โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรงเกินคาด!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 00.02 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

การที่ดัชนีพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,219.62 จุด บวกไป27.87 จุดด้วยมูลค่าการซื้อขาย4.51 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ช่วยให้นักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ชุมชื่นหัวใจเป็นอย่างมาก แต่อย่าลืมว่า การพุ่งแรงเป็นปรอทแตกมาจากอิทธิพลตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังประเทศญี่ปุ่นบรรลุข้อตกลงภาษีทรัมป์ที่ระดับ 15% จากเดิมที่โดนเรียกเก็บ 25% ขณะที่ประเทศฟิลิปปินส์โดนเก็บในระดับ 19% จากเดิมอยู่ที่ระดับ 20% นะจะบอกให้

สถานการณ์ตรงนี้ทำให้หลายคนเชื่อว่า ประเทศไทยน่าจะโดนเก็บใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน และเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ไทยโดนขึงพืดอยู่ที่ระดับ 36% ก็ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในการซื้อหุ้นมากขึ้น และมีแนวโน้มที่ดัชนีจะขึ้นไปทดสอบไฮเดิมที่บริเวณ 1,230 จุดได้สบาย ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกเอื้อให้นักลงทุนสถาบันหวนกลับเข้ามาลงทุนอีกรอบไงล่ะคะ

ถึงกระนั้น “โมนิก้า” ก็ไม่อยากหลงระเริงไปกับแสงสีเขียว ๆ มากเกินงาม เพราะปัจจัยภายในของไทยยังมีลักษณะเปราะบางหลายด้าน และตัวชี้วัดว่าดัชนีจะได้ไปต่อก็อยู่ที่งบไตรมาส 2ของบริษัทจดทะเบียนจะเป็นอย่างไร? หลังนักลงทุนได้เห็นงบแบงก์ที่ประกาศออกมาก่อนหน้านี้..มีทั้งกำไรเพิ่มขึ้น กำไรทรงตัว และกำไรทรุดตัว จึงต้องดูกันต่อไปว่า งบกลุ่มอื่นอย่าง ไฟแนนซ์ สื่อสาร พลังงาน และอสังหาฯ จะช่วยหนุนหุ้นไทยอะป่าว?

ประหลาดสุดน่าจะเป็นในรายของ CPALL ที่กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีความกังวลเกี่ยวกับผลงานอาจไม่เป็นไปตามเป้า เพราะกำลังซื้อของคนในประเทศลดลงต่อเนื่อง “โมนิก้า” จึงไม่ขอแสดงความคิดเห็นอะไรมากมายกับหุ้นตัวนี้ เพราะอยากเห็นงบเสียก่อน เลยฝากให้นักเล่นประเมินการยืนปิดที่ระดับ 48 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 2.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย2.13 พันล้านบาท ยังน่าสนใจไหม?

เช่นเดียวกับการดีดตัวของหุ้น HMPRO พร้อมกับยืนปิดที่ระดับ 7.15 บาท บวกไป0.10 บาท หรือขึ้นไป1.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย443 ล้านบาท กลายเป็นช็อตที่น่าสนใจเหมือนกับรายข้างต้น เพราะสาเหตุของการโดนขายต่อเนื่องมาจากความกังวลว่า กำไรอาจไม่ตามเป้าที่ตั้งไว้ พอเอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้แย่หนักเหมือนที่กังวล อีฉันเลยมองว่า การเทรดบน PE 14 เท่า เป็นความเสี่ยงที่ขาลุยรับได้นะจ๊ะ

เม้าท์ถึงเรื่องความเสี่ยงที่รับได้ขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ของมองไปที่หุ้นสายการบินสีแดงอย่าง AAV เป็นลำดับถัดมา เพราะการดีดตัวแรงวันแรก หลังจากร่วงลง 3 วันติด อาจเป็นการรีบาวด์ธรรมดา ๆ แต่ถ้ามองเรื่องของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ก็ทำให้อีฉันเชื่อว่า การยืนปิดที่ระดับ 1.30 บาท บวกไป0.10 บาท หรือขึ้นไป8.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย155 ล้านบาท เหมาะต่อการโหนกระแสอย่างไม่ต้องสงสัย หลังหุ้นเทรดบน PE 3เท่าเองค่ะ

ส่วนหุ้นอีกตัวที่เด้งขึ้นแรงไม่แพ้กัน “โมนิก้า” ต้องยกให้หุ้นน้ำดื่มเพื่อสุขภาพอย่าง SAPPE เป็นรายถัดมา เพราะการพุ่งขึ้นยืนที่ระดับ 37.50 บาท บวกไป3.50 บาท หรือขึ้นไป10.30%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย98 ล้านบาท หลังแกว่งตัวไปมาในกรอบแคบๆ ที่บริเวณ 34 บาทเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์ มันทำให้เชื่อว่า เที่ยวนี้ไม่น่าจะมาเล่น ๆ แถมหุ้นยังเทรดบน PE 10 เท่าแบบนี้ จึงเป็นจังหวะของการไหลตามน้ำก็เท่านั้นเองจ้า!

สำหรับรายที่พยายามคัมแบ็ก แต่ยังคัมแบ็กไม่ได้เสียทีอย่าง GPSC ก็มีมุมให้เล่นตามกระแสเหมือนกับรายข้างต้น แต่เผอิญมูฟเม้าท์หลายอย่างดูแพงกว่ารายข้างต้นที่เอ่ยมา “โมนิก้า” เลยไม่แน่ใจว่า เที่ยวนี้จะฝ่าแนวต้านเดิมที่บริเวณ 35 บาทขึ้นไปได้หรือเปล่า? ผนวกกับการยืนปิดที่ระดับ 32.75 บาท บวกไป2 บาท หรือขึ้นไป6.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย372 ล้านบาท เป็นการเทรดบน PE 20 เท่าเสียด้วย อีฉันเลยไม่แน่ใจว่า หุ้นจะได้ไปต่ออะป่าว?

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...