โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวโจนส์” ปิดลบ 18 จุด ซื้อขายเบาบางก่อนหยุด “คริสมาสต์”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2566 เวลา 02.07 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันศุกร์ (22 ธ.ค.) ขณะที่การซื้อขายเป็นไปอย่างเบาบางก่อนตลาดปิดทำการในวันจันทร์ (25 ธ.ค.) เนื่องในวันคริสต์มาส และนักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงปีหน้า

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 37,385.97 จุด ลดลง 18.38 จุด หรือ -0.05%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,754.63 จุด เพิ่มขึ้น 7.88 จุด หรือ +0.17% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,992.97 จุด เพิ่มขึ้น 29.11 จุด หรือ +0.19%

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในช่วงเช้า หลังการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อชะลอตัวลงใกล้เป้าหมายของเฟด โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.9% ในเดือนต.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.8%

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวลง 0.1% ในเดือนพ.ย. จากระดับ 0.0% ในเดือนต.ค.ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจทรงตัว

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.4% ในเดือนต.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.3%

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ย. จากระดับ 0.1% ในเดือนต.ค.และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2%

ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ตัวปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์เป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2560

ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ต่อเนื่องนานที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2562

ดัชนี S&P500 อยู่ต่ำกว่าระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ในเดือนม.ค.ปี 2565 อยู่ราว 1% ซึ่งหากปิดตลาดเหนือระดับดังกล่าว ก็จะเป็นการยืนยันว่าดัชนีอยู่ในภาวะตลาดกระทิงนับตั้งแต่แตะระดับต่ำสุดในเดือนต.ค. 2565

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป พุ่งขึ้น 5.4% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2563 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่า อาจเพิ่มขึ้นเพียง 2.0% หลังจากดิ่งลง 5.1% ในเดือนต.ค.

ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากลดลง 0.3% ในเดือนต.ค.

เครื่องมือ FedWatch tool ของ CME บ่งชี้ว่า ตลาดการเงินปรับตัวรับความเป็นไปได้ 74.1% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในเดือนมี.ค.ปีหน้า

ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 นั้น กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวลงมากที่สุด ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นปรับตัวขึ้นมากที่สุด

สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวนั้น หุ้นไนกี้ร่วง 11.8% หลังปรับลดคาดการณ์ยอดขายทั้งปี เนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ขณะที่หุ้นฟุต ล็อกเกอร์ และหุ้นดิคส์ สปอตติ้ง กู้ดส์ ร่วงลง 2.7% และ 3.9% ตามลำดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...