2 แสนล้านบาท ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และไม่ได้เป็นเรื่องเร่งด่วนฉุกเฉิน ที่มีความจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ก่อนที่สภาจะพิจารณาอนุมัติหรือไม่ จึงยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมปัญหานี้
ซึ่งประเด็นการวินิจฉัยสำคัญ หากเทียบเคียงการวินิจฉัยคำร้องในลักษณะเดียวกันที่ผ่านมา ศาลจะคำนึงถึงข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ของวิกฤต สถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเช่นกรณี พ.ร.ก.กู้เงิน ที่ส่งคำร้องศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้มี 2 ฉบับด้วยกัน
คือ พ.ร.ก.กู้เงินบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 2555 ที่นำไปฟื้นฟูหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 หรือ พ.ร.ก.กู้เงินโควิด-19 จำนวน 1.5 ล้านล้านบาท ยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปี 2563 นำไปเยียวยาด้านสาธารณสุข จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ศาลชี้ขาดว่าชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นสถานการณ์โรคระบาดระดับโลกและเป็นภัยพิบัติสาธารณะ ที่กระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงและฉับพลัน
ส่วนกรณี พ.ร.ก.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ปี 2557 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กู้นำไปสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมรถไฟความเร็วสูง ที่ศาลชี้ว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามกรอบกฎหมาย
สำหรับแนวทางวินิจฉัยมี 2 ทาง คือ "ชอบ" หรือ "ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ" หากศาลชี้ว่าชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาลก็เดินหน้าดำเนินการ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่สภาผู้แทนราษฎรชะลอวาระการอนุมัติงบประมาณ แต่หากศาลชี้ว่าในส่วน 2 แสนล้านบาท ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานชอบด้วยกฎหมาย ศาลอาจจะมีคำสั่งรัฐบาลให้ดำเนินการแก้
ซึ่งหากผลวินิจฉัยเป็นไปในทางลบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านจะตกไป นั่นทำให้รัฐบาลสั่นคลอน เพราะเท่ากับว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ ไม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้น แม้ไม่มีกฎหมายกำหนดให้รัฐบาลลาออก ตามธรรมเนียมปฏิบัติ และความรับผิดชอบทางการเมือง นายกฯ อนุทิน อาจต้องเผชิญแรงกดดันจากระบบรัฐสภา
ให้ "ลาออก" หรือ "ยุบสภา" เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ซึ่ง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล เชื่อว่ายากที่รัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง หาก พ.ร.ก.กู้เงินไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เหตุที่รัฐบาลจะล้ม น่าจะมาจากปัญหาความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่า
วันที่ 9 ก.ค.นี้ ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาทางใด ย่อมต้องส่งผลต่อทิศทางการเมืองและเศรษฐกิจไทย จะเปลี่ยนโฉมอย่างไรต้องติดตาม
อ่านข่าว :
ศร.นัดลงมติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ 9 ก.ค.นี้
"ศิริกัญญา" ยื่นผู้ตรวจการฯ สอบรัฐบาลนำเงินกู้อุดหนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
สภาฯ เห็นชอบตั้ง 25 กมธ.วิสามัญตรวจสอบใช้จ่าย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน