โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ยืดผมเคราติน บอกต่อข้อดี-ข้อเสีย ผมแบบไหนควรทำบ้างนะ ?

SistaCafe

อัพเดต 18 ส.ค. 2566 เวลา 10.45 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2566 เวลา 11.00 น. • SIS GURU

ฮัลโหลลลล~ สวัสดีค่าชาว SistaCafe ช่วงนี้เห็นเทรนด์นึงเกี่ยวกับผมมาแรงมาก ๆ นั่นก็คือ ยืดผมเคราติน นั่นเองนะคะ แต่เอ๊ะ? ยืดผมกับเคราตินมันไปด้วยกันได้เหรอ แล้วมันเป็นยังไง ช่วยเรื่องอะไรกัน บทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักการดูแลผมด้วยเคราตินว่ามันคืออะไร มีข้อดี - ข้อเสียยังไง? แตกต่างจากการยืดผมแบบทั่วไปรึเปล่า สภาพเส้นผมแบบไหนควรทำ รวมไปถึงวิธีดูแลผมหลังยืดเคราตินอีกด้วยจัดเต็มไปขนาดนี้มันจึ้งมากเลยเหรอ งั้นมาดูกันต่อด้านล่างนี้เล้ย! ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ยืดผมเคราติน คืออะไร ?

จริง ๆ แล้วมันคือการบำรุงผมด้วยเคราตินนั่นเองนะคะ แต่ที่เขาชอบติดปากเรียกกันว่ายืดผมเคราตินก็เพราะว่าทำออกแล้วเหมือนได้ผมที่ทำการยืดมาแล้ว สลวยสวยเก๋สุด ๆ แต่เอ๊ะ… หลายคนยังไม่รู้ใช่ไหมคะว่าเคราตินคืออะไร เจ้าเคราตินปกติจะอยู่ในเส้นผมของเราอยู่แล้วนะคะ แต่! มันจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปเมื่อเราได้ทำสีผม กัดสีผม ใช้เคมีบนเส้นผม รวมไปถึงการใช้ความร้อนต่าง ๆ ไม่ว่าจะดัด จะหนีบ เคราตินก็ลดลงไปได้ทั้งหมดเลยนะคะ และเมื่อมันน้อยลงเกล็ดผมก็จะเปิดออกทำให้เกิดการพันกันของเส้นผม เพื่อที่จะทำให้มันกลับมาแล้วผมเราก็ไม่พันกันอิรุงตุงนังแบบนี้ก็จะต้องเติมเคราตินเข้าไป ก็คือต้องทำการยืดเคราตินที่ทุกคนเรียกหรือที่บางร้านเรียกว่าสปาเคราตินนั่นเองจ้า ยืดผมแบบเคราติน แตกต่างกับการยืดผมทั่วไปยังไง ?

การยืดผมแบบเคราตินกับการยืดผมแบบทั่วไปมันต่างกันยังไง ต้องบอกว่ามันต่างกันคนละแบบเลยค่ะยืดผมเคราตินคือการบำรุงเส้นผมแต่การยืดผมทั่วไปจะเป็นการใช้เคมีกับเส้นผม ยืดผมเคราตินจะไม่สามารถทำให้ผมหยักศกหรือผมหยิกเรียบตรงได้นะคะ แต่การยืดผมทั่วไปสามารถทำได้ เห็นความแตกต่างแล้วใช่ไหมคะ นอกจากนี้การยืดเคราตินยังไม่ทำให้ผมเสียอีกด้วยแต่การยืดผมแบบธรรมดาสามารถทำให้ผมเสียได้ แล้วก็ยังมีเรื่องของการดูแลรักษาด้วยนะคะ แต่ขอเก็บไว้ก่อนเราจะไปบอกในข้อดีและข้อเสียกันค่ะ! สภาพผมแบบไหน ถึงควรจะยืดเคราติน ?

