โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

เฉพาะที่อาโอโมริเท่านั้น! 5 จุดชมวิว Unseen ที่สวยจนหัวใจเต้นแรง!

conomi

อัพเดต 24 เม.ย. 2567 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2567 เวลา 12.00 น. • conomi.co

จังหวัดอาโอโมริ ตั้งอยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งชื่ออาโอโมรินั้นคนไทยอาจจะคุ้นหูกันบ้างจากชื่อของแอปเปิลอาโอโมริซึ่งเป็นหนึ่งในของดีประจำจังหวัด ด้วยความพิเศษของจังหวัดนี้ที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยทะเลถึงสามด้านด้วยกัน ทำให้มีจุดชมวิวธรรมชาติที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจอยู่มากกว่า 20 แห่งเลยทีเดียว! โดยบทความนี้เราได้คัดเลือกสุดยอดจุดชมวิวที่เจ๋งที่สุดในอาโอริมาฝากกันถึง 5 จุดด้วยกัน! มาชมไปพร้อมกันเลยค่ะ!

1. ชมแสงสีทองพระอาทิตย์ตกที่ โรงแรมบ่อน้ำพุร้อนโคกาเนะซากิ ฟุโรฟุชิออนเซ็น

View this post on Instagram

A post shared by Tohoku Tourism (@tohokutourism)

เมืองฟุคาอุระ (Fukaura) ถือเป็นเมืองที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดอาโอโมริและจังหวัดอาคิตะ ตั้งอยู่ติดกับทะเลญี่ปุ่น จึงทำให้มีแนวชายฝั่งทะเลที่ทอดยาวกว่า 80 กิโลเมตร!

โดยจากบริเวณเหนือจรดใต้ของเมืองฟุคาอุระนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า “ชายฝั่งยูฮิ” (ยูฮิ 夕陽ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงพระอาทิตย์ยามเย็น) ซึ่งถูกจัดว่าเป็น เส้นทางขับรถเลียบชายฝั่งที่สวยงามมาก อันประกอบไปด้วย ชายฝั่งเซ็นโจจิกิ (Senjojiki Coast), ชายฝั่งคาโซเซะ (Kasose Coast), เกาะเบนเท็น (Bentenjima), สวนริมทะเลจูนิโกะ (Seaside Park Juniko) และ ชายฝั่งโอมาโกชิ (Omagoshi Coast) เป็นต้น

ทั้งนี้จุดที่อยากแนะนำให้ไปสัมผัสประสบการณ์ชมวิวแบบหาที่ไหนไม่ได้ ก็คือที่ โรงแรมบ่อน้ำพุร้อนโคกาเนะซากิ ฟุโรฟุชิออนเซ็น (Koganezaki Furofushi Onsen) ซึ่งตั้งอยู่ในแถบบริเวณที่มองเห็นคาบสมุทรโคกาเนะ ไฮไลต์ของที่นี่จึงเป็นการที่เราสามารถดื่มด่ำไปกับการชมพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลญี่ปุ่นพร้อมกับแช่อนเซ็นสบาย ๆ ไปด้วยได้

บ่อน้ำร้อนกลางแจ้งของที่นี่ถือเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในกลุ่มคนญี่ปุ่น เพราะมีบ่อที่มีรูปทรงคล้ายน้ำเต้า ซึ่งตั้งอยู่ในระดับเดียวกับระดับน้ำทะเลในระยะที่ห่างเพียงแค่ 1 เมตรเท่านั้น! จึงไม่แปลกเลยค่ะที่ใครได้ลงแช่แล้วจะรู้สึกราวกับว่าได้แช่ตัวอยู่ในทะเลอันกว้างใหญ่ อีกทั้งในช่วงเย็นก็สามารถชมดวงอาทิตย์ตกกระทบกับเส้นขอบฟ้า ไปพร้อมกับวิวบริเวณรอบ ๆ ที่ถูกย้อมเป็นสีทองสวยงาม

