โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ชี้ GDP ไทย Q4 โตเกินคาด รับบริโภค–ลงทุนหนุน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปี 2568 ฟื้นตัวดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC) รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เติบโต 1.9% เทียบไตรมาสก่อนหน้า และ 2.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าประมาณการของตลาดที่คาดไว้ที่ 0.6% และ 1.3% ตามลำดับ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการเร่งตัวของการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ

ทั้งนี้ ภาคเอกชนยังคงเป็นตัวนำการฟื้นตัว ขณะที่การลงทุนภาครัฐมีการเร่งตัวชัดเจน โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 1 รวมถึงยอดซื้อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 26.4% ก่อนสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0

ขณะที่การลงทุนปรับดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 6.5% และการลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้น 13.3% จากฐานต่ำและสัญญาณเริ่มต้นของวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐโดยรวมเพิ่มขึ้นเพียง 1.3% สะท้อนข้อจำกัดด้านฐานะการคลัง

ด้านภาคต่างประเทศ การส่งออกสินค้ายังคงแข็งแกร่ง โดยมูลค่าส่งออกสินค้าเติบโต 8.7% ในไตรมาส 4 ปี 2568 ชะลอลงจาก 10.7% ในไตรมาสก่อนหน้า จากฐานที่สูงในช่วงปลายปี 2567 แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและดีกว่าที่คาดการณ์ หลังผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐมีความรุนแรงน้อยกว่าที่กังวล ขณะที่การส่งออกบริการหดตัว 6.9% สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ที่ 8.36 ล้านคน ลดลง 6.3% โดยการฟื้นตัวยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และยังต้องรอการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน

สำหรับแนวโน้มปี 2569 บริษัทประเมินว่าภาพรวมเศรษฐกิจมีทิศทางสดใสขึ้น โดยทั้งปี 2568 GDP ไทยขยายตัว 2.4% ขณะที่ NESDC ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 เป็นกรอบ 1.5–2.5% จากเดิม 1.2–2.2% จากแนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่ดีขึ้น โดยคาดว่าโมเมนตัมเศรษฐกิจในปี 2569 จะทยอยปรับดีขึ้นตามลำดับ จากเม็ดเงินใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ที่คาดว่าจะมีเสถียรภาพสูง พร้อมทั้งเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เช่น คนละครึ่งพลัสเฟส 2 และการเร่งรัดการลงทุนผ่านโครงการ Thailand Fast Pass

ทั้งนี้ บริษัทมองว่า ปัจจัยดังกล่าวจะเป็นบวกต่อ Sentiment การลงทุน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Domestic Play ซึ่งมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นกลุ่ม Global Play ภายใต้สภาพแวดล้อมการเติบโตที่พึ่งพาปัจจัยในประเทศมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...