โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Nvidia เผย ออร์เดอร์ชิป AI H200 จากจีน ‘ทะลัก’ ลุ้นหวนสู่สมรภูมิ AI จีนอีกครั้ง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

Nvidia เปิดเผยว่า บริษัทได้รับคำสั่งซื้อชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่น H200 จากลูกค้าในจีน “จำนวนมาก” หลังได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐให้สามารถส่งออกได้แล้ว โดย เจนเซน หวง ซีอีโอ Nvidia ให้สัมภาษณ์ในงานประชุมเทคโนโลยี GTC ประจำปี

เขาระบุว่า“เราได้รับใบอนุญาตสำหรับลูกค้าในจีนหลายรายสำหรับ H200 และตอนนี้ก็มีออร์เดอร์เข้ามา ‘จำนวนมาก’ แล้ว พร้อมกับกำลังเริ่มเดินสายการผลิตอีกครั้ง” พร้อมเสริมว่า “ซัพพลายเชนของเรากำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง”

ก่อนหน้านั้น ปธน.ทรัมป์ เคยกล่าวเมื่อเดือนธันวาคม ว่า จะอนุญาตให้ขาย “ชิป AI H200” ให้ลูกค้า “ที่ได้รับการอนุมัติ” ในจีนได้ โดยมีเงื่อนไขว่า รัฐบาลสหรัฐต้องได้รับส่วนแบ่ง 25%

อย่างไรก็ตาม ชิปตระกูลใหม่อย่าง Blackwell และรุ่นถัดไปอย่าง Rubin ไม่อยู่ในข้อตกลงนี้

หวง กล่าวว่า ทรัมป์ต้องการให้ Nvidia แข่งขันในตลาดโลก และไม่เสียโอกาสทางธุรกิจโดยไม่จำเป็น

แม้สหรัฐจะอนุมัติแล้ว แต่การส่งมอบจริงยังขึ้นอยู่กับฝั่งจีนด้วยว่า จะอนุญาตให้ Nvidia ขายได้หรือไม่ และในปริมาณเท่าใด ก่อนหน้านี้ หวง มองว่า อาจไม่มีการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากจีน แต่จะเป็นการ “ส่งสัญญาณทางอ้อม” ผ่านคำสั่งซื้อของลูกค้าแทน

นอกจากนี้ ในงาน GTC Nvidia ยังได้อัปเดตผลิตภัณฑ์ชิป AI ตระกูล Rubin จับมือกับบริษัทชิป AI อย่าง Groq เปิดตัวเครื่องมือ AI agent ใหม่ อีกทั้งยังประกาศว่า ค่ายรถยนต์ระดับโลก เช่น BYD, Geely, Isuzu Motors และ Nissan Motor จะใช้แพลตฟอร์ม Drive Hyperion ของ Nvidia เพื่อพัฒนารถยนต์ไร้คนขับระดับ Level 4 (ขับเองได้ในสภาพปกติ)

หวง ยังบอกว่า ซอฟต์แวร์ของ Nvidia จะช่วยให้รถจีน เช่น BYD สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่ไม่ยอมรับซอฟต์แวร์ของจีน

ในด้านรายได้ หวง ระบุว่า Nvidia คาดจะมีรายได้สะสมอย่างน้อย 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 จากแพลตฟอร์ม AI ได้แก่ Blackwell และ Vera Rubin

ส่วนประเด็นการย้ายซัพพลายเชนออกจากไต้หวัน ในขณะที่ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. กำลังขยายโรงงานผลิตในสหรัฐ แต่หวง กล่าวว่า การย้ายห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันถึง 40% ไปยังสหรัฐนั้น เป็นเรื่อง “ยากมาก”

หวง ระบุว่า“ความต้องการชิป กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วมาก แม้ว่าจะมีการสร้างโรงงานผลิต และโรงงานใหม่ในสหรัฐ แต่ความต้องการโดยรวมทั่วโลกก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล”

อ้างอิง: nikkei

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...