โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

King Of The Crucible การกลับมาของ‘เฮนดรี้’

แนวหน้า

เผยแพร่ 02 ก.ย 2563 เวลา 23.00 น.

ฮือฮาวงการกีฬาโลก เมื่อ เวิลด์ สนุ้กเกอร์ทัวร์ (The World Snooker Tour) ได้ออกมายืนยันว่า การแข่งขันสนุ้กเกอร์สะสมคะแนนในซีซั่นใหม่ 2020-21 ได้มีการมอบสิทธิ์พิเศษให้กับนักสอยคิวระดับตำนานรวมทั้งสิ้น 4 คน ในการแข่งขันอาชีพโลก เป็นเวลา 2 ฤดูกาลด้วยกัน

ทั้ง 4 คน ประกอบด้วย “มัจจุราชผมทอง” สตีเฟ่น เฮนดรี้แชมป์โลก 7 สมัยชาวสกอตแลนด์ วัย 51 ปี, เคน โดเฮอร์ตี้แชมป์โลก ปี 1997 วัย 50 ปี จากสาธารณรัฐไอร์แลนด์,จิมมี่ ไวท์ ขวัญใจมหาชน และรองแชมป์โลก 6 สมัย วัย 58 ปี จากอังกฤษ และ “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” รัชพล ภู่โอบอ้อม อดีตมือ 3 ของโลกขวัญใจชาวไทย วัย 50 ปี

สตีเฟ่น เฮนดรี้ ประกาศแขวนคิวไปตั้งแต่ปี 2012หลังจากเขาพ่ายแพ้ยับเยินให้กับ สตีเฟ่น แม็คไกวร์ ในศึกชิงแชมป์โลก ในรอบ 8 คนสุดท้าย ที่ครูซิเบิ้ล เธียเตอร์ 2-13 เฟรม ทำให้เลิกเล่นไปด้วยวัยเพียงแค่ 43 ปีเท่านั้น ซึ่งเท่ากับการที่ รอนนี่ โอ’ซุลลิแวน กลับมาเป็นแชมป์ในปีนี้

สำหรับ 3 คิวเพิ่งหลุดจากท็อป 64 คนแรกในปีที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ โดย ไวท์ หลุดไปถึงอันดับที่ 111 ขณะที่ เคน อยู่อันดับที่ 68 ส่วน ต๋อง อยู่อันดับที่ 95 โดยรายการแรกจะเริ่มต้นขึ้นในศึกยูโรเปี้ยน มาสเตอร์ส จะแข่งขันระหว่างวันที่ 21-27 กันยายนนี้

ภายหลังได้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง เฮนดรี้ กล่าวว่า เขารอคอยการแข่งขันมาโดยตลอด และไม่สนใจว่าผลงานจะเป็นอย่างไร แต่การได้กลับมาแข่งขันคือ สิ่งที่ดีที่สุด

“ผมตื่นเต้นมากที่จะได้กลับมาแข่งขันอีกครั้งใน 2 ปีนับจากนี้ ผมพลาดการแข่งขันที่สนุกสนานอย่างมากในช่วงหลัง ผมยืนยันว่า ผมไม่ได้คาดหวังอะไรในแง่ของผลงาน แต่ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ ในการกลับมาที่โต๊ะแข่งขัน”

ทางด้าน แบร์รี่ เฮิร์นส์ ประธานสนุกเกอร์ทัวร์ เปิดเผยว่าผมก็ตื่นเต้นไม่แพ้กับ สตีเฟ่น เมื่อได้ยินคำตอบรับที่จะกลับมาแข่งขันอีกครั้ง เพราะ เฮนดรี้ คือยักษ์ใหญ่ของวงการกีฬา ไม่ใช่แค่สนุ้กเกอร์เท่านั้น ผมรู้ดีว่าทุกสายตาจะจับจ้องไปที่เขาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

“ไฟในการเล่นของเขายังคงลุกโชน และผมเชื่อว่า เขาจะกลับมาอย่างตื่นตาตื่นใจ พร้อมกับได้รับความสนใจจากแฟนกีฬา”เฮิร์นส์ กล่าว

l เปิดสถิติการเล่น 27 ปี อาชีพโลก

ตลอดการเล่นอาชีพ 27 ปี เฮนดรี้ ครองแชมป์โลกได้ถึง 7 สมัย เป็นสถิติที่ยืนยงอยู่มาแล้ว 21 ปี โดยเขาได้แชมป์โลก ปี 1990, 1992, 1993, 1994, 1995, 1996 และ 1999 พร้อมกับเข้าครูซิเบิ้ล เธียเตอร์ ตลอด 27 ปีที่เล่นอาชีพ และผ่านเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้าย ได้ถึง 19 ครั้ง พร้อมกับติดท็อป 16 คนแรกของโลก 23 ปีซ้อน

