ราคาน้ำมันพุ่งหลังอิหร่านโจมตียูเออีระลอกใหม่ คาดแตะ 124 ดอลลาร์ในเดือนนี้
วันนี้ (18 มี.ค.2569) หลังจากที่อิหร่านเปิดฉากโจมตีท่าเรือในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 วัน เมื่อวานนี้ (17 มี.ค.) ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันต้องหยุดชะงัก และผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบในตะวันออกกลางพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง
เรือ Nanda Devi เรือบรรทุกแก๊สปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG สัญชาติอินเดีย แล่นเข้าสู่ท่าเรือวาดินาร์ ในรัฐคุชราตวานนี้ (17 มี.ค.) หลังจากที่เรือลำนี้ติดค้างอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
เรือลำนี้บรรทุกแก๊ส LPG จำนวน 46,000 ตัน เป็นลำที่สองที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ ถือเป็นความหวังสำคัญในการเติมอุปทานก๊าซที่ขาดแคลนอย่างหนัก ซึ่งนอกจากนี้ยังมีเรือบรรทุกน้ำมันดิบอีกลำที่เดินทางถึงอินเดียเมื่อวานนี้ (17 มี.ค.)
ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกมากกว่าร้อยละ 3 เมื่อวานนี้ หลังอิหร่านกลับมาโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อีกระลอกจนจุดกระแสกังวลรอบใหม่
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับเพิ่มขึ้น 3.21 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.2% ปิดที่ 103.42 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ปรับขึ้น 2.71 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.9% ปิดที่ 96.21 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยลบสำคัญมาจากการที่อิหร่านระดมโจมตีท่าเรือฟูไจราห์ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ที่คลังส่งออกและทำให้การขนถ่ายน้ำมันต้องหยุดชะงักลงบางส่วน
ท่าเรือฟูไจราห์ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ตั้งอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ และรองรับปริมาณน้ำมันดิบราว 1% ของความต้องการโลก
นักวิเคราะห์ระบุว่าราคาน้ำมันยังมีโอกาสพุ่งสูงขึ้นได้อีกภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ โดยอาจไปถึงระดับ 124 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสถานการณ์ความไม่สงบยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน
ราคาน้ำมันสหรัฐฯ แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี
ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 3.83 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เมื่อช่วงเย็นวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค.2566 โดยราคาดีดตัวสูงขึ้นถึง 84 เซนต์ต่อแกลลอน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือน ก.พ.
แม้ว่าปัจจุบันสหรัฐฯ จะมีปริมาณน้ำมันสำรองสำหรับการใช้งานในประเทศอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี โดยมีปริมาณเพียงพอสำหรับการใช้งานประมาณ 28 วันครึ่ง แต่ราคาหน้าปั๊มยังคงพุ่งสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลกที่ตึงตัวอย่างหนักเนื่องจากภาวะสงคราม
สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังร้อนระอุทำให้หลายชาติพยายามหามาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้น
รัฐบาลศรีลังกา ประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาด กำหนดให้ทุกวันพุธเป็นวันหยุดสำหรับหน่วยงานภาครัฐ โรงเรียน และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงในการเดินทางและภาคขนส่ง ท่ามกลางความกังวลว่า คลังสำรองน้ำมันของประเทศอาจเหลือใช้ได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ หากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านยังคงยืดเยื้อ
ฟิลิปปินส์แจกเงินช่วยอาชีพขนส่งหลังราคาน้ำมันพุ่ง
เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ลงพื้นที่สังเกตการณ์จุดแจกเงินในกรุงมะนิลา ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบอาชีพขับรถสามล้อรับจ้าง ที่ต่อแถวรอรับเงินอุดหนุนจากทางการฟิลิปปินส์คนละ 5,000 เปโซ หรือประมาณ 2,700 บาท
มาร์กอส จูเนียร์ ระบุว่า เงินจำนวนนี้แม้จะไม่ได้มากมายนัก แต่ก็น่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้กับคนขับรถโดยสารสาธารณะและผู้ประกอบอาชีพด้านขนส่งทุกคนได้บ้าง
ก่อนหน้านี้ ทางการฟิลิปปินส์ออกมาตรการให้หน่วยงานราชการเปลี่ยนมาทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน เพื่อประหยัดพลังงาน ขณะที่ผู้นำฟิลิปปินส์ให้คำมั่นว่ากำลังเร่งผลักดันร่างกฎหมายในสภา เพื่อเพิ่มอำนาจให้ประธานาธิบดีผลักดันการลดภาษีสรรพสามิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้
กัมพูชาโอดราคาน้ำมันแซงค่าครองชีพ
ส่วนบรรยากาศที่สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งในกรุงพนมเปญ เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด หลังราคาน้ำมันขายปลีกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันเบนซินปรับขึ้นไปอยู่ที่ 5,500 เรียล หรือ ประมาณ 48 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 42 ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งกระฉูดถึง 6,550 เรียล หรือ ประมาณ 57 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 70 นับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น
แม้ทางการกัมพูชาจะยืนยันว่า ประเทศยังไม่เผชิญภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง แต่สถานการณ์ในพื้นที่กลับพบว่ามีปั๊มน้ำมันประมาณ 400 แห่งทั่วประเทศต้องปิดตัวลงชั่วคราว
อ่านข่าว :
“อิสราเอล” อ้างสังหาร “อาลี ลาริจานี” เลขาฯ สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดอิหร่านแล้ว
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ สะเทือนพลังงานโลก กดดันเงินเฟ้อ-ตลาดหุ้น
เหตุสู้รบตะวันออกกลาง กระทบสินค้า “อุปโภค-บริโภค” ราคาแพงขึ้น