โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บลจ.อีสท์สปริง ชูทางเลือกพักเงินตราสารหนี้ระยะสั้นสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลจ.อีสท์สปริง ชูทางเลือกพักเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เปิดตัว ES-USDPRIME กองทุนหลักลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้นคุณภาพดีทั่วโลก เปิด IPO 13-20 พ.ค. นี้

วันที่ 13 พ.ค.2569 นางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทฯได้เพิ่มทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการพักเงินในสกุลดอลลาร์ ด้วยการเปิดกองทุนที่กองทุนหลักเน้นลงทุนในสินทรัพย์ระยะสั้นคุณภาพดี มีสภาพคล่องดี ซึ่งมองหาโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากดอกเบี้ยสหรัฐฯ กองทุนเปิดอีสท์สปริง USD Prime (ES-USDPRIME) ผ่านกองทุนหลัก AMUNDI FUNDS CASH USD Class J32 USD (C) ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV)

กองทุนหลักบริหารจัดการโดย Amundi Luxembourg S.A. ซึ่งกองทุน ES-USDPRIME มีมูลค่าโครงการ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขั้นต่ำในการซื้อ 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ เปิดเสนอขายระหว่างวันที่ 13-20 พฤษภาคม 2569 โดยมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน

สำหรับกอง ES-USDPRIME มีสภาพคล่องดีเหมาะกับการบริหารเงินลงทุนระยะสั้น โดยกองทุนหลักจะกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ระยะสั้นหลากหลายประเภท และเน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นคุณภาพดีในระดับ investment grade ขึ้นไป มี Credit Rating เฉลี่ยของพอร์ต A+ เพื่อโอกาสลดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย (ที่มา: Amundi Presentation ณ วันที่ 31 มี.ค. 2569)

บลจ.อีสท์สปริง มองว่า กองทุนรวมตราสารหนี้ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีความน่าสนใจ แม้เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะลอจนลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ย แต่ความไม่แน่นอนด้านเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯที่ต่างจากประเทศหลักอื่น ทำให้ตลาดมองว่าเฟดอาจจะเลือกคงดอกเบี้ยมากกว่าการลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว ทำให้การฝากเงินหรือการลงทุนในตราสารหนี้สกุลดอลลาร์มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี

ขณะเดียวกันยังช่วยกระจายความเสี่ยงด้านสกุลเงิน โดยการแบ่งสัดส่วนไปลงทุนในสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ซี่งอาจเป็นโอกาสช่วยรักษามูลค่าของพอร์ตการลงทุนโดยรวมได้ จึงเหมาะกับสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงด้านค่าเงิน และมีโอกาสรับผลตอบแทนที่สอดคล้องกับดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ตลอดจนเหมาะกับนักลงทุนที่มีความจำเป็นหรือมีแผนการใช้จ่ายในสกุลดอลลาร์เพื่อรองรับความต้องการการใช้เงินและโอกาสการลงทุนในอนาคตอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ กองทุนหลัก AMUNDI FUNDS CASH USD Class J32 USD (C) มีนโยบายลงทุนไม่น้อยกว่า 67% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในตราสารตลาดเงินโดยรักษาอายุเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของตราสาร (WAM) ไม่เกิน 90 วัน โดยจะลงทุนไม่เกินร้อยละ 30 ของสินทรัพย์ในตราสารตลาดเงินที่ออกหรือค้ำประกันโดยรัฐบาล หน่วยงานท้องถิ่นในสหภาพยุโรป

โดยจะลงทุนไม่เกินร้อยละ 30 ของสินทรัพย์ในตราสารตลาดเงินที่ออกหรือค้ำประกันโดยรัฐบาล หน่วยงานท้องถิ่นในสหภาพยุโรป หรือองค์กรระหว่างประเทศที่มีประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเข้าร่วมอย่างน้อยหนึ่งประเทศ ด้วยการบริหารเชิงรุก มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนีอ้างอิง Compounded Effective Federal Funds Rate หลังหักค่าใช้จ่าย โดยผสานเกณฑ์ด้าน ESG มุ่งหมายให้คะแนนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG Score) ของพอร์ตการลงทุนอยู่ในระดับที่สูงกว่าคะแนน ESG ของกลุ่มสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้

สำหรับพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักมีการกระจายการลงทุนตราสารระยะสั้นในหลากหลายกลุ่ม ประกอบด้วย Commercial Paper 46.61% Bonds 30.62% O/N & Repo15.89% Certificate of Deposit 6.87% (Amundi Presentation and Fund Factsheet ณ มีนาคม 2569) และมีสัดส่วนการทุนกระจายการลงทุนในตราสารทั่วโลกทั้งยุโรป สหรัฐฯ และอื่นๆ ประกอบด้วย ฝรั่งเศส 12.06% แคนาดา 10.73% ออสเตรเลีย 8.30% สหรัฐฯ 8.09% ญี่ปุ่น7.97% เนเธอแลนด์ 6.84% สหราชอาณาจักร 5.78% สเปน 4.77% สวีเดน 4.45% อิตาลี 2.30% ฟินแลนด์ 2.17% นอร์เวย์ 2.00% เกาหลี 1.93% เบลเยี่ยม 0.99% เยอรมนี 0.75% และ เงินสดและอื่นๆ 20.86% (ที่มา: Amundi ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...