โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

'สายเชีย จน เครียด กินเหล้า'เผยชีวิตวัยเด็กขอข้าววัดกิน ก่อนพลิกเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์!

แนวหน้า

เผยแพร่ 16 ก.ย 2563 เวลา 11.48 น.

สายเชีย วงศ์วิโรจน์  เจ้าของวลีเด็ด “จน เครียด กินเหล้า” เจ้าพ่อโฆษณาในตำนาน ที่วันนี้จะมาเปิดชีวิตสุดลำเค็ญในวัยเด็กลำบากจนต้องขอข้าววัดกิน แต่บุญพาวาสนาส่งกลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีที่ดินเป็นร้อยไร่ ผ่านรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา และ ใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกร  พร้อมเผยช่วงนี้หัวใจกระชุ่มกระชวยเพราะได้แฟนสาวที่อายุห่างกันถึง12ปี มาช่วยดูแลหัวใจ

ไปไหนมาไหนคนให้ทำเยอะมั้ย จน เครียด กินเหล้า ?

สายเชีย : ไม่ใช่แค่จน เครียด กินเหล้า แต่ชอบให้ทำหน้าดุๆด้วย

จน เครียด กินหเล้า เป็นจุดเริ่มให้พี่เข้าวงการบันเทิง พี่เข้าวงการบันเทิงมาได้ยังไง ?

สายเชีย : เข้ามาก่อนหน้านั้นแล้ว ก่อนที่จะเป็น จน เครียด กินเหล้า 10 กว่าปีแล้ว

ถ้านับย้อนไปเช้าวงการบันเทิงมากี่ปีแล้ว ?

สายเชีย : 30 กว่าปีแล้ว เริ่มเข้าตั้งแต่ปี 29

พอเข้ามาในวงการบันเทิงมีอยู่หนึ่งคำที่พี่สายเชียไม่ชอบคือ ตัวประกอบ เหตุมันมาจากตรงไหน  ?

สายเชีย : ตัวประกอบจะถูกจัดไปอยู่กับกลุ่มคนอีกประเภทนึง อย่างกินข้าวเค้าก็ให้ไปทางโน้น ถ้าเป็นดาราเค้าก็จัดไว้ให้อย่างดี เราก็เลยรู้สึกไม่ชอบคำว่าตัวประกอบ ก็เลยเปลี่ยนแปลงตัวเอง

เปลี่ยนยังไงบ้าง ?

สายเชีย : เปลี่ยนไปมีหน้าที่ที่มากขึ้นไง ตัวประกอบก็เดินผ่าน เป็นชาวบ้าน เป็นทหารหน้าวัง

เปลี่ยนแปลงตัวเองจนได้มีอาชีพใหม่เป็นสตั๊นท์แมน แล้วเห็นว่าค่าตัวจากการเป็นสตั๊นท์แมนได้ 6 หลักต่อวัน ?

สายเชีย : ไม่ถึงหรอก จริงๆเป็นค่าตัวถ่ายโฆษณามากกว่า

ตอนนั้นโฆษณา 6 หลักต่อวัน ในประเทศหรือต่างประเทศ ?

สายเชีย : มีต่างประเทศและในประเทศไทยด้วย มันแล้วแต่งาน

จำได้มั้ยว่าจน เครียด กินเหล้าได้ค่าตัวเท่าไหร่ ?

สายเชีย : 30,000 บาท เรารู้ว่าโฆษณานี้เป็นโฆษณาที่ดี เป็นโฆษณาเกี่ยวกับธรรมะ เป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนทั่วๆไป งานของ สสส มันจะออนแอร์ตลอด ตอนนั้นเรายังไม่มีชื่อเสียง ทำยังไงจะให้คนรู้จักเรา มันก็ต้องมีงานที่ออนแอร์อยู่ตลอด

งานนี้ทำให้คนในประเทศไทยคุ้นหน้า คุ้นตาพี่ จนมีโอกาสไปเล่นหนังโกอินเตอร์ เรียกว่าเปลี่ยนชีวิตของ

พี่เลย เรียกว่าเปลี่ยนชีวิตของพี่เลยจากค่าตัวหลักแสน รวมๆกันเป็นหลักล้านเลย ?

สายเชีย : พี่ถ่ายหนังฮ่องกงก่อนอยู่ 2-3 ปี เล่นหนังจีนฮ่องกง ตอนที่เค้ายังไม่คืนประเทศกัน หลังจากนั้นก็เป็นหนังฝรั่ง

เราได้ภาษาอยู่แล้วหรือเปล่าหรือเราไม่มีพื้นฐานเลย ?

สายเชีย : ภาษาผมคุยได้ทั่วโลกเลย คุยกันเมื่อยมือเลย

หนังที่พี่เล่นพี่ประกบ แองเจลิน่า โจลี่ ด้วย แล้วพี่ก็ไปทำกับข้าวให้แองเจลิน่า โจลี่ กินมาด้วย เล่าให้ฟังหน่อย ?

สายเชีย : ตอนนั้นเราไปอังกฤษเดือนกว่า เราก็อยู่ประมาณอาทิตย์กว่าก็เริ่มหิวข้าว ทุกวันตอนเช้าเค้าก็จะมีขนมปังให้เรากิน เราก็มีความคิดว่าหิวข้าว เราก็ไปทำอาหารที่ห้องเค้าก็มาตำหนิเราว่าทำอาหารที่ห้องนะ เราก็ย้ายไปทำอีกห้องนึง เราก็ไปก้อยหมูกินบ้าง ข้าวเราไม่มีหม้อเราก็ใช้กาน้ำร้อนหุงข้าวโดยการไปซื้อถุงพลาสติกมาเอาข้างสารใส่ เอาน้ำใส่ แล้วก้ต้มในกาน้ำร้อน

แล้วแองเจลิน่าได้กินได้ยังไงกับข้าวฝีมือพี่ ?

สายเชีย : หุ้นกันคนละ 5 ปอนด์ เราก็ได้หม้อข้าวมา แล้วก็มีคนเอากระทะมาให้ แองเจลิน่า โจลี่ เอาจานมาให้ สตั๊นท์แมนเอากระทะมา ช่างไฟหาหม้อข้าวมา เราก็ได้ครัวมาแล้วเราก็ทำกับข้าว ใครอยากรับประทานอาหารไทยก็เอามาคนละ 5 ปอนด์ เราก็เรี่ยไรแล้วก็ได้กินข้าวกับผมทุกวัน

เค้าได้บอกมั้ยว่าฝีมือทำอาหารของพี่เป็นยังไง ?

สายเชีย : ก็ไม่รู้หรอกครับ แต่เห็นมาเข้าแถวทุกวันเลย

กว่าชีวิตจะมาสบายอย่างนี้เห็นว่าในวัยเด็กลำบากมากๆ ถึงขั้นขอข้าววัดกินทุกวัน ?

สายเชีย : ครับ ขอข้าววัดกิน สมัยก่อนมันมีเรื่องยุ่งยากของการอดข้าว อาหารเยอะนะ ปลาเอย กิ้งก่าเราก็ยิงกินได้ นกเราก็ยิงกินได้ คนบ้านนอกได้เปรียบกว่าคนอยู่กรุงเทพฯ เราจะรู้จักหากิน รู้จักว่าสัตว์ชนิดไหนเรากินได้  แมลงชนิดไหนเรากินได้

หนีความจนมากรุงเทพฯมาชกมวย ?

สายเชีย : ใช่ ตอนนี้เราย้ายมาอยู่กำแพงเพชรแล้ว น้ำท่วมน่า ท่วมข้าว ตั้งใจทำนาคิดว่าจะมีข้าวเต็มยุ้ง ทำนา 50 ไร่โดยใช้ควายไถ ไม่ได้มีรถไถนาเหมือนเค้าไงเราจน ควายเราก็กัดมาเองหัดตั้งแต่ตัวย่อมๆ จนมันไถเป็น ตอนจะเกี่ยวฝนตกสองอาทิตย์ น้ำท่วม ข้าวมันก็งอกเป็นต้นใหม่บนรวงที่ยังไม่ได้เกี่ยว มันเกี่ยวไม่มีที่ซ่อนจะเอาซ่อนไว้ที่ไหนมันแห้งแล้วมันสุกหมดแล้ว เสียหายหมดเลย ก็เลยหนีเข้ากรุงเทพฯ ต้นทุนเรามีแค่ร่างกายที่แข็งแรงกับมันสมองที่พ่อแม่ให้มา ความรู้เราก็เรียนไม่จบ ม.2

ทำไมถึงต้องคิกว่าชกมวย ทำไมไม่อยากทำธุรกิจหรือเป็นพนักงานออฟฟิศ ?

สายเชีย : ด้วยร่างกาย ด้วยกล้ามเนื้อ ด้วยการใช้ชีวิตของเรา เราเป็นที่แข็งแรงมีซิกซ์แพ็ค มีกล้าม สามารถเลื่อยไม้ทำบ้านได้เป็นหลังๆ

แล้วมากรุงเทพฯ ได้ต่อยมวยมั้ย ?

สายเชีย : ไม่ได้ต่อย มันไปไม่ถึงค่ายมวยซักที ครั้งแรกมาด้วยเงินสามร้อยบาทมันก็ไปอยู่แถวหัวลำโพงจะไปหาเพื่อนแถวหัวตะเข้ เดินจากหัวลำโพงไปถึงหัวตะเข้ จากตีสามจนถึงหัวตะเข้ก็หกโมงเช้า พอไปถึงเค้าก็บอกว่าไม่อยู่แล้ว ย้ายไปแล้ว

อยู่ๆกลายเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ?

