โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SMART ชูอิฐมวลเบา “Green Product” รับบิ๊กโปรเจกต์รัฐ-EEC ปักหมุดฟื้นครึ่งปีหลัง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 11.49 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและงานกั้นผนังอาคาร เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2568 ยังคงชะลอตัวและเผชิญกับความท้าทาย คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวดีกว่าครึ่งปีแรก โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนในโครงการภาครัฐ ที่มีแผนเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณผลักดันโครงการสำคัญ อาทิ รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ และโครงการที่เกี่ยวข้องกับ EEC

ประกอบกับ ภาคเอกชนบางส่วนเริ่มกลับมาลงทุน โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง (High-Net-Worth Individuals) โครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ อาทิ โครงการพัฒนาพื้นที่ค้าปลีก โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ และพื้นที่สำนักงานให้เช่า ในทำเลย่านธุรกิจและย่านท่องเที่ยว ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง กำลังซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการพยุงตลาด โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในทำเลทองและพื้นที่ EEC ที่มีแนวโน้มเติบโต

แม้ตลาดอสังหาฯโดยรวมจะชะลอตัว SMART ยังคงเห็นโอกาสจากงานโครงการก่อสร้างในโครงการ EEC (โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) งานโครงการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน ที่ยังคงมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง บริษัทวางแผนปรับตัวและดำเนินกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร ในช่วงครึ่งปีหลัง 2568

โดยให้ความสำคัญกับหลัก ESG (Environmental, Social, Governance) และการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์รักษ์โลก “Green Products” อิฐมวลเบาโลวคาร์บอน ที่ตอบโจทย์ ด้านดีไซน์ประหยัดพลังงาน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ พร้อมกับการ บริหารจัดการต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลงทุนในระบบสายการผลิตอัตโนมัติและระบบ ERP ครอบคลุมตั้งแต่การจัดซื้อ การผลิต ไปจนถึงการจัดส่งสินค้า เพิ่มความแม่นยำและลดต้นทุนต่อหน่วย เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร คาดเห็นผลชัดเจนในไตรมาส 4/2568

บริษัทยังเร่งขยายช่องทางการจำหน่าย โดยเพิ่มตัวแทนจำหน่าย ดีลเลอร์ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และช่องทางโมเดิร์นเทรด ไทวัสดุ ดูโฮม โกลบอลเฮ้าส์ ให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึง มุ่งเน้นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์อย่างเข้มข้น ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้แก่ Facebook, Instagram, TikTok เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง

อีกทั้ง เดินหน้าเชิงรุกให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน Green Product และคุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบาแก่กลุ่มลูกค้างานภาครัฐ งานนิคมอุตสาหกรรม และโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ แนวสูง ในพื้นที่ภาคตะวันออก กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งมีความต้องการวัสดุก่อสร้างมาตรฐานสูง เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมกับการรักษาฐานลูกค้าเดิมอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนปริมาณงานภาครัฐอยู่ที่ 20 % และงานภาคเอกชน 80 %

“เรายังคงเดินหน้าด้วยความรอบคอบและไม่ประมาท แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอก มั่นใจว่ากลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและแผนงานที่ชัดเจน จะสามารถสร้างการเติบโต" นายรังสี กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...