ประชากร'จีน'ลด 3 ปีติด ยอดตายแซงหน้าเด็กเกิดใหม่
รัฐบาลจีนรายงานเมื่อวันศุกร์ว่าจำนวนประชากรของประเทศลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 3แล้ว สะท้อนถึงปัญหาด้านประชากรในประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งกำลังเผชิญทั้งปัญหาประชากรสูงอายุและการขาดแคลนแรงงานที่กำลังเพิ่มขึ้น
ตามตัวเลขพบว่าในช่วงสิ้นปี 2024 จีนมีประชากร 1.408 พันล้านคน ลดลง 1.39 ล้านคน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยตัวเลขประชากรของจีน ก็สอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง ที่อัตราการเกิดลดลงอย่างมาก
จากข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน พบว่าจำนวนประชากรของจีนในปี 2567 ลดลงกว่า 1.39 ล้านคน เหลือเพียง 1.408 พันล้านคน และมีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 9.54 ล้านคน เพิ่มขึ้น 520,000 คนจากปีก่อนหน้า ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความเชื่อว่าปีมะโรงในรอบราศีจีนเป็นปีมงคลสำหรับการมีบุตร
แม้จะมีจำนวนการเกิดเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นจำนวนการเกิดที่ต่ำเป็นอันดับสองนับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2492
ข้อมูลที่เปิดเผยออกมาล่าสุดนี้ยิ่งตอกย้ำความกังวลมากขึ้นว่าจีน ชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก จะต้องดิ้นรนต่อสู้กับจำนวนแรงงานและผู้บริโภคที่ลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดูแลประชากรผู้สูงอายุและสิทธิประโยชน์ของคนวัยเกษียณที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น มีแนวโน้มที่จะสร้างความตึงเครียดมากยิ่งขึ้นให้กับรัฐบาลท้องถิ่นที่มีภาระหนี้อยู่แล้ว
อัตราเกิดในจีนลดลงมานานหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผลจากนโยบายลูกโทนของรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2523-2558 รวมถึงการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว แม้หลายปีมานี้จีนจะยกเลิกนโยบายลูกโทนเพื่อกระตุ้นให้ชาวจีนมีลูกเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่เป็นผล และเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ชาวจีนจำนวนมากได้ย้ายจากชนบทเข้ามาอยู่ในเมืองซึ่งการมีบุตรนั้นมีค่าใช้จ่ายสูง