โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“คิง เพาเวอร์” งบปี 67 โคม่า! ขาดทุน 937 ล้าน กระทบเจรจา AOT ปรับสัญญายาก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 05.20 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 15.29 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (26 มิ.ย.68) สถานการณ์ทางการเงินที่ตึงเครียดของ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด (KPD) กำลังส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเจรจาสัญญาที่กำลังดำเนินอยู่กับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT โดยจากข้อมูลล่าสุดพบว่า KPD กำลังเผชิญกับผลขาดทุนที่ลึกขึ้น และฐานะผู้ถือหุ้นที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ณ สิ้นปี 2567

KPD ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านค้าปลอดอากรของคิง เพาเวอร์ในสนามบินหลักทั่วประเทศไทย เพิ่งเปิดเผยงบการเงินประจำปี 2567 ซึ่งแสดงผลขาดทุนสุทธิ 937 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2566 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 651 ล้านบาท ความสามารถในการฟื้นตัวทางการเงินของบริษัทจึงตกอยู่ภายใต้การจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัทลดลงจาก 16,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2566 เหลือเพียง 672 ล้านบาท ณ เดือนธันวาคม 2567

หนึ่งในประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับผู้มีส่วนได้เสียคือ ต้นทุนดอกเบี้ยของ KPD ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 272% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 640 ล้านบาท สะท้อนถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นและสภาพคล่องทางการเงินที่ตึงตัวของผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

ขณะที่ บริษัทต้องเผชิญกับอุปสงค์การเดินทางที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงปัจจัยลบจากภายนอก เช่น ผลกระทบต่อเนื่องจากโรคระบาด และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

โดยงบการเงินล่าสุดนี้ออกมาในช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจาก KPD กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาอย่างเข้มข้นกับ AOT โดยขอผ่อนผันเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานสนามบิน รวมถึงการยกเลิกเงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทนขั้นต่ำ (Minimum Guarantee) ซึ่ง KPD ให้เหตุผลว่าปัจจัยภายนอกหลายด้าน ทั้งการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐที่กระทบต่อธุรกิจดิวตี้ฟรี ได้บั่นทอนศักยภาพในการสร้างรายได้ของบริษัทอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม AOT ยังยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใด ๆ จะต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และการตรวจสอบโดยบุคคลภายนอกเสียก่อน ขณะที่การเจรจายังดำเนินอยู่ จุดยืนของ AOT อาจแข็งแกร่งขึ้นจากสถานะการเงินที่อ่อนแอกว่าที่คาดของ KPD ซึ่งอาจช่วยให้ AOT มีอำนาจต่อรองเพื่อผลักดันเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทมากขึ้น

ด้านนักลงทุนในตลาดต่างจับตามองราคาหุ้น AOT หลังจากฟื้นตัวเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 68 ปรับขึ้นราว 5% แม้จะไม่มีพัฒนาการใหม่ที่ชัดเจน นอกเหนือจากการเปิดเผยงบการเงินของ KPD ที่ควรเป็นปัจจัยลบต่อหุ้น

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) (CGSI) ให้ความเห็นต่อสถานการณ์นี้ว่า แม้ผลขาดทุนสุทธิของ KPD ในปี 2567 จะออกมาต่ำกว่าประมาณการณ์ในกรณีแย่ที่สุดของบริษัทหลักทรัพย์ แต่การลดลงของส่วนผู้ถือหุ้นยังเป็นสัญญาณอันตรายที่ชี้ถึงความเปราะบางของบริษัท

โดย CGSI ยังคงสมมติฐานพื้นฐานว่ามีความเป็นไปได้ที่ KPD จะสามารถขอยกเลิก Minimum Guarantee ได้จากสถานะทางการเงินที่เสี่ยงและคำร้องขอผ่อนผันสัญญาที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ CGSI ยังคงคำแนะนำ Reduce” สำหรับหุ้น AOT พร้อมราคาเป้าหมายที่ 20 บาท สะท้อนถึงความไม่แน่นอนที่ยังคงปกคลุมการเจรจาสำคัญครั้งนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...