ลุ้นโค้งสุดท้าย "กฎหมายนิรโทษกรรม" ปลดล็อก "ผู้ต้องหาคดีการเมือง"
วันที่ 8 ก.ค.2569 มี 3 เรื่องเร่งด่วน ที่เป็นการพิจารณาร่างกฎหมายสามฉบับ จะถูกบรรจุระเบียบในวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 11 ก.ค. หนึ่งในนั้นคือ ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. หรือร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ให้นิรโทษกรรมคดีชุมนุมทางการเมือง ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือปี 2548-2568 มีรายงานพรรคภูมิใจไทย จะขอที่ประชุมให้เลื่อนจากวาระลำดับ 3 เป็น ลำดับ 1
จากเดิมร่างแรกที่จะถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณา คือ ร่างพ.ร.บ.คนเข้าเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ….และร่างพ.ร.บ.โรงแรม (ฉบับที่…)พ.ศ….ซึ่ง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เตรียมบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาไว้แล้ว ถือเป็นโค้งสุดท้าย ก่อนนำไปสู่การปลดบ่วงพันธนาการผู้ต้องหาคดีการเมือง หลังประชุมวุฒิสภามีมติด้วยเสียงข้างมาก เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ….
ตามขั้นตอนของกฎหมาย วุฒิสภาต้องส่งกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สภาฯพิจารณาว่าเห็นชอบด้วยกับร่างที่ผ่านวุฒิสภามาหรือไม่ หลังมีการแก้ไขถ้อยคำในบางมาตรา รวมทั้งการยกเว้นการนิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หากทุกฝ่ายรับได้ จะมีการผลักดันให้ออกกฎหมายเร็วขึ้น แต่หากมีประเด็นขัดแย้ง อาจต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภา ซึ่งจะทำให้กระบวนการอาจล่าช้าออกไป
มีข้อมูลระบุว่าหากกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้จริง จะมีการนิรโทษกรรมผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับการเมืองหลากหลายกลุ่ม โดยครอบคลุมตั้งแต่ปี 2548 -2565 มากกว่า 3,000 คน ประกอบด้วย
กลุ่มพันธมิตรประชาชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หรือกลุ่มคนเสื้อเหลือง ที่ต้องคดีก่อการร้าย คดีบุกรุก ครอบครองอาวุธ, ยุยงปลุกปั่น, ทำให้เสียทรัพย์ ประมาณ 200 คน
กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง ที่ต้องคดีก่อการร้าย บุกรุก, ครอบครองอาวุธ, วางเพลิงเผาทรัพย์, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ประมาณ 1,150 คน
กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ อั้งยี่ ซ่องโจร และข้อหาอื่น ๆ จากการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ช่วงปี พ.ศ.2556-2557 ที่ต้องคดีประมาณ 221 คน
ม็อบราษฎร-ม็อบทะลุแก๊ส ปี 2564 ที่ถูกดำเนินคดีข้อหายงปลุกปั่น, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.การชุมนุมฯ พ.ร.บ.คอมฯ, ครอบครองอาวุธ วัตถุระเบิด (ประทัดยักษ์), วางเพลิงเผาทรัพย์ ประมาณ 1,683 คน
จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ตอนหนึ่งว่า บทเรียนจากการเสนอนิรโทษกรรม สุดซอยเมื่อปลายปี 2556 ซึ่งขยายผลจากให้เฉพาะประชาชนในคดีทางการเมืองเท่านั้น เพิ่มเป็นคดีทุจริตได้ประโยชน์ด้วยจึงทำให้ประชาชนบางส่วน (กปปส.) โจมตีต่อต้าน แต่การเสนอนิรโทษกรรมครั้งนี้ สิ่งที่เป็นเงื่อนไข ซึ่งประชาชนหรือสังคมรับไม่ได้จะถูกตัดออกหมด เช่น คดี 112 คดีทุจริตและคดีอาญาที่ใช้ความรุนแรง
นิรโทษกรรม สุดซอยที่เป็นปัญหา คือคดีทุจริต ครั้งนี้สังคมจะไม่มีปัญหาแตกแยกแน่นอน คือคดี 112 และสังคมไม่สบายใจ คือการใช้ความรุนแรงในคดีอาญา จะไม่ได้รับการนิรโทษฯ
สำหรับคดีชั้น 14 ซึ่งเป็นคดีพื้นฐานจากการทุจริต รวมถึงคนหลบหนีคดี จะไม่ได้รับอานิสงค์จาก พ.ร.บ.ฉบับนี้ ดังนั้น เมื่อหลักการนิรโทษฯ ไม่เอื้อหรือยกเว้น ให้คดีทุจริต คดี 112 และคดีอาญารุนแรงแล้ว คดีที่พื้นฐานจากคดีเหล่านี้ ย่อมไม่ได้ประโยชน์จากนิรโทษกรรมครั้งนี้เช่นกัน