เฮนดรี้ เป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัยเพียง 21 ปี 107 วัน, เป็นมือ 1 โลกมากที่สุด 9 ฤดูกาล, ครองแชมป์รายการสะสมคะแนน 36 รายการ, ครองแชมป์รายการล่าเงินรางวัล 39 รายการ,เข้าชิงชนะเลิศ 115 รายการ, ทำเซ็นจูรี่เบรกได้ 775 ครั้ง,แม็กซิมั่มเบรก 11 ครั้ง, เป็น 1 ใน 3 นักกีฬาที่ครองทริปเปิ้ลคราวน์ในปีเดียวกัน และครองรางวัลนี้ 18 รายการ

ในการเป็นแชมป์ที่ครูซิเบิ้ลเธียเตอร์ 7 สมัย “เฮนดรี้” คว้าชัยชนะไปได้ถึง 70 นัด แทงไปทั้งสิ้น 127 เซ็นจูรี่เบรก นับเฉพาะการเล่นชิงแชมป์โลก เขาได้เงินไปกว่า 150 ล้านบาท

“การได้เป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุด ยังอยู่ในความทรงจำของผมในทุกวันนี้ ผมคิดว่านั่นคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ผมมาถึงจุดที่ยืนอยู่ตรงนี้”

l ส่องผลงานในซีซั่นสุดท้าย

8 ปีก่อน เป็นปีสุดท้ายของเขาในฐานะมืออาชีพที่ไม่มีใครคิดมาก่อนว่าจะเลิกเล่น แต่ผลงานค่อนข้างทรงกับทรุด เมื่อประเดิม 6 รายการแรก เขาตกรอบแรกไปถึง 3 รายการ และที่เหลือคือตกรอบ 2

รายการที่ดีที่สุดยังเป็นชิงแชมป์โลก เมื่อ เฮนดรี้ ต้องไปแข่งขันในรอบคัดเลือก ก่อนจะเชือด หยู เต ลู ของแรงจากเมืองจีน ไปได้ 10-6 เฟรม เข้าครูซิเบิ้ลเป็นสมัยที่ 27 ติดต่อกัน

ทุกอย่างทำท่าจะไปได้สวยมากๆ เมื่อปราบ สจ๊วร์ต บิงแฮมไม่ยาก 10-4 เฟรม ก่อนจะขยี้ จอห์น ฮิกกิ้นส์ แชมป์เก่าแบบไม่เหลือซาก 13-4 เฟรม ทุกคนแอบคิดเหมือนกันว่า มัจจุราชกำลังจะกลับมา

แต่ในรอบต่อมา เฮนดรี้ กลับแพ้ขาดลอยถึง 2-13 เขาประกาศเลิกเล่นทันทีหลังจบเกม ช็อกแฟนสอยคิวทั่วโลก

เขาพูดถึงเรื่องนี้เมื่อปีก่อนในวันที่แขวนคิวว่า มันน่าเศร้าอย่างมากที่นัดสุดท้ายในการเล่นอาชีพของเขาต้องแพ้ถึง 2-13 แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้แพ้แบบเกมศูนย์ ถ้าหากสกอร์ 0-13 มันคงจะแย่หนักไปกว่านี้ ตัวผมเองไม่สามารถเล่นในแบบที่ตัวเองต้องการได้เลยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และทำให้ผมผิดหวัง

สำหรับแชมป์รายการสุดท้ายที่เขาทำได้คือ “มอลตา คัพ2005”

l ‘เฮนดรี้’กับเรื่องราวประเทศไทย

สุดยอดนักกีฬาที่เนื้อหอมที่สุดในโลกสอยคิว มีโอกาสเดินทางมาประเทศไทยต่อเนื่อง ในยุคที่มีการแข่งขันสะสมคะแนนในบ้านเรา ยุค “บิ๊กสิน” สินธุ พูนศิริวงศ์ เป็นนายกสมาคมฯ และการพุ่งแรงถึงขีดสุดของ “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย”

