“ยูเบชิ” เมนูอาหารหวานจากโมจิเหลือกินช่วงปีใหม่ที่อร่อยเหมือนซื้อจากร้าน
อาหารที่ขาดไม่ได้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของญี่ปุ่นก็คือ โมจิ (餅) ในช่วงเทศกาลปีใหม่คนญี่ปุ่นก้มักซื้อโมจิสำเร็จรูปที่มีลักษณะค่อนข้างแข็งไว้ในปริมาณมาก โดยมักนำมาย่างรับประทานกับโชยุและสาหร่าย อย่างไรก็ตามการรับประทานแบบเดิม ๆ อาจทำให้รู้สึกเบื่อโมจิได้ มารู้วิธีการดัดแปลงโมจิเป็น ขนมยูเบชิ ที่อร่อยเหมือนซื้อจากร้านกันค่ะ
คนญี่ปุ่นกับการนำโมจิมาประยุกต์ใช้ที่หลากหลาย
คนญี่ปุ่นนั้นนิยมนำโมจิมาใช้ในหลายรูปแบบ ทั้งนำมาประดับบ้านเป็น “คางามิโมจิ (鏡餅)” โมจิขนาดใหญ่เล็กวางซ้อนกันสองก้อนเพื่อถวายแด่เทพเจ้าแห่งวันปีใหม่ให้ลงมาสถิตพร้อมนำพาความอุดมสมบูรณ์และความสุขมายังครอบครัว หรือนำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญของซุปที่รับประทานเป็นมื้อแรกในวันขึ้นปีใหม่ที่เรียกว่า “โอโซนิ” (お雑煮) โดยมีความเชื่อกันว่าโมจิที่ยืดเหนียวนั้นสื่อความหมายถึงการเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัวให้เหนียวแน่นและการมีชีวิตที่ยืนยาว
ขนมยูเบชิคืออะไร
ขนมยูเบชิ (ゆべし) เป็นขนมโมจิที่มีเนื้อสัมผัสหนึบ มีรสชาติและรูปทรงแตกต่างกันไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ
1. ขนมยูเบชิที่มีส่วนผสมของส้มยูซุ
ขนมยูเบชิชนิดนี้มีส่วนผสมของแป้งข้าวเหนียว น้ำตาล โชยุ (มิโซะ) และน้ำส้มยูซุหรือผิวส้มยูซุ (ゆず) ที่นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมาใส่ไว้ในผลส้มยูซุที่นำเอาส่วนเนื้อส้มและเมล็ดออก จากนั้นนำมานึ่งและตากแห้งประมาณ 1 อาทิตย์ ขนมยูเบชิชนิดนี้มีกลิ่นหอมส้มยูซุและมีรสชาติอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์
2. ขนมยูเบชิที่มีส่วนผสมของถั่ววอลนัท
ขนมยูเบชิชนิดนี้มีต้นตำรับจากพื้นที่โทโฮคุและหาซื้อรับประทานได้ง่ายทั่วญี่ปุ่น โดยเป็นโมจิที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมมีรสชาติหวานปนเค็มเล็กน้อยจากโชยุและมีเนื้อสัมผัสกรุบมันอร่อยจากถั่ววอลนัท
ทั้งนี้ในปัจจุบันมีการดัดแปลงเติมส่วนผสมของวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น มัทฉะ ดอกซากุระดอง และงาดำ เป็นต้น เพื่อให้ได้ขนมยูเบชิที่มีรสชาติอร่อยที่แตกต่างกัน
วิธีทำขนมยูเบชิวอลนัทจากโมจิเหลือรับประทาน
วัตถุดิบ
- โมจิแท่งสี่เหลี่ยม 2 ชิ้น
- โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
- มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
- มิโซะ 1 ช้อนชา
- น้ำ 100 มิลลิลิตร
- ถั่ววอลนัทอบหรือคั่ว 50 กรัม
- แป้งมันฝรั่งปริมาณพอเหมาะ
วิธีทำ
1. หั่นโมจิที่ซื้อมาจากร้านค้าทั่วไปในญี่ปุ่นให้มีขนาดเล็กแล้วนำใส่หม้อขนาดเล็ก
2. เติมน้ำ น้ำตาล โชยุ มิริน และมิโซะลงไปในหม้อ นำตั้งบนไฟกลางถึงอ่อน ใช้ช้อนหรือไม้พายไม้คนส่วนผสมไปเรื่อย ๆ จนโมจิมีเนื้อสัมผัสนิ่ม แล้วจึงปิดไฟและคนจนโมจิเป็นเนื้อเดียวกัน
3. เติมถั่ววอลนัทอบที่หั่นให้มีขนาดรับประทานง่ายลงไปและคนให้พอเข้ากัน
4. รองพื้นภาชนะทนร้อนด้วยแป้งมันฝรั่งเล็กน้อย เทส่วนผสมของโมจิลงไป และเกลี่ยให้ทั่วภาชนะ โรยด้วยแป้งมันฝรั่งเล็กน้อย แล้ววางโมจิไว้จนเย็น
5. ใช้มีดตัดขนมยูเบชิให้มีขนาดพอคำแล้วนำมารับประทานได้ตามชอบ โดยหากรับประทานกับชาเขียวอุ่น ๆ ก็จะอร่อยยิ่งขึ้น และสามารถเก็บขนมที่เหลือไว้ที่อุณหภูมิห้องได้ประมาณ 2 วัน
หากชอบขนมโมจิ ขนมยูเบชิเป็นหนึ่งในขนมหวานญี่ปุ่นที่อาจถูกใจเพื่อนผู้อ่าน หากมาเยือนญี่ปุ่นลองหาขนมยูเบชิมาชิมดูค่ะ แต่หากอยากลองทำรับประทานเองก็สามารถหาซื้อวัตถุดิบได้ง่ายในเมืองไทยค่ะ รับรองว่าอร่อยมากค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: wagashimiryoku.com, buzzfeed.com