โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KASET เปิดตัวสมุนไพรออร์แกนิค “ฉมา” ตั้งเป้า 5 ปีรายได้ 300 ลบ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 30 ส.ค. 2565 เวลา 07.23 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวปรินดา ตั้งพิรุฬห์ธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัท ฉมา แอ็สเซ็ท จำกัด และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) หรือ KASET กลุ่มบริษัทผู้ผลิตสินค้าตรา "เกษตร" ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์การเกษตร หนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกอาหารรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า วิกฤตโควิด-19 ได้เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคไทยได้รู้จักและยอมรับสรรพคุณรักษาโรคของสมุนไพรไทยในวงกว้างอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะฟ้าทะลายโจร ซึ่งมีสรรพคุณด้านการรักษาผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 สามารถลดการติดเชื้อในปอด

โดยสรรพคุณดังกล่าวของฟ้าทะลายโจร นำไปสู่การยอมรับและบริโภคสมุนไพรไทยอื่นๆ เพิ่มขึ้นตามไปด้วยประกอบกับภาครัฐได้มองเห็นถึงศักยภาพของสมุนไพรไทย จากวิกฤตดังกล่าวจึงได้เดินหน้ายกระดับการแข่งขันของผลิตภัณฑ์สมุนไพรสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้ไทยกลายเป็นผู้นำในการผลิต ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพที่ได้มาตรฐานในภูมิภาค เติบโตยั่งยืน เพื่อก้าวเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสมุนไพรของโลก ซึ่งปีนี้การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกประเมินรายได้ตลาดสมุนไพรไว้ 50,000 ล้านบาท

สำหรับโอกาสดังกล่าว ฉมา แอ็สเซ็ท เจ้าของผลิตภัณฑ์อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง จากสมุนไพรไทยออร์แกนิค ภายใต้แบรนด์ “ฉมา” จึงตัดสินใจใช้จังหวะนี้ในการเปิดตัวแบรนด์สู่ตลาดในวงกว้าง เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพออร์แกนิคได้มากขึ้น

โดยหลังจากได้ค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยออร์แกนิค โดยเริ่มจากพัฒนาการปลูกพืชสมุนไพรในฟาร์มออร์แกนิคมาตรฐานสากลบนพื้นที่รวมกว่า 100 ไร่ ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 10 ปี เพื่อเน้นควบคุมคุณภาพสมุนไพรตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ประกอบไปด้วย ผักสมุนไพร ไปจนถึงพืชสมุนไพรเพื่อผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้คุณภาพและมาตรฐานในตลาดไทยและตลาดต่างประเทศในอนาคต

“แบรนด์ ‘ฉมา’ มีจุดเริ่มต้นจาก ‘ความรัก’ เมื่อคุณแม่ป่วยเป็นมะเร็ง จึงเริ่มหาข้อมูลการดูแลรักษาและพบว่าการฟื้นฟูร่างกายของผู้ป่วยต้องเริ่มต้นจากภายใน เริ่มจากอาหารที่รับประทาน จึงได้ศึกษาพัฒนาฟาร์มออร์แกนิคเพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ปลอดภัยมีประโยชน์ในการดูแลฟื้นฟูสุขภาพ จนคุณแม่ค่อยๆ หายจากโรคที่เป็น จากการทุ่มเทศึกษาพืชผักสมุนไพร นำไปสู่การขอมาตรฐานฟาร์มระดับสากลจาก IFOAM ตรารับรองเกษตรอินทรีย์จาก มกท. มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป EU รวมทั้งได้รับตราเกษตรอินทรีย์ แคนาดา และตราเกษตรอินทรีย์ สหรัฐอเมริกา จนต่อมาในปี 2560 ได้จัดตั้งสถานผลิตเครื่องสำอาง ปี 2561 จัดตั้งคลินิก อายุรเวทคลินิก และปี 2562 ได้จัดตั้งสถานผลิตยาแผนโบราณออร์แกนิค จากชื่อของ ‘คุณพ่อฉลอง’ รวมกับชื่อ ‘คุณแม่ปัทมา’ รวมกันเป็นชื่อ ‘ฉมา’ ซึ่งเป็นแบรนด์หลัก” นางสาวปรินดา กล่าว

สำหรับแนวคิดที่เป็นปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของ “ฉมา” คือใช้ความรักและเอาใจใส่ด้วยการเน้นควบคุมคุณภาพวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำ ด้วยการทำฟาร์มปลูกสมุนไพรออร์แกนิคตามมาตรฐานสากล รวมทั้งทำงานร่วมกับทีมวิจัยและพัฒนาโดยแพทย์แผนไทย เพื่อผลิตยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง จากสมุนไพรไทยคุณภาพสูง เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์สมุนไพรออร์แกนิคคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคที่อยู่ปลายน้ำ

โดยบริษัทมีเป้าหมายผลิตสมุนไพรออร์แกนิคให้ผู้บริโภคได้มีทางเลือกในการดูแลสุขภาพและรักษาอาหารเจ็บป่วยตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพแนวป้องกัน รักษา บรรเทา และการชะลอวัย ด้วยผลิตภัณฑ์อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง ที่มาจากธรรมชาติ เพื่อสุขภาพและ Wellness ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าการตลาดทั่วโลกในหลักแสนล้านบาท

สำหรับปัจจุบัน “ฉมา” มีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ตามกลุ่มสินค้า ดังนี้ ฉมา ฟาร์ม ออร์แกนิค (Chama Farm Organic) ผลิตภัณฑ์อาหาร อาหารเสริมที่วัตถุดิบมาจากฟาร์มออร์แกนิคมาตรฐานสากล ฉมา ฟาร์ม (Chama Farm) ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรที่วัตถุดิบมาจากฉมาฟาร์มซึ่งเป็นฟาร์มออร์แกนิคมาตรฐานสากล ฉมา เฮิร์บ (Chama Herbs) ยาสมุนไพรไทย ทั้งแบบรับประทานและแบบใช้ภายนอก มาตรฐานการผลิต FMP ฉมา (Chama) ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากพืชสมุนไพรออร์แกนิค และฉมาคลินิกแพทย์แผนไทย คลินิกรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย โดยมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรออร์แกนิครวมกว่า 100 SKUs

ทั้งนี้ “ฉมา” ตั้งเป้าหมายรายได้ 300 ล้านบาทภายใน 5 ปี โดยมีแผนที่จะเพิ่มช่องทางขายใหม่ ๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมทั้งมีแผนที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศในอีก 3 ปี จากนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...