สายการบินทั่วโลกอ่วม! น้ำมันพุ่งจากศึกอิหร่าน ดันต้นทุนพุ่ง จ่อตั๋วแพง-ตัดไฟลต์
สายการบินทั่วโลกอ่วม! ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งกระฉูดจากสงครามตะวันออกกลาง กดดันต้นทุนสายการบินทั่วโลก หลายค่ายเริ่มขึ้นราคา-ลดเที่ยวบิน
วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 08.07 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สายการบินทั่วโลกออกมาเตือนถึงผลกระทบรุนแรงจากราคาน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสงครามระหว่างสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่าน โดยระบุว่าจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหลายร้อยล้านดอลลาร์ พร้อมส่งสัญญาณปรับขึ้นราคาตั๋ว และอาจต้องลดจำนวนเที่ยวบินในบางเส้นทาง
เอ็ด บาสเตียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Delta Air Lines เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงทำให้ต้นทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 400 ล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว ขณะที่ American Airlines คาดว่า ค่าใช้จ่ายในไตรมาสแรกจะเพิ่มขึ้นราว 400 ล้านดอลลาร์จากต้นทุนเชื้อเพลิงเช่นกัน
ด้าน SAS สายการบินรายใหญ่ที่สุดของสแกนดิเนเวีย ได้เริ่มลดเที่ยวบินบางส่วนแล้ว หลังเผชิญแรงกระแทกด้านราคาน้ำมันอย่างฉับพลัน โดยระบุว่า ขณะนี้ทั้งระบบการบินของยุโรปกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
สงครามที่ย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก เที่ยวบินจำนวนมากต้องยกเลิก เปลี่ยนเส้นทาง หรือเลื่อนเวลา เนื่องจากน่านฟ้าตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังคงปิดจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
ราคาน้ำมันเครื่องบินกลายเป็นความท้าทายหลักของสายการบิน โดยราคาน้ำมันในยุโรปเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ขณะที่ในเอเชียเพิ่มขึ้นเกือบ 80% นับตั้งแต่เกิดการโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ ต้นทุนเชื้อเพลิงถือเป็นค่าใช้จ่ายอันดับสองของสายการบิน รองจากค่าแรง และคิดเป็นประมาณ 20–25% ของต้นทุนดำเนินงานทั้งหมด
สถานการณ์ยังมีแนวโน้มซับซ้อนมากขึ้น เมื่อหลายประเทศเริ่มเผชิญความเสี่ยงด้านอุปทานเชื้อเพลิง โดยทางการเวียดนามเตือนอุตสาหกรรมการบินให้เตรียมลดเที่ยวบินตั้งแต่เดือนเมษายน หลังจีนและไทยระงับการส่งออกน้ำมันเครื่องบินจากผลกระทบของสงคราม
นอกจากนี้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังต้องปิดน่านฟ้าชั่วคราวจากภัยคุกคามขีปนาวุธและโดรน ขณะที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ตของเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินของยุโรป มีผู้โดยสารกว่า 86,000 คนได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินในช่วงสองสัปดาห์แรกของสงคราม โดยปัจจุบันมีเพียงหนึ่งในสามของเที่ยวบินไปตะวันออกกลางที่ยังให้บริการได้
ผลกระทบจากสงครามเริ่มลุกลามไปไกลกว่าภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยสายการบินหลายแห่งเริ่มปรับขึ้นราคาตั๋ว โดย Air France-KLM ประกาศขึ้นราคาตั๋วระยะไกล ขณะที่บางสายการบินเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมัน (fuel surcharge) แม้จะเสี่ยงกระทบต่อความต้องการเดินทาง
แม้บางสายการบิน เช่น American Airlines จะยังคงมีรายได้เติบโตจากความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่ง แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และต้องระมัดระวังในการปรับราคาตั๋ว ท่ามกลางความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง
โดยรวมแล้ว วิกฤตราคาน้ำมันครั้งนี้กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมการบินโลก นับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 และอาจส่งผลต่อทั้งต้นทุน การเดินทาง และโครงสร้างการแข่งขันของธุรกิจการบินในระยะต่อไป
อ้างอิง : www.reuters.com