โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาโอ” เตือนกลุ่มส่งออก “อาหารสัตว์เลี้ยง” เสี่ยงหนัก ภาษีสหรัฐ 36% ฉุดกำไรปี 69

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ภายหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าสหรัฐฯจาก 14 ประเทศที่เกินดุลการค้า โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นั้น ขณะที่ประเทศไทยถูจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 36% ซึ่งสูงกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเวียดนาม ,มาเลเซีย ทำให้เกิดความกังวลในตลาดทุนไทยเกี่ยวกับผลกระทบต่อกลุ่มหุ้นส่งออก

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) หรือ DAOL ประเมินว่า ผลกระทบในครั้งนี้อาจกดดัน กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มส่งออก ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะบริษัทที่มีรายได้จากสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง และมีความอ่อนไหวต่อโครงสร้างต้นทุนและราคาแข่งขันในตลาด

โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันจันทร์ (7 ก.ค.) ว่า ประเทศต่าง ๆ อย่างน้อย 14 ประเทศจะถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. โดยจะมีบางประเทศถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น สำหรับประเทศไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 36% ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับที่ ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 2 เม.ย.

นอกจากนี้ในจดหมายระบุว่าสินค้าจากญี่ปุ่นเกาหลีใต้ มาเลเซีย คาซัคสถาน และตูนิเซีย ที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ จะต้องถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 25%, แอฟริกาใต้และบอสเนียจะถูกเก็บภาษีนำเข้า 30%,อินโดนีเซียจะถูกเรียกเก็บภาษี 32%, บังกลาเทศและเซอร์เบียจะถูกเก็บภาษี 35%, กัมพูชาจะถูกเรียกเก็บภาษี 36%, และลาวและเมียนมาจะถูกเก็บภาษี40% อย่างไรก็ตามเนื้อหาในจดหมายมีระบุเพิ่มเติมว่าสหรัฐอาจจะพิจารณาปรับระดับภาษีใหม่ โดยขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์แต่ละประเทศ

ทั้งนี้ DAOL มีมุมมองเป็นลบต่อกลุ่มส่งออก โดยสะท้อนว่าผลการเจรจาก่อนหน้านี้อาจยังไม่เป็นที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามมองว่าการเลื่อนวัน effective เป็นวันที่ 1 ส.ค.68 ยังเปิด room ในการเจรจาอยู่ขณะที่ล่าสุดรัฐบาลไทยมีการส่งข้อเสนอที่แก้ไขกลับไปใหม่ในวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ยังต้องติดตามความคืบหน้าผลการเจรจาและข้อเสนอหลังจากนี้

ทั้งนี้ยังมองว่ากลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) ยังมีความเสี่ยงมากสุด เนื่องจากมีรายได้สหรัฐสูงถึง 50-60%

-กลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง (Neutral): ประเมิน sensitivity กรณีอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐอยู่ที่ 36% และยอดขายจากสหรัฐลดลง -36% ใกล้เคียงกับตัวเลขอัตราภาษีที่คาดว่าจะถูกเรียกเก็บ ประเมินจะกระทบกำไรปกติปี 2569 ของบริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI ลดลง 20% และบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือITC ลดลง 15% นอกจากนี้แม้ว่าระยะสั้นการ switch ไปสั่งซื้อประเทศอื่นยังทำได้ไม่เร็ว แต่มองว่ายังต้องติดตามความเสี่ยงดังกล่าวในระยะถัดไป โดยเฉพาะเวียดนาม ที่ปัจจุบันมีอัตราภาษีต่ำกว่าไทยที่ 20% (สหรัฐมีสัดส่วนการนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงจากไทยและเวียดนามที่ 34% และ 4% ตามลำดับ)

-บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU แนะนำถือราคาเป้า 10.50 บาท มีสัดส่วนรายได้ส่งออกไปสหรัฐ 40% ขณะที่หากอิงอัตราภาษีนำเข้าก่อนการประกาศมาตรการในเดือน เม.ย.2568 เดิมสหรัฐมีการเก็บภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ทูน่ากระป๋องจากไทยราว 9-10% ประเมิน sensitivity กรณีอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐอยู่ที่ 36% จะกระทบกำไร TU ปี 2569 ราว -10%

-กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว:บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ PLUS แนะถือราคาเป้า 3.50 บาท มีสัดส่วนรายได้จากสหรัฐ 44% ประเมินยอดขายสหรัฐที่ลดลง 36% จะกระทบกำไรปกติของบริษัท 6-10% ขณะที่บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO แนะนำซื้อราคาเป้า 11.50 บาท มีสัดส่วนรายได้จากสหรัฐ 24% ประเมินยอดขายสหรัฐที่ลดลง 36% จะกระทบกำไรปกติของบริษัท 4% อย่างไรก็ตามมองว่าความต้องการผลิตภัณฑ์มะพร้าวไทยในตลาดโลกที่สูง และบริษัทมีปรับขึ้นราคาไปแล้วก่อนหน้านี้ ทำให้มองผลกระทบจำกัดต่อคำสั่งซื้อของลูกค้าที่ลดลง

-นิคมอุตสาหกรรม (บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA, บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรื AMATA) จากอัตราภาษีของไทยที่ส่งออกไปสหรัฐสูงกว่าคู่แข่งในภูมิภาค โดยเฉพาะเวียดนาม 20% มาเลเซีย 25% จะมีนัยยะต่อต้นทุนการผลิตในไทยและส่งออกไปสหรัฐสูงกว่าคู่แข่ง ซึ่งจะทำให้มีผลต่อการเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในไทยลดลงกระทบกลุ่มนิคมฯ

-บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือNER แนะนำถือราคาเป้า 5.00 บาท แม้ปัจจุบันไม่มีสัดส่วนรายได้ส่งออกไปสหรัฐโดยตรง แต่มองว่าบริษัทมีโอกาสได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการที่ลูกค้าของบริษัทมีการส่งออกล้อยางไปสหรัฐ เบื้องต้นประเมินสำหรับยอดขายรวมของ NER ที่ลดลงทุกๆ 5% จะกระทบกำไรปี 2569 ราว 6%

-บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE แนะนำถือราคาเป้าหมาย 33.50 บาท มีสัดส่วนรายได้จากสหรัฐที่ 5%มองว่ากระทบจำกัด โดยหากปี 2569 ไม่มีรายได้จากสหรัฐจะกระทบกำไรลดลง 5%

-บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG แนะนำซื้อราคาเป้า 3.40 บาท แนวโน้มกระทบไม่มาก โดยโรงงาน Aeroflex ที่สหรัฐมีการนำเข้าวัตถุดิบจากไทย จะกระทบต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น แต่บริษัทมีแผนปรับราคาขายขึ้นจากเดิม 5-10% ชดเชยต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบจากไทยตาม tariff ที่จะเพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจุบันคู่แข่งมีการขึ้นราคาไปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...