โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวโจนส์” ปิดลบ 521 จุด แรงขายหุ้นกลุ่ม “การเงิน-เทค” กดดัน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ก.พ. 69) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันศุกร์ (27 ก.พ.) โดยหุ้นกลุ่มการเงินและเทคโนโลยีถูกเทขายอย่างหนัก ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนในหลายประเด็น ส่งผลให้ตลาดเผชิญกับการปรับตัวลงรายเดือนรุนแรงที่สุดในรอบ 1 ปี

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,977.92 จุด ลดลง 521.28 จุด หรือ -1.05%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,878.88 จุด ลดลง 29.98 จุด หรือ -0.43% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,668.21 จุด ลดลง 210.17 จุด หรือ -0.92%

ดัชนีทั้ง 3 ตัวทำสถิติร่วงลงแรงในรอบสัปดาห์นี้ โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงรายสัปดาห์หนักที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพ.ย. ซึ่งการเทขายหุ้นมีสาเหตุจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับต้นทุนและผลกระทบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความกังวลเรื่องมาตรการภาษีที่กลับมาอีกครั้ง รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงคุกรุ่น

ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลงรายเดือนรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2568 ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นช่วงบวกยาวนานที่สุดนับตั้งแต่การปรับขึ้น 10 เดือนติดต่อกันที่สิ้นสุดในเดือน ม.ค. 2561

หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวลง หลังมีรายงานว่า Barclays, Jefferies, Wells Fargo และธนาคารอื่น ๆ อาจเผชิญความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับการล้มละลายของ Market Financial Solutions ซึ่งเป็นบริษัทปล่อยกู้จำนองในสหราชอาณาจักร ท่ามกลางความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อ โดยหุ้น Wells Fargo, Jefferies และหุ้น Barclays ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ร่วงลงระหว่าง 4.0% ถึง 9.3%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง จากความกังวลเกี่ยวกับ AI ที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิปและซอฟต์แวร์ปรับตัวลง 1.2% และ 1.5% ตามลำดับ

ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มปลอดภัย เช่น กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น เฮลท์แคร์ และสาธารณูปโภค เป็นกลุ่มที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดของวัน

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ออกมาสูงกว่าคาด ตอกย้ำความเชื่อว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่น่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะใกล้

ขณะนี้ตลาดการเงินประเมินความน่าจะเป็น 94.1% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายไว้ในกรอบ 3.50% - 3.75% ในการประชุมนโยบายการเงินเดือน มี.ค. ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME

สำหรับหุ้น 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในดัชนี S&P500 นั้น กลุ่มเฮลท์แคร์และกลุ่มพลังงานซึ่งได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นกลุ่มที่ปรับตัวดีที่สุด ขณะที่มีเพียงกลุ่มการเงินและเทคโนโลยีที่ปรับตัวลง

ส่วนความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Nvidia ร่วงลง 4.2% ต่อเนื่องจากวันพฤหัสบดีที่ร่วงลง 5.5% แม้รายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลต่อเทคโนโลยี AI ที่ยังคงมีอยู่

หุ้น Zscaler ร่วงลง 12.2% หลังบริษัทด้านความปลอดภัยในระบบคลาวด์รายงานผลขาดทุนสุทธิไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น

หุ้น Netflix พุ่งขึ้น 13.8% หลังนักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อการตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันเพื่อซื้อกิจการ Warner Bros Discovery (WBD) ซึ่งราคาหุ้นร่วงลง 2.2% ขณะที่ Paramount Skydance ซึ่งคาดว่าเป็นผู้ซื้อ WBD พุ่งขึ้น 20.8%

หุ้น Block พุ่งขึ้น 16.8% หลังบริษัทด้านการชำระเงินประกาศปลดพนักงานเกือบครึ่งหนึ่งขององค์กร เพื่อเร่งนำ AI มาใช้ในกระบวนการดำเนินงาน

หุ้น Dell พุ่งขึ้น 21.9% หลังผู้ผลิตพีซีคาดว่า รายได้จากธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ที่ปรับแต่งเพื่อ AI จะเพิ่มขึ้นในปีงบประมาณ 2570 และให้คำมั่นว่าจะคืนเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...