โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 2 แนวทางศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 9 ก.ค.

Thai PBS

อัพเดต 23 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ลุ้นระทึกกันอีกครั้ง ในคดีประวัติศาสตร์กับกฎหมายทางการเงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จากคำร้องของ สส.ฝ่ายค้าน 133 คน อ้างอิงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 และมาตรา 173 โดยศาลนัดชี้ขาดคำวินิจฉัยในวันที่ 9 ก.ค.นี้

ด้วยฝ่ายค้านอ้างว่า เงินกู้ในส่วนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 2 แสนล้านบาท ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และไม่ได้เป็นเรื่องเร่งด่วนฉุกเฉิน ที่มีความจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ก่อนที่สภาจะพิจารณาอนุมัติหรือไม่ จึงยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมปัญหานี้

ซึ่งประเด็นการวินิจฉัยสำคัญ หากเทียบเคียงการวินิจฉัยคำร้องในลักษณะเดียวกันที่ผ่านมา ศาลจะคำนึงถึงข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ของวิกฤต สถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเช่นกรณี พ.ร.ก.กู้เงิน ที่ส่งคำร้องศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้มี 2 ฉบับด้วยกัน

คือ พ.ร.ก.กู้เงินบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 2555 ที่นำไปฟื้นฟูหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 หรือ พ.ร.ก.กู้เงินโควิด-19 จำนวน 1.5 ล้านล้านบาท ยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปี 2563 นำไปเยียวยาด้านสาธารณสุข จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ศาลชี้ขาดว่าชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นสถานการณ์โรคระบาดระดับโลกและเป็นภัยพิบัติสาธารณะ ที่กระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงและฉับพลัน

ส่วนกรณี พ.ร.ก.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ปี 2557 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กู้นำไปสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมรถไฟความเร็วสูง ที่ศาลชี้ว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามกรอบกฎหมาย
สำหรับแนวทางวินิจฉัยมี 2 ทาง คือ "ชอบ" หรือ "ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ" หากศาลชี้ว่าชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาลก็เดินหน้าดำเนินการ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่สภาผู้แทนราษฎรชะลอวาระการอนุมัติงบประมาณ แต่หากศาลชี้ว่าในส่วน 2 แสนล้านบาท ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานชอบด้วยกฎหมาย ศาลอาจจะมีคำสั่งรัฐบาลให้ดำเนินการแก้
ซึ่งหากผลวินิจฉัยเป็นไปในทางลบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านจะตกไป นั่นทำให้รัฐบาลสั่นคลอน เพราะเท่ากับว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ ไม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้น แม้ไม่มีกฎหมายกำหนดให้รัฐบาลลาออก ตามธรรมเนียมปฏิบัติ และความรับผิดชอบทางการเมือง นายกฯ อนุทิน อาจต้องเผชิญแรงกดดันจากระบบรัฐสภา
ให้ "ลาออก" หรือ "ยุบสภา" เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ซึ่ง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล เชื่อว่ายากที่รัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง หาก พ.ร.ก.กู้เงินไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เหตุที่รัฐบาลจะล้ม น่าจะมาจากปัญหาความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่า

วันที่ 9 ก.ค.นี้ ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาทางใด ย่อมต้องส่งผลต่อทิศทางการเมืองและเศรษฐกิจไทย จะเปลี่ยนโฉมอย่างไรต้องติดตาม

อ่านข่าว :

ศร.นัดลงมติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ 9 ก.ค.นี้

"ศิริกัญญา" ยื่นผู้ตรวจการฯ สอบรัฐบาลนำเงินกู้อุดหนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สภาฯ เห็นชอบตั้ง 25 กมธ.วิสามัญตรวจสอบใช้จ่าย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สื่อเกาะติดทั้งวัน สถ.ยังไร้คำชี้แจง ผลตรวจคะแนนใหม่กว่า 15,000 ราย

29 นาทีที่แล้ว

คมนาคมรับข้อเรียกร้องวิน EV เดินหน้าปราบวินเถื่อน-แอปฯ ผิดกฎหมาย

40 นาทีที่แล้ว

ศาลไม่ให้ประกัน "อุทัย-นันทวัฒน์" ผู้ต้องหาส่งพัสดุซุกเฮโรอีนให้ "แอร์มีนา"

51 นาทีที่แล้ว

"ภาวุธ" ย้ำเงิน 28 ล้านไม่ได้ผิดกฎหมาย ที่มาชัดเจน ยันไม่เกี่ยวแชร์ลูกโซ่

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

นายกฯ รับรู้จัก “ชณทัต” แต่ปัดมีส่วนร่วม หลังเจ้าตัวอ้างเป็นคณะทำงานนายกฯ เข้าทำร้ายสื่อ ยันหากทำเสียหายดำเนินคดีเด็ดขาด

WeR NEWS

เคลียร์ชัด! ชาวเน็ตจับตา "ศุภจี" เงียบหาย เพจสวนหมัดเด็ด ทำเอาสะดุ้งทั้งไทม์ไลน์

สยามรัฐ

‘สส.ภาวุธ’ ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง แจงดีเอสไอ ยืนยันเงิน 28 ล้าน ไม่ได้มาจากสิ่งผิดกฎหมาย

ไทยโพสต์

“ศุภมาส” เดินหน้า Lemon Law คุ้มครองคนซื้อของชำรุด- 2 เดือน ชดเชยผู้บริโภคแล้ว 22 ล้าน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

"ภาวุธ" เปิดใจ หลังเข้าพบ DSI เผยปมเงิน 28 ล้าน แจงไปฝรั่งเศสกับกลุ่มโบรกเกอร์ ลั่นตอนนี้ยังเป็นพยาน

Khaosod

“อนุทิน” ยอมรับผลสำรวจคะแนนลดลง เป็นกระจกสะท้อนการทำงานต้องแก้ไขให้ดี

TNN ช่อง16
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...