โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

DITTO บวกแรง 5% ตุนแบ็กล็อกแน่น 4 พันล้าน-รอลุ้นสวนสัตว์ใหม่เฟส 2

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 03.53 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(10 มี.ค.68) ราคาหุ้นบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ณ เวลา 10:26 น.อยู่ที่ระดับ 11.00 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 4.76% ราคาต่ำสุด 10.50 บาท ราคาสูงสุด 11.10 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 25.87 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จํากัด ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ว่า DITTO มีรายได้หลักจาก 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ บริการทางด้านระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลแบบครบวงจร คิดเป็นสัดส่วน 29% และธุรกิจ Innovation Technology Engineering Project คิดเป็นสัดส่วน 51% โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินโครงการสำคัญ เช่น โครงการสวนสัตว์แห่งใหม่เฟสแรก มูลค่า 5.3 พันล้านบาท และโครงการพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า มูลค่า 2 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทถือหุ้นใน Consultum แต่ละโครงการในสัดส่วน 25-30% ขณะที่ธุรกิจ Printer ไม่ได้เป็นจุดเน้นอีกต่อไป ทำให้รายได้ในส่วนนี้เหลือ 0%

โดย DITTO รายงานกำไรสุทธิ 458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน สอดคล้องกับรายได้ที่เติบโต 33.9% แตะ 2.4 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 29.8% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 27.1% เนื่องจากสัดส่วนโครงการ Innovation Technology Engineering เพิ่มขึ้นเป็น 49.4% ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรลดลงในช่วงก่อสร้าง อย่างไรก็ดี คาดว่างานบำรุงรักษา (MA) ซึ่งคิดเป็น 20% ของมูลค่าโครงการ จะช่วยหนุนอัตรากำไรในระยะถัดไป
งานในมือและแนวโน้มการเติบโต

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2024 DITTO มีงานในมือรวม 4.1 พันล้านบาท แบ่งเป็นโครงการ 2.3 พันล้านบาท และงานบริหารจัดการเอกสาร 1.8 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2025 ประมาณ 3 พันล้านบาท ขณะที่ผู้บริหารตั้งเป้าประมูลงานเพิ่มเติม 1 พันล้านบาทในช่วงกลางปี ทั้งนี้ ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีงานใหม่อีกประมาณ 7 พันล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ โดยในจำนวนนี้ 4 พันล้านบาท จะเป็นโครงการสวนสัตว์แห่งใหม่เฟส 2 ซึ่งคาดว่าจะเปิดประมูลปลายปีนี้ สำหรับเฟส 1 มีความคืบหน้าแล้ว 46% อย่างไรก็ตาม มีการปรับแบบโครงการ ทำให้ผู้ว่าจ้างขยายเวลาเสร็จสิ้นไปเป็นปี 2026
ธุรกิจใหม่ Carbon Credit เตรียมเปิดตัว

DITTO อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการชาชายแลน 1.7 แสนไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ผลิต Blue Carbon ที่สามารถดูดซับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงกว่าพื้นที่ทั่วไป 3-10 เท่า โดยคาดว่าพื้นที่โครงการจะสามารถผลิต Carbon Credit ได้ถึง 100,000 ตันต่อปี พื้นที่ปลูกใหม่รวม 20,000 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นการสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ให้ดูแลและบำรุงรักษาป่า โดยบริษัทมีแผนแบ่งผลประโยชน์จากโครงการให้เกษตรกรในสัดส่วน 20% ในอนาคต

จากการสอบถามผู้บริหารเกี่ยวกับตลาด Carbon Credit ในประเทศไทย พบประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:ปัจจุบันตลาด Carbon Credit ในไทยยังอยู่ในภาค "สมัครใจ" ทำให้ราคาซื้อขายอยู่ที่ 200-300 บาท/ตัน ซึ่งต่ำกว่าราคาในสิงคโปร์ที่อยู่ที่ 25 ดอลลาร์สิงคโปร์/ตัน (ประมาณ 634 บาท/ตัน) โดยเครื่องมือสำคัญที่จะผลักดันตลาดไปสู่ภาคบังคับคือ การออกกฎหมาย Carbon Tax ซึ่งสิงคโปร์ได้เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2019 นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมืออื่นๆ เช่น การหักกลบ Carbon Credit และการกำหนดโควต้าการปล่อยคาร์บอน เป็นต้น

โดยประเทศไทยอยู่ระหว่างการร่างกฎหมายเพื่อผลักดันตลาด Carbon Credit สู่ภาคบังคับ โดยคาดว่ากระบวนการอนุมัติจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ และเริ่มบังคับใช้ในปี 2569 ทั้งนี้ ผู้บริหารเชื่อว่าตลาดซื้อขาย Carbon Credit ในภาคบังคับจะเกิดขึ้นภายในปี 2570 ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ DITTO จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตจากโครงการของบริษัท

ปัจจุบัน ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกภาคส่วนรวมกันประมาณ 385 ล้านตันต่อปี (จากภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการบำบัดของเสีย) ขณะที่โครงการของ DITTO ซึ่งดำเนินการบนพื้นที่ 1.7 ล้านไร่ คาดว่าจะสามารถผลิต Carbon Credit ได้ราว 1 ล้านตันต่อปี จะเห็นได้ว่าความต้องการในตลาดยังมีมากกว่าอุปทานอย่างมหาศาล

ปัจจุบัน DITTO เป็นผู้เล่นรายเดียวที่มุ่งพัฒนา Carbon Credit ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งทำให้บริษัทมีโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...