ฟุโรฟุชิออนเซ็น (Koganezaki Furofushi Onsen)

ที่อยู่ Japan, 038-2327 Aomori, Nishitsugaru District, Fukaura, Henashi, Shimokiyotaki−15−1 เวลาทำการ เช็คอิน 14.00 น. / เช็คเอาท์ 10.00 น. วิธีเดินทาง จาก JR Gono Line สถานี WeSPa-Tsubakiyama ต่อแท็กซี่หรือเดินต่ออีกประมาณ 40 นาที

2. จุดชมวิวอะชิเกะซากิ ที่เหมือนหลุดออกมาจากฉากใน Ghibli

View this post on Instagram

A post shared by Hide (@hide.explorejpn)

จุดชมวิวอะชิเกะซากิ ตั้งอยู่ในเมืองฮาจิโนะเฮะ (Hachinohe) บนแหลมหน้าประภาคารซาเมคาโดะ (Samekado) โดยที่นี่ในช่วงท้ายของสงครามมหาเอเชียบูรพา กองทัพญี่ปุ่นเคยใช้เป็นสถานที่ทางการทหาร แต่ปัจจุบันเปิดเป็นจุดชมวิวให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ ความพิเศษคือถ้ามองมาจากที่ไกล ๆ จะมองเห็นจุดชมวิวอะชิเกะซากิเหมือนกับหอคอยที่หลุดออกมาจากภาพยนต์ของ Ghibli เลยทีเดียวค่ะ

ตรงจุดชมวิวเมื่อเราเดินขึ้นบันไดไปถึงด้านบนสุดก็จะพบกับจุดพักรูปวงกลม ที่เมื่อมองลงไปจะเห็นวิวมหาสมุทรแปซิฟิกได้ไกลแบบสุดลูกหูลูกตาเลย! เราสามารถผ่อนคลายไปกับวิวของชายฝั่งหิน และสนามหญ้าริมชายฝั่งทาเนะซาชิ (Tanesashi Kaigan) ที่ทอดตัวยาวไปถึงเมืองซันริคุ (Sanriku) จังหวัดอิวาเตะ (Iwate) ได้เลย

ส่วนทางด้านของชายฝั่งทาเนะซาชิ ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติซันริคุฟุคโค (Sanriku Fukkou National Park) ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สามารถรื่นรมย์ไปกับทิวทัศน์ที่หลากหลายของทั้งสี่ฤดูกาลได้ โดยในช่วงมิถุนายนถึงกรกฎาคมของทุกปี ดอกไม้สีเหลืองขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า ดอกนิคโคคิสุเกะ (ニッコウキスゲ) หรือดอกเดย์ลิลลี่ จะบานบริเวณใกล้กับจุดชมวิวอะชิเกะซากิ ยิ่งช่วยแต่งแต้มสีสันสวยงามให้กับทิวทัศน์บริเวณนั้นได้อย่างดี ใครอยากผ่อยคลายหาของอร่อยกินชิว ๆ ก็มีร้านคาเฟ่ “Honronbuir” ที่ให้เราได้ลิ้มรสไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟและของว่างไปพร้อมกับการเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ตรงหน้าได้ด้วย นับว่าเป็นอีกที่ที่ไม่ควรพลาด!

จุดชมวิวอะชิเกะซากิ (Ashigezaki tenbōdai Observatory)

ที่อยู่ Hikagezawa Samemachi, Hachinohe, Aomori 031-0841, Japan เวลาทำการ เปิด 24 ชั่วโมง วิธีเดินทาง ขับรถจากตัวเมือง Hachinohe จังหวัดอาโอโมริ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

*มีที่จอดรถ 50 คัน

3. จุดชมวิวแอสแพม แลนด์มาร์กเมืองอาโอโมริ

View this post on Instagram

A post shared by Tatsuya (@tatsuya163)

รู้ไหมว่า “ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดอาโอโมริแอสแพม” ถือเป็นแลนด์มาร์สำคัญของเมืองอาโอโมริ

