โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำงานเก่งแต่เงียบก็ไม่ได้! “อนุทิน” เตือน รมต.เร่งโชว์ผลงาน ย้ำเดินหน้าสอบโกงสอบท้องถิ่นเต็มที่ ปัดเอี่ยวคนแอบอ้างเป็นทีมงานนายกฯ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทำงานเก่งแต่เงียบก็ไม่ได้! “อนุทิน” รับโพลสะท้อนปัญหา เตือนรัฐมนตรีเร่งโชว์ผลงาน-สื่อสารกับประชาชน ก่อนประเมินผลงาน ครม. ย้ำเดินหน้าสอบโกงสอบท้องถิ่นเต็มที่ พร้อมยืนยันเคารพคำวินิจฉัยศาลทุกกรณี และปัดเอี่ยวคนแอบอ้างเป็นทีมงานนายกฯ

วันที่ 6 ก.ค. 2569 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล คะแนนของตัวนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยลดลง ว่าโพลเหมือนกระจกส่องตัวเองเราต้องฟังเราเคยป๊อปปูลาร์แล้วคะแนนน้อยลงแสดงว่าต้องมีปัญหาก็ต้องแก้ไข เพราะตนสนใจโพลมาตลอด ตนก็มาจากโพล 2% ตอนนี้เหลือ 21% ก็อย่าให้ลงกลับไปที่ 2% ต้องเร่งทำให้กลับไปที่เดิม ที่เคยอยู่ 26% หายไป 5% ก็ต้องไปแก้ไข ส่วนที่หายไปเป็นจุดไหนนั้น คงหลายเรื่องบางทีเราสื่อสารไม่ชัดเจนไม่เต็มที่ ส่วนที่ดีดันไม่สื่อสาร วันนี้ก็คอมเพลนไปหลายคน เพราะวันนี้จีดีพีก็โต เงินลงทุนต่างชาติก็เพิ่มมากขึ้น ตลาดหุ้นก็เสถียรขึ้นมาอยู่เหนือ 1,600 จุด เรื่องการจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศก็สูงขึ้น การเข้าสู่ OECD หลายประเทศก็ยืนยันสนับสนุนจากแทบทุกประเทศที่ได้พบ ทุกคนต่างเชื่อมั่นประเทศไทยตอนนี้เรื่องที่เป็นภาระเรื่องที่ดึงให้เราถอยหลังก็พยายามสลัดมันให้ออกโดยกำจัดสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้

เมื่อถามว่าจะปรับกลยุทธ์สื่อสารกับประชาชนอย่างไร นายอนุทิน ตอบว่าต้องถือว่ายังสื่อสารไม่ดีก็ต้องยอมรับ ต้องพยายาม วันนี้ตนก็เชิญรัฐมนตรีมาประชุมแทบทุกคน ถ้ายังเป็นรัฐมนตรีโลกลืมนายกฯก็จะลืมบ้าง ถ้านายกฯลืมก็ไม่จำเป็นต้องมีเขาในคณะรัฐมนตรี แต่คณะรัฐมนตรีชุดนี้เพิ่งทำงานมา 2 เดือน การตัดสินใจหรือทำอะไรขึ้นมาเราต้องอธิบายเขาให้ได้ครบ สมมุติตนจะปรับคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่ผลัดกันเป็นสมบัติผลัดกันชม ตนต้องอธิบายเขาได้ว่าทำไมถึงไม่ควรอยู่ เมื่อถามว่าได้เตือนรัฐมนตรีที่โลกลืมไปแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เริ่มเตือนตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ก็จะเตือนอีกเพราะวันนี้มีเรื่องของโพลเข้ามา ตนสนใจทุกโพล ถ้าเขาไม่สนใจไม่ติดตามเราเขาก็จะให้คะแนนเราไม่ได้ ก็เป็นสิ่งที่ตนต้องไปพูด เพราะการสื่อสารของตนไม่ใช่แค่กับประชาชนแต่ต้องสื่อสารกับทีมของตนว่ามันชักจะไม่ใช่ มันเป็นแบบนี้ตนก็ต้องบอก ขณะที่พรรคร่วมหัวหน้าพรรคร่วมก็ต้องรับผิดชอบในส่วนของเรา อย่างภูมิใจไทยมีรัฐมนตรี 27 คน ถ้าคนหนึ่งหมั่นสื่อสารก็ได้ 27 ข่าวแล้ว บางทีทำไมรัฐมนตรีไม่มีข่าวสื่อสารออกไปแต่มาสื่อสารกับตนอย่างเดียว ทุกคนทำงานหมดแต่ไม่สื่อสารออกไปเราก็ต้องให้เขาปรับปรุงตัวตรงนี้

