โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้หรือไม่ ? เงินเหรียญชำระหนี้ตามกฎหมาย "ได้แต่ไม่ทั้งหมด"

Thai PBS

อัพเดต 12 มิ.ย. 2567 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2567 เวลา 09.13 น. • Thai PBS

ตามข้อมูลของสำนักบริหารเงินตรา กรมธนารักษ์ระบุว่า "เงินเหรียญ" หรือเหรียญที่ใช้จ่ายกันในปัจจุบันนี้ สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายได้ แต่มีการกำหนดเพดานไว้ว่าเหรียญแต่ละราคานั้น สามารถชำระหนี้ได้ไม่เกินคราวละกี่บาท

กรณีเหรียญทั่ว ๆ ไป ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้

  • ถ้าจะใช้เหรียญ 25 หรือ 50 สตางค์ สามารถใช้ชำระหนี้ได้ไม่เกินจำนวนเงินคราวละ 10 บาท

  • ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่า มีหนี้ 10 บาท สามารถใช้เหรียญ 25 สตางค์จ่ายทั้งหมด 40 เหรียญเท่านั้น

  • ถ้าจะใช้เหรียญ 1 บาท 2 บาท 5 บาท สามารถใช้ชำระหนี้ได้ไม่เกินจำนวนเงินคราวละ 500 บาท

  • ถ้าจะใช้เหรียญ 10 บาท สามารถใช้ชำระหนี้ได้ไม่เกินจำนวนเงินคราวละ 1,000 บาท

กรณี "เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก"

คือเหรียญที่มีราคา 20 บาทขึ้นไป ไม่ใช่ราคาเหรียญที่ใช้กันในปัจจุบัน

  • ถ้าจะใช้เหรียญ 20 บาท สามารถใช้ชำระหนี้ได้ไม่เกินจำนวนเงินคราวละ 500 บาท
  • ถ้าจะใช้เหรียญ 50 บาท สามารถใช้ชำระหนี้ได้ไม่เกินจำนวนเงินคราวละ 1,000 บาท
  • ถ้าจะใช้เหรียญ 100 บาท สามารถใช้ชำระหนี้ได้ไม่เกินจำนวนเงินคราวละ 2,000 บาท
  • ถ้าจะใช้เหรียญ 150 บาท สามารถใช้ชำระหนี้ได้ไม่เกินจำนวนเงินคราวละ 3,000 บาท

ส่วน เหรียญกษาปณ์เงินที่ตั้งแต่ราคา 200 บาทขึ้นไป และ เหรียญกษาปณ์ทองคำที่ราคาตั้งแต่ 150 บาท ขึ้นไป สามารถชำระหนี้ได้ไม่จำกัดจำนวน

สาเหตุที่ต้องกำหนดเพดานการชำระหนี้ของเหรียญตามกฎหมาย เพราะป้องกันการกลั่นแกล้งระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ในการชำระหนี้

ปัจจัยที่ส่งผลคนใช้เหรียญจ่ายเงินลดลง

  • การพัฒนาของเทคโนโลยีทางการเงิน เช่น การชำระเงินผ่านมือถือ แอปพลิเคชันธนาคารออนไลน์ และการชำระเงินผ่าน QR code
  • ความสะดวกสบาย เช่น การใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน
  • มาตรการด้านสุขอนามัย การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ส่งผลให้คนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการใช้เงินสดและเหรียญ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ
  • การส่งเสริมการใช้เงินดิจิทัลโดยรัฐบาล หลายประเทศมีนโยบายและโครงการส่งเสริมการใช้เงินดิจิทัลและการทำธุรกรรมแบบไม่ใช้เงินสดเพื่อลดต้นทุนการจัดการเงินสดและเพิ่มความโปร่งใสในการทำธุรกรรม
  • ความปลอดภัยของการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบดิจิทัล มีการรักษาความปลอดภัยสูง ลดความเสี่ยงในการสูญเสียหรือถูกขโมยเงินสด

ผลกระทบการใช้เหรียญลดลง

  • ธุรกิจขนาดเล็กอาจประสบปัญหาในการปรับตัวหากไม่สามารถรองรับการชำระเงินดิจิทัลได้
  • ธนาคารและสถาบันการเงินต้องปรับปรุงระบบและบริการเพื่อรองรับการทำธุรกรรมดิจิทัล
  • กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่เข้าถึงเทคโนโลยีประสบปัญหาในการปรับตัวและเข้าถึงบริการการเงินดิจิทัล

แนวทางการปรับตัว

  • ศึกษาและฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีทางการเงินแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี
  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการทำธุรกรรมดิจิทัลอย่างทั่วถึง
  • สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในการปรับตัวเพื่อรองรับการชำระเงินแบบดิจิทัล

อ่านข่าวอื่น :

ไขคำตอบ! ซาก "งูกัดตัวเอง" ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาด 4 มาตราเลือก สว. ขัด รธน.หรือไม่ 18 มิ.ย.นี้

ศร.ให้ กกต.ส่งหลักฐานเพิ่มคดียุบ "ก้าวไกล" นัดพิจารณาครั้งหน้า 18 มิ.ย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

5 ชาติ EU ชงเก็บ "ภาษีลาภลอย" จาก บ.พลังงาน รับมือราคาน้ำมันพุ่ง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนอากาศร้อนจัดบางพื้นที่

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ทรัมป์" เตือนอิหร่านเหลือเวลา 48 ชม. เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อัปเดตราคาน้ำมัน 5 เม.ย.หลังปรับขึ้นดีเซลลิตรละ 2.80 บาท พรีเมียม 6.50 บาท

11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...