แอสแพมเป็นอาคารทรงสามเหลี่ยมด้านเท่าที่มีจุดชมวิวอยู่บนชั้น 13 มีความสูงจากระดับพื้นดิน 51 เมตร สามารถชมทัศนียภาพรอบเมืองอาโอโมริได้แบบ 360 องศา ทั้งวิวสะพานอาโอโมริเบย์ เรือเฟอร์รี่เซกัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ฮักโกดะมารุ” อ่าวมุตสึ (Mutsu Bay) และเทือกเขาฮักโกดะ

วิวทิวทัศน์อันงดงามของอ่าวมุตสึที่มองจากจุดชมวิวแอสแพมนั้นถูกกล่าวว่าเป็นดั่งพรจากสวรรค์ของอาโอโมริเลยทีเดียว! ในยามพลบค่ำ ก็จะมีการประดับประดาแสงไฟระยิบระยับ ราวกับมีมนต์สะกดที่ทำให้ต้องตราตรึงใจแบบลืมไม่ลงเลย

และสำหรับไฮไลต์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ก็จะเป็นวิวเมืองที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน หรือใครมาในวันฟ้าใส ก็สามารถชมวิวคาบสมุทรสึการุ (Tsugaru Hanto) คาบสมุทรนัตสึโดมาริ (Natsudomari Hanto) คาบสมุทรชิโมคิตะ (Shimokita Hanto) และทะเลอีกฟากหนึ่งของฮอกไกโดได้แบบเต็มตาไปเลยค่ะ! แต่ถ้าใครมาในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ก็จะมีโอกาสเจอ โลมาขาวแปซิฟิก (pacific white-sided dolphin , カマイルカ) ที่มักว่ายเข้ามาที่อ่าวมุตสึในช่วงเวลานี้ของทุกปี ได้ด้วยนะ!

เที่ยวแบบจุใจไปแล้วก็อย่าลืมแวะไปที่ชั้น 1 ของแอสแพมด้วยล่ะ เพราะที่นั่นมีร้านขายสินค้าชื่อ ASPAM Bussan ซึ่งมีสินค้าให้เลือกมากที่สุดในจังหวัด! ถ้าไปถึงที่แล้วก็ไม่ควรพลาดจะเข้าไปนะคะ!

จุดชมวิวแอสแพม (ASPAM) แลนด์มาร์กเมืองอาโอโมริ

ที่อยู่ 1 Chome-1-40 Yasukata, Aomori, 030-0803, Japan เวลาทำการ ประชาสัมพันธ์, ร้านขายของที่ระลึก, จุดชมวิวชั้น 13 เปิด 9.00 – 19.00 น. วิธีเดินทาง เดินประมาณ 8 นาที จากสถานี JR Aomori

4. ภูเขาอิวากิสุดตระกาลตา จากจุดชมวิวที่วนอุทยานชิกาโบ!

View this post on Instagram

A post shared by 澤田 隆幸 (@zetian.longxing)

วนอุทยานชิกาโบ ตั้งอยู่ที่เมืองฮิรากาวะ (Hirakawa , 平川) โดยเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ในพื้นที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 350 เมตร! และมีพื้นที่ประมาณ 15 เฮกตาร์ (93.75 ไร่) ทำให้รองรับที่จอดรถได้มาก

จากจุดชมวิวแบบพาโนรามาที่อยู่ใกล้กับตึกอำนวยการนั้น เราสามารถมองเห็นภูเขาอิวากิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สึการุฟูจิ (Tsugaru Fuji)” ได้ บริเวณด้านล่างก็มีที่ราบสึการุซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกธัญพืช มีทางเดินสำหรับเดินเล่นรอบ ๆ สวนสาธารณะที่ไม่ชันมาก แม้แต่มือใหม่ก็สามารถเดินเล่นได้อย่างสบาย ๆ

ทิวทัศน์ที่มองเห็นได้จากวนอุทยานชิกาโบนั้น ในตอนกลางวันก็ว่าสวยมากแล้ว แต่ในตอนเย็นและตอนกลางคืนนั้นก็สวยมากไม่แพ้กัน! ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งเลยก็คือช่วงเย็นที่สามารถชื่นชมภาพวิวของภูเขาอิวากิท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นได้ และเมื่อตกดึกก็จะกลายเป็นวิวแสงไฟเล็ก ๆ จากตัวเมือง โรแมนติกอย่าบอกใครเชียวค่ะ!

วนอุทยานชิกาโบ (Shigabo Forest Park)

ที่อยู่ Kasezawa-47-1 Hirofune, Hirakawa, Aomori 036-0131, Japan เวลาทำการ เปิดตั้งแต่ปลายเมษายน – กลางพฤศจิกายน ทุกวันพุธ วิธีเดินทาง ขับรถจาก Konan Tetsudo-Konan Line สถานี Hiraka ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

5. สะพานโจกาคุระ สะพานโค้งที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น!

View this post on Instagram

A post shared by バルジ (@galactic_bulge)

ลำธารโจกากุระ (Jogakura-Keiryu) ถือเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮะจิมันไต (Towada-Hachimantai National Park) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวที่ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์บริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่ง!

สำหรับสะพานที่ทอดยาวข้ามลำธารโจกาคุระ นั้นเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1995 ในชื่อ สะพานโจกาคุระ ทำหน้าที่เป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างบริเวณสึการุ (Tsugaru) และนันบุ (Nanbu) อีกทั้งยังถูกยกให้เป็นสะพานโค้งที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น! ความสูงจากบนสะพานลงไปถึงก้นหุบเขาก็ไม่ใช่เล่น ๆ เพราะลึกมากถึง 122 เมตร! ซึ่งถือว่าสูงมากจนหากเรามองจากสะพานลงไปทำเอาขาสั่นได้เลยค่ะ แต่ก็ไม่ได้จะหวาดเสียวอย่างเดียว เพราะตรงหน้ายังมีวิวแนวสันเขาที่สลับทับซ้อนกันของเทือกเขาฮักโกดะ ถือเป็นวิวที่สวยงามอลังการมากเลยค่ะ

View this post on Instagram

A post shared by Nan_Nieez (@nan_nieez)

ต้นไม้ต่าง ๆ อย่างเช่น ต้นไม้ใบกว้าง ต้นสน ที่ต่างเติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำให้ในฤดูใบไม้ผลิที่ต้นไม้แตกใบอ่อนเป็นสีเขียว วิวของที่นี่จึงกลายเป็นภาพที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม หรือจะเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็สวยงามมากไม่แพ้กันค่ะ

ใครขับรถยนต์มาก็สามารถขับผ่านข้ามสะพานไปได้ หรือจะจอดรถไว้ที่จอดรถที่อยู่ด้านหน้าของสะพานแล้วค่อยเดินเท้าข้ามไปบนสะพานก็ทำได้เช่นกัน

สะพานโจกาคุระ (Jogakura Ohashi)

ที่อยู่ Japan, 030-0111 Aomori, Arakawa, Kansuizawa, 城ヶ倉大橋 เวลาทำการ เปิด 24 ชั่วโมง วิธีเดินทาง ขับรถจาก Kuroishi IC บนทางด่วน Tohoku ใช้เวลาประมาณ 35 นาที
*มีที่จอดรถ

จุดชมวิวแต่ละที่ในอาโอโมริต่างมีความพิเศษที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้แล้วในแต่ละฤดูกาล แต่ละช่วงเวลา ก็จะได้วิวทิวทัศน์ที่สวยงามแตกต่างกันไป รับรองว่าเทียวได้ไม่ซ้ำเลยค่ะ! ใครสนใจสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจังหวัดอาโอโมริ ก็สามารถไปอ่านกันต่อที่บทความ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “อาโอโมริ” ได้เลย

สรุปเนื้อหาจาก aomori-tourism
ผู้เขียน Hikary

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...