เมื่อถามว่าจะใช้เวลาประเมินคณะรัฐมนตรีชุดนี้เท่าไหร่ นายอนุทิน ตอบว่า “ไม่นานหรอกครับ ก็มีหลักปฏิบัติอยู่ทั่วไปเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น อย่างที่ตนเรียนตั้งใจทำงานแต่ไม่ขยายความไม่สื่อสาร ผมยืนยันว่ารัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทุกคนไม่มีใครอยู่เฉยแต่ต้องสื่อสารด้วย ต้องเป็นหลวงรอบรู้ ไม่ใช่ว่าทำงานเก่งแต่ไม่พูดไม่จาทำคนเดียวอย่างนี้ก็ไม่ได้” เมื่อถามว่านายอนุทินรู้สึกเหมือนพูดอยู่คนเดียวในทุกๆเรื่องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ผู้สื่อข่าวก็ไปถามรัฐมนตรีคนอื่นบางมัวถามแต่ผม ผมก็เกรงใจพวกเราเหมือนพี่น้องกัน บางทีผมเดินหนีผู้สื่อข่าวไม่บอก ขึ้นรถไปตนก็นั่งปาดน้ำตาว่าวันนี้เราไม่ค่อยไนท์กับน้องๆเลยก็ไม่อยากเป็นอย่างนั้น แต่ก็ต้องดูว่างานอะไรหากเป็นเศรษฐกิจก็ถามรมว.คลัง รมว.พาณิชย์ อย่างที่บอกพวกนั้นก็ไม่เคยไปกินลาบกับผู้สื่อข่าวมีแต่ผมไปกิน เดี๋ยวต้องให้เขาสร้างความคุ้นเคย” เมื่อถามว่าในส่วนของประธานคณะกรรมาธิการของพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้ก็เหมือนทำงานกันคึกคักขึ้น จะมีโอกาสที่คนเหล่านี้ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าพรรคการเมืองยิ่งใหญ่ก็ต้องยิ่งให้สมาชิก ได้แสดงฝีมือและผลงาน เมื่อถามว่ายึดหลักอะไรหากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า ผลงานความสามารถความทุ่มเท เมื่อถามย้ำว่ามีรัฐมนตรีที่เข้าข่ายต้องถูกเตือนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะให้ตนพูดตรงนี้ได้อย่างไร ตนเตือนก็เข้าของเย็นของตน

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติวินิจฉัยคำร้องที่สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคำร้องกรณีที่รัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกพ.ร.ก.กู้เงินวงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ มีความกังวลหรือไม่ ว่าเราได้ชี้แจงทั้งเอกสารหลักฐานประกอบไปแล้ว ซึ่งเป็นการให้คําชี้แจงในฐานะรัฐบาล ก็ต้องสุดแล้วแต่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร เราก็ต้องยอมรับ มันเป็นสิ่งที่เราต้องปฏิบัติตาม เมื่อถามว่ามีการเตรียมแผนสำรองหรือไม่หากผลออกมาเป็นลบ นายอนุทิน กล่าวว่า เราคาดหวังว่าคำอธิบายและคำชี้แจงของเราน่าจะทําให้ศาลวินิจฉัยได้วินิจฉัยในสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งเมื่อวินิจฉัยออกมาอย่างไรเราก็ต้องดูว่ามีข้อชี้แนะหรือคำสั่งใดๆ เราก็ต้องทำตามหมดไม่ว่าออกมาในรูปแบบไหนเพราะเราต้องเคารพคำสั่งของศาลไม่ว่าศาลใดก็ตาม เมื่อถามว่า จากข้อมูลที่ชี้แจงไปมั่นใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าเราปฏิบัติตามนโยบายตามหน้าที่และชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงประกอบ เรื่องมั่นใจมันไม่มีใครมั่นใจหรอก เพราะเราไม่ใช่เป็นคนตัดสิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลแอบอ้างเป็นคณะทำงานนายกฯ ไปทำร้ายสื่อมวลชน ได้รับทราบข่าวหรือไม่ ว่า มีคนมากระซิบแต่ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะมันไม่มีจริง เขาเคยเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และเคยมาตามตนตั้งนานแล้ว แต่สุดท้ายตนไม่ได้ให้เขามีส่วนร่วมอะไร เพราะเราทราบถึงสไตล์การทำงานคิดว่าคงทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ เราจึงไม่ให้เขามีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 แล้ว ยืนยันว่า ไม่สนิทสนม ชื่ออะไรยังจำไม่ได้ ผู้สื่อข่าวถามถึงชื่อนายชณทัต นายอนุทิน จึงย้ำว่า ไม่สนิท รู้จักกันตามงาน มายกมือไหว้ เราก็รับไหว้ ถามว่าสบายดีไหมก็เท่านั้นเอง เมื่อถามว่า กลัวหรือไม่ว่าเขาจะไปแอบอ้างว่าเป็นคณะทำงาน นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเขาไปแอบอ้างก่อให้เกิดความเสียหาย ก็มีกฎหมาย คนที่ได้รับความเสียหายก็ต้องดำเนินคดี

