โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

จริงไหม? เคล็ดลับผมสวยสุขภาพดีคือ "การไม่สระผม" พร้อมบอกเทคนิคเกี่ยวกับผมแบบจัดเต็ม!

SistaCafe

อัพเดต 01 มี.ค. 2566 เวลา 14.47 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2566 เวลา 11.00 น. • SIS GURU

ฮัลโหลลลลล สวัสดีค่าชาวซิสสสส ♥
อาร์บอนนี่ย์ กาเบรียลหรือ Miss Universe 2022 ได้บอกเคล็ดลับผมสวยของเธอไว้ว่า" ฉันไม่ได้สระผมเลยตั้งแต่วันแรกของการเก็บตัว " แต่เอ๊ะ… มันทำให้ผมของเราสวยขึ้นได้จริง ๆ เหรอ? ต้องบอกว่าเรื่องนี้หลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินกันมานานมาก ๆ แล้วนะคะแต่ก็อาจจะยังไม่ได้คำตอบสักทีว่าสรุปเราต้องสระผมไหมหรือไม่สระไปเลยดีนะ!? บทความนี้จะตอบคำถามพวกนี้ให้แบบละเอียด ๆ กันไปเลยค่า รับรองว่าอ่านจบได้คำตอบแน่นอน แล้วยังไม่พอนะคะ… เรายังจัดเต็มเรื่องเทคนิคการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลทรงผม เทคนิคการสระผมให้ผมและหนังศีรษะสะอาดที่สุด และยังมีเทคนิคการดูแลผมให้สลวยสวยเก๋ด้วย! อื้อหือ~ ความรู้แบบแน่นตึ้บ ถ้าใครอยากรู้แล้วละก็ไถจอลงมาโลดจ้าา > 0 <

ที่มาภาพ : SistaCafe Facebook (@SistaCafePage)

✄ ✄ ✄ ✄ ✄ ✄ ✄ ✄ ✄ ✄ " การไม่สระผมทำให้ผมสวยสุขภาพดี? " ( +เทคนิคเกี่ยวกับผมแบบจัดเต็ม! ) ➀ ทำไมเรา " ควรสระผม " ?

ก่อนที่จะเข้าประเด็นเรื่องการไม่สระผม เราขอเล่าก่อนนิดนึงว่า" ทำไมเราต้องสระผมกันนะ!?" คือการสระผมเป็นการทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะที่เจอทั้งเหงื่อ แดด มลภาวะอย่างฝุ่น ควัน เชื้อโรคต่าง ๆ ให้หลุดออกไป แถมยังช่วยฟื้นบำรุงผมที่แห้งเสียและหนังศีรษะด้วย พูดง่าย ๆ ว่ายังไงเราก็ต้องสระผมเพื่อที่จะได้ทำให้สุขภาพผมและหนังศีรษะของเราดีขึ้น แล้วก็ไม่เสี่ยงกับการเจอเชื้อโรคหรือแบคทีเรียด้วย ดังนั้นเนี่ย" การไม่สระผมเลย " อาจจะไม่ใช่ทางออกในการทำให้ผมสวยและหนังศีรษะสุขภาพดีนะคะ แต่!! ก็ไม่ได้หมายความว่าการสระผมมันจะดีไปซะหมดน้า ลองมาฟังข้อดีและข้อเสียของการสระผมและไม่สระผมในข้อต่อไปเลยจ้า! ➁ ข้อดี-ข้อเสียของการสระผมและไม่สระผม

ถัดมาก็คือข้อดี-ข้อเสียของการสระผมและไม่สระผมนะคะ โดยเราจะเริ่มจาก…
• สระผม •
- ข้อดี: หนังศีรษะและเส้นผมสะอาด ไร้เชื้อโรคและมลภาวะ ได้บำรุงฟื้นฟูผมที่แห้งเสียด้วย
- ข้อเสีย : การสระผมบ่อยหรือใช้แชมพูสูตรแรง ๆ ก็อาจจทำให้หนังศีรษะเสียน้ำมันบำรุงผมที่ร่างกายผลิตออกมา ผมและหนังศีรษะก็อาจจะแห้งเกินไป ทำให้มีรังแค หนังศีรษะลอก ผมร่วงได้
• ไม่สระผม •
- ข้อดี : ผมได้มีการผลิตน้ำมันธรรมชาติออกมา ทำให้ผมมีน้ำหนักมากขึ้น สีผมอยู่ได้นานมากขึ้น
- ข้อเสีย: อาจจะทำให้เส้นผมและหนังศีรษะมีมลภาวะและเชื้อโรคเกาะอยู่ จนทำให้ผมเริ่มแห้งเสีย หนังศีรษะอ่อนแอ มีผมร่วงมากได้
ก็อย่างที่บอกไปเลยนคะว่ามันมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป อ่านมาถึงตรงนี้แล้วหลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า" แบบนี้เราควรสระผมหรือไม่สระผมดีนะ? " ถ้าอยากรู้คำตอบก็มาดูที่ข้อต่อไปกันเล้ย! ➂ แล้วสรุปเราควรจะ " สระผม " หรือ " ไม่สระผม " ดีล่ะ?

ข้อดี-ข้อเสียมันก็มีคละ ๆ กันไปแหละนะคะ แต่หลายคนก็อาจจะเกิดความสับสนว่าแล้วแบบนี้ต้องทำยังไงล่ะ? คำแนะนำของเราก็คือ " ไม่ต้องสระผมทุกวัน " นั่นเองค่ะ คือการสระผมบ่อย ๆ ก็จะทำให้ผมเสียน้ำมันบำรุงธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้น ซึ่งจะมีผลเสียต่าง ๆ ตามมา เช่น ผมแห้งเสีย หนังศีรษะแห้งลอก เป็นต้น แต่การไม่สระเลยก็อาจจะทำให้เกิดการหมักหมมและสกปรกได้ ดังนั้นเราควรจะเว้นระยะการสระผมให้เป็นสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง โดยถ้าผมไม่ค่อยแห้งเสียมากก็แค่ 2 ครั้งก็พอนะคะ แต่ถ้าใครผมมันหนักมากก็ให้สระสัก 3 ครั้ง ส่วนใครที่ไปออกกำลังกายหรืออยู่ข้างนอกนาน ๆ มีเหงื่อเยอะ ๆ แนะนำว่าให้สระผมบ่อยขึ้น อาจจะแค่ 4 - 5 ครั้งต่อสัปดาห์ วันที่ไม่ได้สระก็ใช้น้ำเปล่าล้างก็ได้นะคะ หรืออาจจะหาแชมพูสูตรที่เหมาะกับการสระทุกวันมาก็ได้ค่ะ สูตรพวกนี้จะอ่อนโยนกว่าแชมพูทั่วไป ➃ เริ่มด้วย… เคล็ดลับการเลือก "ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม" ให้เหมาะสมกับสภาพผม

เมื่อเรารู้แล้วว่ายังไงการสระผมก็ยังสำคัญ งั้นมาเริ่มกันตั้งแต่วิธีเลือกแชมพู ครีมนวด ทรีตเมนต์ และออยล์เลยจ้า โดยวิธีการแรกก็คือสังเกตสภาพเส้นผมและหนังศีรษะก่อนเลยค่ะว่าเราเป็นคนผมมันง่าย มีรังแค หรือหนังศีรษะแห้ง ผมเสียแค่ไหน ทำสีรึเปล่า ถ้าสังเกตครบแล้วก็มาดูแบบเจาะไปทีละตัวกันเล้ย!
1. แชมพู : ถ้าผมดี๊ดีมีน้ำหนักก็ใช้สูตรทั่ว ๆ ไปได้เลยค่ะ แต่ถ้าใครมีหนังศีรษะแห้งหรือผมแห้งก็ให้ใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน ไม่มีซัลเฟตหรือเน้นการเติมความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะ ผมมันใช้สูตรลดความมัน ส่วนใครมีรังแคก็ใช้แชมพูขจัดรังแคได้เลยค่าแต่ก็อย่าลืมเลือกแบรนด์ดี ๆ น้า ไม่งั้นอาจจะระคายเคืองได้เหมือนกัน และสุดท้ายคือผมทำสีก็เลือกสูตรเฉพาะหรือเลือกตัวที่ไม่มีซัลเฟตนั่นเองจ้า
2. ครีมนวด: ตัวนี้จะเหมาะกับคนที่ผมไม่ได้แห้งเสียมากหรืออาจจะไม่ได้แห้งเสียเลยแค่อยากบำรุงนิดหน่อย ใช้แชมพูเสร็จก็ลงครีมนวดต่อได้เลย แต่คนที่ผมเสียมากหรือคนทำสีก็ใช้ได้น้า แค่เน้นใช้ก่อนสระผม เพื่อทำให้ผมนุ่มลื่นขึ้นเวลาสระจะได้ไม่พันกัน แล้วก็ไม่ทำให้ผมขาดหลุดร่วงเยอะเกินไปด้วย

3. ทรีตเมนต์ : ในส่วนของทรีตเมนต์จะเหมาะกับคนที่ผมแห้งเสียหนัก ๆ หรือคนทำทำสีมาก ๆ ค่ะเพราะจะมีความเข้มข้นมากกว่าครีมนวด บำรุงได้ล้ำลึกมากกว่าด้วย เวลาหมักให้หมักประมาณ 5 - 10 นาที เน้นทำแค่ประมาณ 1 - 2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็พอน้า
4. ออยล์: น้ำมันบำรุงผมก็จะเหมาะกับคนที่ผมชี้ฟู ผมแห้ง ผมเสีย ผมทำสีทั้งหมดเลยนะคะ เพราะจะช่วยให้ผมนุ่มลื่น มีน้ำหนัก ไม่พันกัน ลดการขาดร่วง ป้องกันการเฟดของสีผมและการโดนความร้อนหนัก ๆ ด้วย ถ้าใครผมเสียหนักก็แนะนำว่าให้ใช้ออยล์ที่เนื้อหนักหน่อยก็จะทำให้ผมเราดูนุ่มขึ้น ลื่นขึ้นจ้า ใครผมเสียไม่มากก็เอาเนื้อเบา ๆ หน่อยก็พอน้า ผมจะได้ไม่มันไวด้วย ➄ วิธี " การสระให้สะอาด " ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผมสวยนะ!

เลือกของที่ใช้สระผมแล้วก็ต้องมีทริคสระผมให้สะอาดที่สุด แล้วก็ช่วยให้หนังศีรษะชุ่มชื้นที่สุดมาฝากด้วย
1. ล้างน้ำเปล่าให้นาน ๆ : หลายคนจะล้างแค่พอชุ่ม ๆ ใช่ม้า? ลองล้างให้นานขึ้นเป็นหลักนาที ก็จะช่วยให้สิ่งต่าง ๆ ที่เกาะบนผมและหนังศีรษะมันหลุดลอกออกไปมากขึ้นนั่นเอง
2. เวลาลงแชมพูให้ถู ๆ จนมีฟองก่อน: หลายคนบีบปุ๊บแปะลงบนหัวปั๊บ แบบนั้นอาจจะทำให้หนังศีรษะระคายเคืองได้ ให้ถู ๆ บือให้มีฟองหน่อย ๆ ก่อนแล้วก็ค่อยขยี้ลงบนหนังศีรษะ เวลาขยี้ก็อย่าใช้เล็บน้าเดี๋ยวมันจะรบกวนหนังศีรษะมากไป
3. ล้างแชมพูออกให้นาน ๆ : แม้จะรู้สึกว่ามันเกลี้ยงไม่มีฟองแล้ว ก็อยากให้ทุกคนล้างเพิ่มไปอีกนิดนึงนะคะ จะได้ชัวร์ ๆ ว่าไม่มีแชมพูหลงเหลือให้ระคายเคืองหนังศีรษะ
4. ลงครีมนวด ทรีตเมนต์และออยล์แค่ช่วงปลายผม: บางคนชโลมตั้งแต่หนังศีรษะเลยทำให้หนังศีรษะอุดตันง่ายและระคายเคืองจนเกิดรังแคหรือผมร่วงได้ ดังนั้นลงแค่ช่วงปลาย ๆ ถึงช่วงกลาง ๆ ผมก็พอนะคะ แต่ถ้าใครผมแห้งเสียหนักมาก ให้เอามือที่เลอะนิดหน่อยจากการลงครีมนวดช่วงปลายผมมาสาง ๆ ตรงช่วงโคนแบบผ่าน ๆ ก็จะทำให้ผมมันช้าลง ผมนุ่มลื่นขึ้นแต่ไม่อุดตันหนังศีรษะนั่นเองค่า ➅ ปิดท้ายด้วยทริค " ดูแลผม " ให้นุ่มสลวยสวยเก๋!

ปิดท้ายกันที่ทริคดูแลสุขภาพผมให้นุ่มสลวยค่า ก็อย่างที่บอกไปนะคะว่าการเลือกแชมพู ครีมนวด ทรีตเมนต์และออยล์ รวมไปถึงการสระก็มีส่วนในการทำให้ผมเราสุขภาพดีขึ้นทั้งนั้นเลย แต่ระดับซิสต้าคาเฟ่ก็ขอเพิ่มทริคดี ๆ ให้ทุกคนไปทำตามนี้เลยจ้า
1. ใช้ความร้อนกับเส้นผมให้พอดี : ไม่สระด้วยน้ำร้อนเกินไป เป่าผมด้วยลมเย็น/ลมสำหรับการเป่าผม เลือกไดร์ ที่ม้วนผม ที่หนีบผมแบบมีคุณภาพ แล้วก็ต้องปรับระดับความร้อนให้พอเหมาะ ประมาณ 150-180 องศา
2. อย่าใช้เคมีกับผมบ่อยเกินไป : ในการทำสีผมจะทำให้ผมเสียเสมอ โดยเฉพาะการกัดสีผม ดังนั้นควรจะมีการพักผมอย่างน้อย 1 สัปดาห์ขึ้นไปในการทำอีกครั้ง แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดก็ประมาณ 1 - 3 เดือนจะโอเคที่สุด
3. ใช้หวีคุณภาพดี : ถ้าเลือกหวีดีก็จะทำให้การขาดร่วงของเส้นผมลดน้อยลงไปด้วยนะเออ
4. หลีกเลี่ยงการปล่อยผมเมื่อต้องเจอมลภาวะหนัก ๆ : เช่น การเดินข้างถนน การนั่งรถมอเตอร์ไซค์ ฯลฯ พวกนี้จะทำให้ผมของเราสัมผัสกับฝุ่นควันมากขึ้น ผมก็จะแห้งหรือเสียได้เหมือนกันนั่นเอง
5. อย่ามัดผมแน่นเกินไป : การมัดผมหรือกิ๊บผมแน่นเกินไปจะทำให้หนังศีรษะถูกดึงตลอดเวลา จนมันเกิดความตึงมากเกินไป ผมของเราก็เลยจะร่วงได้ง่ายขึ้นมาก ๆ เพื่อให้ผมหนาดกดำก็มัดให้พอไม่หลุดออกจากกันก็โอเคแล้วน้า ✄ ✄ ✄ ✄ ✄ ✄ ✄ ✄ ✄ ✄ ก็เป็นอันว่า " การไม่สระผม = ผมสวย " ก็ไม่ได้ผิดหรือถูกไปซะทีเดียวนะคะ เราแค่จะต้องเว้นระยะในการสระบ้าง แล้วก็ต้องดูปัจจัยอื่น ๆ ร่วมไปด้วยเนอะ ส่วนอื่น ๆ เราก็จัดเต็มให้ตั้งแต่คำถามที่ว่าทำไมเราต้องสระผมไปจนถึงเทคนิคการดูแลสภาพผมและการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผมเลยนะคะ เชื่อเลยว่าถ้าใครอ่านตั้งแต่ข้อ 1 - 6 จะต้องได้ความรู้และเทคนิคดี ๆ เพิ่มแน่นอนเลยล่ะ! ซึ่งเทคนิคพวกนี้สามารถใช้ได้จริงและเห็นผลด้วยน้า แต่ถ้าทำตามนี้แล้วยังไม่ดีขึ้นก็แนะนำว่าให้ไปพบแพทย์เฉพาะทาง เขาจะได้หาสาเหตุและรักษาได้ทันเน้อ บอกไปแบบหมดเปลือกแล้วก็ต้องขอตัวลาจากทุกคนไปก่อนแล้วค่า บทความหน้าจะมีอะไรดี ๆ มาฝากกันอีกก็ติดตามกันด้วยน้า ♥

Designer :lilybaecon / namoodong / kidasindahouse Writer : pumxpurin
ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...