เตือนนักชอปออนไลน์ ระวังของปลอม แนะ 7 ข้อควรระวัง คิดก่อนจ่าย
วันนี้ (13 พ.ค.2569) นางอรมน ทรัพย์ทวีรธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากหน้าร้านสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงผู้บริโภคได้สะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน และของใช้สำหรับร่างกาย
ทั้งกลุ่มเครื่องสำอาง เช่น ครีมบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เซรั่ม ครีมกันแดด รองพื้น แป้งพัฟ ครีมอาบน้ำ แชมพู ครีมนวดผม และยาสีฟัน รวมทั้งอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ เช่น พาวเวอร์แบงค์ หัวชาร์จเร็ว หูฟังไร้สาย และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น ลำโพงบลูทูธ รางปลั๊กไฟ และไดร์เป่าผม เป็นต้น
สินค้าเหล่านี้ มีการปลอมบรรจุภัณฑ์ฉลากภาษาไทย ที่แสดงเครื่องหมายรับรองต่าง ๆ เช่น เลขทะเบียน อย. เลขมาตรฐาน มอก. ให้มีลักษณะใกล้เคียงกับสินค้าของแท้มากขึ้น เพื่อหลอกลวงผู้บริโภคโดยเฉพาะนักชอปออนไลน์ที่ไม่สามารถตรวจสอบสินค้าก่อนสั่งซื้อ และจูงใจผู้ซื้อด้วยราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดมาก ซึ่งสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มีส่วนประกอบสารเคมีต้องห้ามหรือเกินมาตรฐานที่เป็นอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ เช่น อาการแพ้ ระคายเคืองผิว อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย เสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดเพลิงไหม้
กรมได้เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์ เร่งเฝ้าระวังและปราบปรามสินค้าปลอมบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หลังพบขบวนการปลอมสินค้าพัฒนารูปแบบการผลิตและจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างแนบเนียนมากขึ้น
โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางและอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิต สุขภาพ ความปลอดภัย และทรัพย์สินของประชาชน โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร และแพลตฟอร์มออนไลน์ในการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการค้าออนไลน์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค
ขอแนะนำ 7 ข้อสังเกต หรือข้อควรระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ 1.ตรวจสอบฉลากและการรับรองจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น เลข อย./มอก. และเครื่องหมายการค้า 2.ตรวจสอบข้อมูลสินค้า ทั้งชื่อสินค้า วันผลิต วันหมดอายุ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย ประเทศแหล่งกำเนิดและแหล่งผลิตสินค้า ตลอดจนตรวจสอบประวัติร้านค้าว่าเปิดมานานหรือไม่ 3.ตรวจสอบส่วนประกอบของสินค้า บรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ไม่มีตำหนิ
4.มีนโยบายคืนสินค้า/คืนเงินชัดเจน 5.ราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ถูกเกินไปเมื่อเทียบกับราคาปกติที่จำหน่ายในท้องตลาด 6.การออกใบเสร็จหรือหลักฐานการสั่งซื้อ 7.ตรวจสอบข้อมูลการรีวิวสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งมีจุดที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น การโฆษณาหรืออ้างสรรพคุณเกินจริง การจัด Flash Sale หลอก โดยการลดราคาสินค้าพิเศษอย่างหนักในช่วงระยะเวลาจำกัดมาก การเร่งรัดให้โอนเงิน การปิดบังข้อมูลร้านค้าผู้จำหน่าย การมียอดรีวิวแต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นร้านจำหน่ายสินค้าปลอมหรืออาจถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน
โทษของการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อหากำไรทางการค้า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 ถึง 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่การปลอมเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้ว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ช่วง 6 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.2568-มี.ค.2569) มีผลการจับกุมดำเนินคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ทั้งย่านการค้าและออนไลน์รวม 332 คดี ยึดของกลางได้กว่า 1.3 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2,300 ล้านบาท
อ่านข่าว :
รัฐบาลโชว์ผลงาน 6 เดือน จับของปลอม 1.3 ล้านชิ้น เสียหาย 2.3 พันล้าน
"สินค้าละเมิด" ทะลัก 3 เดือน ยึดกว่า 7.2 แสนชิ้น กิจเสียหายกว่า 700 ล้านบาท
บุกทลายโกดังของเถื่อน เจอเครื่องสำอางปลอมกว่า 2.23แสนชิ้น