โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง + อบเชยที่สาวๆ อาจไม่เคยรู้มาก่อน

SistaCafe

อัพเดต 26 มิ.ย. 2561 เวลา 07.40 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2561 เวลา 07.40 น. • อานิโมเน่_Anemone

สวัสดีค่ะสาวๆ ทุกคน
หากว่าเอ่ยถึงน้ำผึ้งและอบเชยแล้วล่ะก็ หลายๆ คนก็คงจะคุ้นเคยกันมาบ้างใช่ไหมคะ แต่สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคยว่าน้ำผึ้งกับอบเชยนั้นมีประโยชน์อย่างไร วันนี้เราก็เลยขอมีไอเดียและสาระความรู้มาฝากกันค่ะ มาดูกันเลยว่าเจ้าสองอย่างนี้เมื่อรวมพลังกันแล้วจะมีประโยชน์อะไรบ้าง

น้ำผึ้ง และอบเชยเป็นส่วนผสมที่สำคัญในยาแผนโบราณของจีนและส่วนผสมของตำรายาอายุรเวท โดยน้ำผึ้งมีชื่อเสียงอันยาวนานว่าเป็นยาอายุวัฒนะ และดีต่อ ผิวและเส้นผม ในสมัยก่อนชาวอียิปต์ใช้ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้ในน้ำผึ้งก็มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระในร่างกาย น้ำผึ้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของเราได้อีกด้วย

ส่วนอบเชยก็เป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม นิยมนำมาใช้เพื่อเพิ่มรสชาติและเพิ่มกลิ่นหอมในเบเกอรี่ อบเชยมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องร่างกายจากสารทำลายเซลล์ ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อ และซ่อมแซมความเสียหายของเนื้อเยื่อ เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานและเนื่องจากไปช่วยชะลอการย่อยสลายของคาร์โบไฮเดรตในระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้อบเชยยังช่วยต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้

ประโยชน์ของอบเชยและน้ำผึ้งเมื่อมาจับคู่กัน

 

1. ช่วยในการรักษาบาดแผล

น้ำผึ้งและอบเชยช่วยรักษาบาดแผลและการติดเชื้อที่ผิวหนังต่างๆ คุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านการอักเสบในอบเชยช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อและการอักเสบได้ น้ำผึ้งมีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียซึ่งจะช่วยประสิทธิภาพในการรักษาบาดแผล เพียงใช้น้ำมันหอมระเหยอบเชยผสมกับน้ำผึ้งทาลงไปบนแผลที่เกิดจากการติดเชื้อ รับรองว่าเห็นผลโดยเร็ว

2. เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

อบเชยและน้ำผึ้งเป็นที่หนึ่งของสรรพคุณในด้านการลดระดับน้ำตาลในเลือด อบเชยจะไปลดระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนน้ำผึ้งก็เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ แต่ว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นควรรับประทานน้ำผึ้งด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย

3. ลดการแพ้

อบเชยมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยรักษาอาการแพ้ต่างๆ น้ำผึ้งอุดมไปด้วยเกสรดอกไม้ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของคุณ เมื่อทานด้วยกันจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราแข็งแรงกว่าเดิม 

4. แก้อาการท้องผูก

อบเชยมีฤทธิ์ระงับความรู้สึกปวดและป้องกันการก่อตัวของแก๊สในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการท้องอืดในขณะที่น้ำผึ้งมีเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหารและช่วยแก้อาการท้องผูกได้ นอกจากนี้ในน้ำผึ้งยังมี โพแทสเซียม ที่ช่วยในการปรับสมดุลกรดในร่างกายของคุณอีกด้วย

5. ลดปัญหาผิว

อบเชยและน้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรียและช่วยต่อสู้กับปัญหาผิว เช่น ปัญหาของเซลล์ผิวที่ตาย ปัญหาสิว เป็นต้น โดยน้ำผึ้งดิบมีคุณสมบัติต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่ลดการเกิดสิวได้ และน้ำผึ้งกับอบเชยก็ยังช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิวอุดตัน

6. อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ทั้งน้ำผึ้งและอบเชยอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสุขภาพอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระฟีนอลซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เมื่อทานคู่กับอบเชยจะไปป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ได้

วิธีใช้ให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ

• คุณสามารถทานน้ำผึ้งและอบเชยในตอนเช้าเพื่อทำความสะอาดและล้างสารพิษในร่างกาย
• หากคุณต้องการลดน้ำหนักให้ดื่มน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาและอบเชย ¼ ช้อนชา โดยละลายลงในน้ำอุ่นวันละ 1 แก้ว ก่อนอาหารเช้า 30 นาที ดื่มในขณะท้องว่างและอีกมื้อก็คือเวลากลางคืนก่อนนอน
• ถ้ามีอาการผมร่วง ให้ผสมอบเชยกับน้ำมันมะกอกและหมักลงบนเส้นผมของคุณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
• เพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ให้ใช้น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา + อบเชย 1 ช้อนชาผสมในน้ำและดื่มตลอดทั้งวัน
• เพื่อให้ผิวของเราขาวใสแบบเป็นธรรมชาติผสมน้ำผึ้งดิบ 1 ช้อนชากับอบเชย 1 ช้อนชาคนให้เข้ากันแล้วทาลงบนใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีก่อนล้างออกด้วยน้ำอุ่น

และนี่ก็คือประโยชน์ของอบเชยและน้ำผึ้ง สาวๆ คนไหนที่ยังไม่เคยลองใช้รวมกัน ลองดูนะคะ แล้วเราจะรู้ว่าของดีๆ จากธรรมชาติมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...