ขณะนี้ถ้าเป็นคนรุ่นเก่ามีคดีและได้รับโทษทางการเมืองแล้ว นับวันคนเหล่านี้อยู่ในสภาพรอวันพรากจากกัน พวกเขาช่วยเหลือตัวเองก็ลำบาก รอเวลาที่จะไป และคนหนุ่มสาวที่ไม่ได้ติดคดี 112 อีกจำนวนมาก ไม่ควรมาติดบ่วงใด ๆ ทั้งสิ้นในคดีทางการเมืองอีก …เชื่อว่าส่วนใหญ่เห็นในทิศทางเดียวกัน และเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ให้จำคำพูดของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ที่ว่า เราไม่มีเวลาทะเลาะกันอีกแล้ว
ด้าน กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ย้ำว่า จุดยืนพรรคภูมิใจไทย สนับสนุนนิรโทษกรรมคดีการเมือง แต่ยืนหยัดไม่รวมความผิดตามมาตรา 112 ส่วนฝ่ายค้านแสดงท่าทีชัดเจนไม่รับร่างดังกล่าว และขอตั้งกรรมาธิการร่วม
ขณะที่ สุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย บอกว่า หลังสว. ปรับแก้ถ้อยคำในบางมาตรา เช่น ไม่นิรโทษกรรม การกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ต้องฟังวิปรัฐบาลว่า จะพิจารณาอย่างไร เพราะตัวแทนแต่ละพรรค จะนำความคิดเห็นของสมาชิกมาคุยกัน แต่เชื่อว่าเรื่องนี้คงจะได้ข้อสรุป ที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง และสามารถผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกมาได้สำเร็จ เนื่องจากผู้ที่ได้รับประโยชน์ มีทั้งกลุ่มที่ผิดพลาด หลงผิด
เมื่อกฎหมายนี้ออกมา ก็จะเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้กลับมาใช้ชีวิต และสร้างความปรองดองสามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติ ใช้ศักยกาพในการร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประเทศไทย เคยมีการตรากฎหมายนิรโทษกรรมมาแล้ว 23 ฉบับตั้งแต่ พ.ศ.2475 แบ่งเป็นพระราชบัญญัติจำนวน 19 ฉบับ พระราชกำหนด 4 ฉบับ
1.พระราชกำหนดนิรโทษกรรมในคราวเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน พุทธศักราช 2475
2.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในการจัดการให้คณะรัฐมนตรีลาออก เพื่อให้มีการเปิดสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2476
3.พระราชกำหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดฐานกบฏและจลาจล พุทธศักราช 2488
4.พระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดฐานกบถและจราจล พุทธศักราช 2488 พุทธศักราช 2488
5.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น พุทธศักราช 2489
6.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำรัฐประหาร พ.ศ.2490
7.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ที่ได้นำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 กลับมาใช้ พ.ศ.2494
8.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499
9.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 พ.ศ.2500
10.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการปฏิวัติ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2502
11.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2502
12.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการปฏิวัติ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 พ.ศ.2515
13.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเดินขบวน เมื่อวันที่13 ตุลาคม พ.ศ.2516 พ.ศ.2516
14.พระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติ ที่ 36/2515 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2515 พ.ศ.2517
15.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 พ.ศ.2519 เป็นต้น
ต้องรอลุ้นโค้งสุดท้ายว่า ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ….จะผ่านการพิจารณาหรือไม่ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะช่วยกันปลดล็อกพันธนาการชีวิตของผู้ต้องหากลุ่มสีเสื้อต่างๆ ได้อย่างไร
อ่านข่าว
เปิดเหตุผลฝ่ายหนุน-ค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีรุกป่า
"ณัฐพงษ์" จี้ พท.แจงคว่ำนิรโทษกรรมประชาชน ซัดเหตุผลฟังไม่ขึ้น