นายอนุทิน กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น ว่า มีการตั้งคณะกรรมการในแต่ละระดับชั้น ในส่วนของสำนักนายกฯมีการแต่งตั้ง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯเป็นประธาน ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวง มารายงานว่าบ่ายวันเดียวกันนี้ (6 ก.ค.) มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องซึ่ง รวมถึงกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก็ได้มารายงานว่าเขาทำอะไรไปแล้วบ้าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มันตลกดีความผิดต้องแยกย่อย แต่ละความผิดก็มีแต่ละหน่วยงานของราชการไปดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป ทุกหน่วยงานทำตามขอบเขตอำนาจคู่ขนานกันไป สุดท้ายข้อมูลทั้งหลายก็ต้องมาบรรจบ ที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ทำให้มีข้อมูลที่แน่นขึ้นและทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่า ไม่มีการวิ่งเต้นหรือช่วยเหลือ ซูเอี๋ยกันอย่างแน่นอน เมื่อถามว่า แต่ละหน่วยงานที่มีการรายงานมาพบผู้กระทำความผิดมีรายชื่อซ้ำกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ตีตราลับมาก ฉะนั้นตนก็ต้องรักษาความลับ เพียงแต่บอกได้ว่าตั้งคณะกรรมการตามลำดับชั้น ให้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด และรวดเร็วและต้องมีความโปร่งใสเมื่อถามย้ำว่า ของกระทรวงมหาดไทยมีผู้ที่กระทำความผิดกี่คน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็บอกไปแล้วว่าตีตราลับมาก

นายอนุทิน กล่าวว่า ชุดของนายปกรณ์ไม่สามารถดำเนินคดีเองได้ เพราะไม่ใช่เจ้าพนักงาน แต่ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนสำนักนายกฯ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อุกอาจ เหิมเกริม และเป็นที่สนใจของสังคม ฉะนั้นต้องมีคนคอยกำกับดูแลด้านบน ซึ่งคณะกรรมการจะเป็นหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เมื่อถามถึงจะต้องให้ผู้ที่ถูกสอบวินัยร้ายแรงออกจากราชการไว้ก่อนเหมือนกรณีอื่นๆใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันต้องมีขั้นตอนขณะนี้เราเริ่มแล้ว บางคนก็มีการเรียกมาให้มาช่วยราชการเพื่อขาดจากตำแหน่งเดิม ซึ่งต้องยึดตามหลักกฎหมาย ด้วยหลักฐานที่มีอยู่ ตรงไหนที่มีความชัดเจนก็ดำเนินการอย่างเด็ดขาดได้ ตรงไหนที่จะต้องใช้การสืบสวนสอบ สอบพยานหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็จะมีแต่ละช่องแต่ละซอย ที่จะต้องไปดำเนินการ แต่ทุกอย่างกำลังดำเนินการคู่ขนานกันไป ฉะนั้นจะเป็นการขับเคลื่อนในทุกหน่วยงาน โดยธรรมชาติก็มีการแข่งขันกันเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เมื่อถามว่า ผลการสอบสวนในคณะกรรมการของนายปกรณ์ จะนำไปสู่การดำเนินการอย่างไรต่อไป นายอนุทิน กล่าวว่า ผลการสอบ ถ้าพลาดไปโดนใครก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากมองดูก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย มีการจ่ายสินบนและให้ค่าตอบแทนในการดำเนินการต่างๆ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผลคะแนน ซึ่งล้วนแล้วแต่จะต้องนำมาเป็นสารตั้งต้น เราก็ต้องยอมรับกฎหมาย ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นกฎหมู่ ถ้าทำตามอำเภอใจได้ก็จะเกิดอีกปัญหาหนึ่งตามมา ฉะนั้นเราจะต้องทำตามกฎหมายให้มากที่สุด

เมื่อถามว่าวางกรอบระยะเวลาการสอบวินัยร้ายแรงไว้แล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ ในการวางกรอบและให้นโยบาย เมื่อถามว่าการดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงจะเทียบเคียงได้กับคณะสอบสวนชุดนายปกรณ์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าอย่างที่ตนบอกสมมุติว่า ป.ป.ช. ทำได้เร็วกว่าหน่วยงานอื่น หน่วยงานอื่นโดยธรรมชาติก็ต้องแข่งกันทำ สำหรับกรอบเวลาในการสอบสวนนั้น เร่งอยู่แล้ว ในเบื้องต้น คณะกรรมการชุดใหญ่จะมีการสอบสวนใน 30 วัน ส่วนชุดเล็กก็ตามเนื้อหาไม่นาน เพราะเป็นที่สนใจและต้องตอบสังคมให้ได้ ฉะนั้นก็คงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ก็ทำเต็มที่ ซึ่งตนได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี มาให้ความมั่นใจว่า รัฐบาล เราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินการของเขาในทุกรูปแบบโดยไม่ต้องเกรงหน้าอินหน้าพรม หรือหน้าใครที่ไหน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...