อย่างที่บอกไปว่าการยืดเคราตินคือการบำรุงผมนะคะดังนั้นสภาพผมที่ควรจะทำมากที่สุดก็คือ
1. คนที่มีผมชี้ฟู ไม่มีน้ำหนัก
2. คนที่ผ่านการทำสีผม
3. คนที่ผมแห้งเสียจากความร้อน
3 ประเภทนี้จะเป็น 3 ประเภทที่ควรจะยืดเคราตินมากที่สุดนะคะเพราะว่ามันจะเป็นการบำรุงผมไปในตัว ช่วยให้ผมนุ่มขึ้น ลื่นขึ้น ไม่พันกัน ผมกลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง แล้วคนที่ผมชี้ฟูก็จะช่วยให้ผมดูเรียบตรงมากขึ้นด้วย ข้อดีและข้อเสียของการยืดผมแบบเคราติน• ข้อดีของการยืดผมเคราติน
1. ผมไม่เสียเพราะไม่ได้ใช้สารเคมี
2. ได้บำรุงผมให้กลับมาดูดีขึ้น
3. ผมไม่พันกันทำให้ลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผมได้
• ข้อเสียของการยืดผมเคราติน
1. อยู่ได้ไม่นานมาก ประมาณ 1-2 เดือนก็ต้องไปทำใหม่แล้ว
2. ถ้าเติมเคราตินบ่อย ๆ อาจจะทำให้ผมเริ่มแข็งและไม่มีความลื่นหรือพลิ้วไหวแล้ว
3. ถ้าใครที่งบไม่ถึงก็อาจจะรู้สึกว่าแพงเกินไป
4. เคราตินสามารถถูกทำลายได้จากการสระผม ซึ่งยิ่งสระมาก็จะยิ่งลดลงมากขึ้น วิธีดูแลผม หลังจากการยืดเคราตินต้องบอกเลยว่าไม่มีอะไรพิเศษเลยค่ะ อย่างการยืดผมทั่วไปยังต้องห้ามโดนน้ำ 3 วันอะไรแบบนี้ใช่ไหมคะ แต่การยืดผมแบบเคราตินไม่ต้องเลยค่ะ ใช้ชีวิตตามปกติได้เลย เพียงแต่ว่าอย่าสระผมบ่อยไปก็พอนะคะ เนื่องจากว่าการสระผมจะทำให้เคราตินที่เคลือบผมมันค่อย ๆ หลุดลอกออกไป ถ้าเราสระบ่อยเกินไปมันจะยิ่งคลายตัวเร็วนะคะ จากที่ประมาณ 1 - 2 เดือนมันอาจจะไม่ถึง 1 เดือนเลยก็ได้ ดังนั้นหักห้ามใจอย่าสระบ่อยเกินไปน้า สัก 2 วันสระครั้งนึงก็พอเนอะ บทความแนะนำ ที่ชาวซิสต้องไม่พลาด ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ได้รู้เรื่องการ ยืดผมเคราติน หรือสปาเคราตินกันไปพอสมควรแล้วนะคะ ใครอยากจะทำแนะนำว่าให้หาร้านดี ๆ ทำโลดค่า อย่าลืมอ่านรีวิวต่าง ๆ ด้วยเพื่อความชัวร์จะได้สบายใจว่าร้านที่ไปทำมันคุณภาพเป็นยังไง อีกอย่างก็คือสอบถามทางร้านไปด้วยก็ดีนะคะว่าเขาใช้เคราตินของแบรนด์อะไร ถ้าคุณภาพดี ๆ ก็จะเป็นหลักพันขึ้นไปเลย ซึ่งร้านแต่ละร้านก็ใช้เคราตินแตกต่างกันไปแล้วแต่การดีลและความถนัดของช่างด้วยนะคะ ถ้าอยากรู้ดีเทลคุณภาพก็ถามทางร้านแล้วลองเซิร์ชอ่านเพื่อความสบายใจจะดีที่สุดค่า เอาล่ะ~ ให้ความรู้พื้นฐานไปครบแล้วใครสนใจไปทำก็ไปทำกันได้นะคะ ถ้าทำแล้วดีงามอยากบอกต่อก็ฝากมารีวิวที่ ซิสป้ายยา ด้วยนะคะ ส่วนตอนนี้บ๊ายบายจ้า
Designer : namoodong Writer : pumxpurin
ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...