เฮนดรี้ เดินทางมายังเมืองไทยทุกปี เขาได้แชมป์ เอเชี่ยน โอเพ่น ปี 1989 ด้วยการชนะ ต๋อง 9-2 และปีต่อมาก็ได้แชมป์ด้วยการทุบ เดนนิส เทย์เลอร์ 9-3 เฟรม ก่อนจะแพ้ สตีฟ เดวิสในปี 1992 ก่อนจะกลับมาเป็นแชมป์รายการไทยแลนด์ มาสเตอร์สปี 1998 ด้วยการเชือด จอห์น แพร์ร็อตต์ 9-6 เฟรม

เขาทะลุชิงอีก 2 ครั้ง แต่ได้เป็นเพราะรองทั้งสองครา หลังจากแพ้ มาร์ค วิลเลี่ยมส์ 5-9 ปี 2000 และแพ้ เคน โดเฮอร์ตี้ในปี 2001 สกอร์ 3-9

เท่ากับมาเมืองไทย 10 กว่าปี เฮนดรี้ ชิง 6 ได้แชมป์ไป 3

แต่กลายเป็นว่าโลกจดจำภาพที่ เฮนดรี้ พลาดพ่ายให้กับ ต่าย พิจิตร ในเมืองไทยมากกว่าภาพอื่น

ในปี 1994 ที่อิมพีเรียล ควีนส์พาร์ค เฮนดรี้ ถึงกับกลับบ้านทันทีในคืนนั้น หลังจากพลิกล็อกป่นปี้ แพ้ ชูชาติไตรรัตนประดิษฐ์ แบบพลิกปฐพี 2-5 เฟรม ในรอบ 32 คนสุดท้ายหลังจาก ต่าย เอาชนะ โคลิน มอร์ตัน มาได้ในรอบไวลด์คาร์ด

“Who Are you…CHUCHART” ไม่มีมือโปรคนไหน(ยกเว้น ต๋อง) ที่รู้จัก ต่าย พิจิตร ทำให้เป็นเรื่องราวไวลด์คาร์ด ที่เป็นตำนานอย่างที่สุดคู่หนึ่งของโลก

…เรื่องที่ 2 เกิดขึ้นในศึกชิงแชมป์โลก รอบ 2 ปี 1992 ในเฟรมที่ 22 ระหว่าง เฮนดรี้ กับ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย

ข้อมูลนี้ตรงกันและยืนยันจากบันทึกเรื่องเล่าในเพจ Tong Snooker club ที่ว่า เฮนดรี้ เตรียมแทงกินเหลือง แต่ในจังหวะสาวคิวนั้น หัวคิวไปสะกิดลูกขาวเบาๆ แต่ไม่มีใครเห็น และเฮนดรี้ก็ลักไก่แทงต่อไปทันที ทำให้เกมที่อาจจะเสมอ 11-11 กลายเป็น เฮนดรี้ ขึ้นแท่น 12-10 ก่อนจะชนะ 13-10

เฮนดรี้ ได้ทำการขอโทษเรื่องดังกล่าวไปแล้ว โดยยอมรับว่าเขาบกพร่องเรื่องวุฒิภาวะ และสำคัญก็คือ เขากลัวแพ้!!!!!

เรื่องที่ 3 เรื่องสุดท้าย…เฮนดรี้ มีอันต้องสูญเสียไม้คิวที่ทำเงินให้เขาเป็นร้อยล้าน หลังจากกลับจากประเทศไทยเมื่อปี 2003

ในช่วงนั้นสายการบินต่างๆ ได้เริ่มให้นำอุปกรณ์สอยคิว “โหลดลงเครื่อง” ไม่ให้ “ถือขึ้นเครื่อง” หลังจากเหตุการณ์ “9-11”หรือการก่อการร้ายที่สหรัฐอเมริกา 9 กันยายน 2001

เฮนดรี้ มาแข่งขันรายการไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2003 และบินจากไทยกลับไปที่สกอตแลนด์ ปรากฏว่า ไม้คิวหัก!!!!!!

คิวอันนี้เขาใช้มาตั้งแต่อายุ 14 ปี และเป็นไม้คิวที่เขาได้แชมป์โลกมา 7 สมัย โดยพ่อของเขาซื้อมาให้ในราคาแค่ 40 ปอนด์เท่านั้น!!!!!

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...