“ดาวโจนส์” ปิดลบ 267 จุด แรงเทขายหุ้น “กลุ่มการเงิน–Apple” กดดัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันพฤหัสบดี (19 ก.พ.69) ปรับตัวลดลงทั้ง 3 ดัชนีหลัก โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของตลาดสินเชื่อนอกระบบธนาคาร (Private Credit) รวมถึงแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,395.16 จุด ลดลง 267.50 จุด หรือ -0.54% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.INX) ปิดที่ 6,861.89 จุด ลดลง 19.42 จุด หรือ -0.28% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 22,682.73 จุด ลดลง 70.91 จุด หรือ -0.31%
แรงขายในกลุ่มการเงินเกิดขึ้นหลังบริษัท Blue Owl Capital ตัดสินใจขายสินทรัพย์มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ และระงับการไถ่ถอนในกองทุนแห่งหนึ่งเพื่อบริหารจัดการหนี้ ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อ โดยหุ้นBlackstone ลดลง 5.3% ส่วน Apollo Global Management, Ares, KKR & Co และ Carlyle Group ปรับตัวลงระหว่าง 1.9%–5.2%
หุ้น Apple ลดลง 1.4% ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อดัชนี S&P 500 มากที่สุดในวันดังกล่าว ขณะที่ Walmart ปรับตัวลง 1.4% หลังคาดการณ์กำไรต่อหุ้นในปีงบการเงินปัจจุบันต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมิน
ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับ 206,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 225,000 ราย สะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันนี้ (21 ก.พ.69) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป