ไทยเนื้อหอมต่างชาติแห่ลงทุน "เงินสะพัด" แตะ1.54 แสนล้าน
วันนี้ (20 มิ.ย.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนของคนต่างชาติ 5 เดือนแรก ปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จำนวน 528 ราย
เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 121 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 407 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 153,558 ล้านบาท
มีต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ในธุรกิจธุรกิจบริการทางวิศวกรรม ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจบริการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง บำรุงรักษาและซ่อมแซมโครงสร้าง และชั้นวางสินค้าที่ทำจากโลหะ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ชิ้นส่วนเหล็กหล่อขึ้นรูป เม็ดพลาสติก เป็นต้น
อันดับ 2 จีน ธุรกิจผลิตเครื่องประดับที่ทำจากเงิน, ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น อุปกรณ์ระบบส่องสว่าง เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด สายสวนบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์, ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ท่อเหล็กและชิ้นส่วนโลหะ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ Printed Circuit Board Assembly (PCBA) เป็นต้น
อันดับ 3 สิงคโปร์ ธุรกิจ ค้าส่งสินค้า เช่น น้ำยาฟอกไต ชิ้นส่วนรถยนต์ แบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะ, ธุรกิจบริการ Data Center, ธุรกิจบริการบริหารจัดการด้านคลังสินค้าและติดต่อประสานงานผู้ให้บริการด้านการขนส่งและกระจายสินค้า เป็นต้น
อันดับ 4 ญี่ปุ่น ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การตรวจวิเคราะห์แผงวงจรของเครื่องจักร เพื่อหาสาเหตุกรณีที่เกิดการขัดข้อง, ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า เป็นต้น
และอันดับ 5 ฮ่องกง ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้บริการติดตั้ง การให้คำปรึกษาและแนะนำเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการตั้งค่า การบำรุงรักษา และการซ่อมแซมเครื่องจักรอุปกรณ์และระบบต่างๆ เป็นต้น
ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 24% รวมถึงมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 3,788 คน
นอกจากนี้ยังพบว่า การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 254 ราย คิดเป็น 48% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 528 ราย มูลค่าลงทุน 101,658 ล้านบาท สอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร
โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Aircraft Engine Case เครื่องจักรอัตโนมัติ ชิิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค และธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น บริการ Data Center บริการพัฒนาซอฟต์แวร์-แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services
สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ในช่วง 5 เดือน ปี 2569 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC เพิ่มขึ้น 30% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย มูลค่าลงทุน 59,939 ล้านบาท โดยเป็นนักลงทุนจาก จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์
อ่านข่าว:
แกะรอยทุนต่างชาติกลาง “ห้วยขวาง” ส่อนอมินี พบ 4 บริษัทใช้ที่อยู่เดียวกัน
สแกนธุรกิจต่างชาติย่านห้วยขวาง พบ 53 ราย เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี
ต่างชาติลงทุนไทยพุ่ง 124% จีน-ญี่ปุ่น แห่ปักหมุดลงทุนพื้นที่ EEC