สายเชีย : มันเริ่มต้นจากเราเป็นพรีเซ็นเตอร์ เราเป็นคนที่คนทั้งประเทศรู้จัก แล้วเค้าใช้คอนเนคชั่นตรงนั้น คือคนที่ทำที่ดินเค้ามีตังค์แต่ไม่มีคนรู้จัก

เราไปเริ่มรู้จักเค้าได้ยังไง ?

สายเชีย : คนนั้นเค้ามาช่วยเราไปทำที่ดินที่จังหวัดเลยให้เราเป็นพรีเซ็นเตอร์ เราก็วางแผนว่าจะทำไวนิล จะขายตารางวาละเท่าไหร่

แต่ไม่ได้ลงทุนของตัวเองเลย ?

สายเชีย : ใช่ครับ

ประสบความสำเร็จมั้ยคะ ?

สายเชีย :  ที่โน่นไม่ประสบตวามสำเร็จ

เห็นว่าเจ๊งเป็นล้านเลย ?

สายเชีย : ก็หลายล้านอยู่ เป็นหนี้กลับมา

เราไม่ได้ลงเงินใช้เราเป้นพรีเซ็นเตอร์ เราเป็นหนีได้ยังไง  ?

สายเชีย : เหมือนเราเป็นหนี้ด้วยเหมือนกัน ต้นทุนเราคือชื่อเสียง

แล้วพี่ทำยังไงต่อ ?

สายเชีย : ก็มาทำที่บางปะกงต่อ ลุยต่อ ประสบความสำเร็จ ขายได้เรื่อยๆ

ตอนนี้พี่สายเชียมีที่ดินทั้งหมดกี่ร้อยไร่ ที่เป็นเจ้าของ ที่เป็นของพี่เอง ?

สายเชีย : มันเป็นของขาย เราซื้อมาขาย มันก็จะเหลือที่ยังขายไม่ได้อยู่ไร่นึงมั่ง สองงานมั่ง

ตอนนี้ที่ยังเหลืออยู่ในสต๊อกทีแถวไหนบ้าง ?

สายเชีย : แถวบางปะกง แล้วก็ที่นครชัยศรีอีกประมาณ 400 ไร่ เป็นหนี้อยู่

วันนี้เรียกว่าเศรษฐีเลยได้มั้ย ?

สายเชีย : ไม่ได้ เรากำลังทำงาน กำลังลงทุนอยู่ เหมือนกับไปรบจะรีบนับศพทหารทำไม สงครามยังไม่จบเลย

ตัวเลขในบัญชีถึงสิบหลักหรือยัง ?

สายเชีย : ไม่ครับ เป็นหนี้ไปเรื่อย มันหมุนไปเรื่อย มันยังไม่จบ ชีวิตสบายขึ้น มีความหวัง หวังว่าเราทำงานขายที่ดินใช้หนี้เค้าหมดแล้วมันจะเหลือนะ

จะลาวงการบันเทิงแล้วไปเอาดีทางด้านอสังหาริมทรัพย์เลยมั้ย ?

สายเชีย : ไม่ลา ทำการแสดงเหมือนเดิม

ตอนนี้เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวเลี้ยงลูก 3 คน แต่หัวใจกลับมาเป็นสีชมพูอีกครั้ง จะเปิดตัวเลยมั้ย ?

สายเชีย : ยังเปิดไม่ได้หรอกครับ เรายังไม่ได้แต่งงานกัน คบกันมา 7-8  ปีแล้ว

อายุห่างกันเยอะมั้ย ?

สายเชีย : 12 ปี

เห็นว่าพี่คนนี้เค้าเป็น FC พี่สายเชีย เค้ามาจีบเราก่อนมั้ย ?

สายเชีย : เค้าบอกว่าเค้าชอบมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ตั้งแต่เราถ่ายโฆษณา จน เครียด กินเหล้าออกมา เค้าเรียกพ่อ เรียกแม่ไปดู

เค้าจีบพี่ยังไง ?

สายเชีย : เค้ามาหาที่เราพักอยู่  เราก็ปิ๊งเลย

ทางแฟนใหม่ได้มีการมาเจอกับลูกๆ พี่สายเชียหรือเปล่า ?

สายเชีย : เคยเจอ แต่ไม่บ่อย

ที่ไม่อยากเปิดตัวเพราะแฟนพี่สายเชียเป็นครูหรือเปล่า ?

สายเชีย : เค้าเป็นข้าราชการครับ

พี่สายเชียมีอะไรจะบอกกับแฟนมั้ย ?

สายเชีย : เห้ย ! รักนะเว้ย ! รักที่สุดในโลก คิดถึงมาก อยากจะหอมแก้มมากเลย

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.40-1430 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...