โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เดือดจัด! 'แม่ค้า-คนซื้อ' เปิดศึกขว้างปา'ทุเรียน'ใส่กัน

แนวหน้า

เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 16.30 น. จากกรณีมีผู้ใช้เฟชบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปหลังจากที่ตนเองได้ซื้อทุเรียนไปรับประทานแต่กลับกินไม่ได้ จึงนำมาเปลี่ยนแต่แม่ค้าทุเรียนไม่ยอมให้เปลี่ยนจึงเกิดการทะเลาะขว้างปาทุเรียนใส่กันอย่างดุเดือด โดยเจ้าของคลิปได้โพสต์ข้อความว่า “เมื่อวานผมซื้อทุเรียน แกะออกใส่จานไว้เปลือกก็เอาไปทิ้งแล้ว วันนี้จะเอามากินมันขมเป็นราก็เลยถือมาเปลี่ยน สรุปแม่ค้าอ้างต้องเอาเปลือกมาคืนด้วยแต่ถ้ากินไปแล้วท้องเสียจะออกค่ายาให้ ไม่ให้เปลี่ยนต้องซื้อลูกนึงจะแถม เราบอกทำไมต้องซื้อ เห็นแก่ได้จัง แล้วก็ปัดจานทุเรียนเราทิ้งด่าเราเอาทุเรียนปาใส่เราก่อน“

หลังจากคลิปดังกล่าวโพสต์ออกไปในโลกโซเชียลก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากมายเกี่ยวกับเรื่องของการซื้อทุเรียนร้านดังกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านขายทุเรียนดังกล่าว ตั้งอยู่หน้าทางเข้าศาลเจ้าพ่อปู่ดำ (ตลาดท่ามะเขือ) อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร โดยเป็นร้านของ “เจ้หมวย” อายุ 71 ปี เจ้าของร้านทุเรียนและเป็นเจ้าของสวนทุเรียน โดยได้มาเช่าที่ขายทุเรียนหน้าร้านขายของชำ ซึ่งก็มีลูกค้ามาซื้อทุเรียนกันอย่างต่อเนื่อง

โดยเจ้หมวย บอกว่า ตนปลูกทุเรียนเองและนำมาขายเองด้วย ซึ่งเป็นทุเรียนหมอนทอง ขายในกิโลกรัมละ 120 บาท เฉลี่ย 1 ลูกประมาณ 5-6 กิโลกรัม โดยลูกค้าที่มาซื้อก็จะเลือกตามความเหมาะสมและระยะเวลาในการกิน ตนก็ใช้ไม้เคาะให้จะเอาลุกไหนก็ใช้มีดเปิดเนื้อให้ดู ลูกค้าพอใจก็จ่ายเงินไปไม่เคยมีปัญหา เหตุที่มีคนมาซื้อเยอะเพราะตนขายในราคาถูกกว่าร้านอื่นเพราะเป็นคนปลูกเอง

ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในคลิป เมื่อวานตอนเย็น (11 มิ.ย.68) มีลูกค้า 2 คน เป็นชาว LGBTQ มาซื้อทุเรียนของตนไป จำนวน 1 ลูก ชั่งน้ำหนักได้ประมาณ 5 กิโลกรัมกว่าๆ จริงๆราคาเกือบ 600 บาท แต่ตนลดให้เอาแค่ 500 บาท เท่านั้น ก็ขายปกติไม่มีปัญหา พอมาวันนี้ (12 มิ.ย.68) ประมาณ 11.00 น. ทั้งคู่กลับมาที่ร้านของตนและนำทุเรียนที่กินแล้วเหลือใส่จานมาขอเปลี่ยนคืน บอกว่ากินไม่ได้มีราขึ้น

ตนจึงบอกว่าถ้าจะเปลี่ยนคืนเพราะกินไม่ได้ทำไมไม่เอามาเป็นลูก เอามาไม่กี่ชิ้นแบบนี้เหมือนเป็นของที่กินแล้วเหลือไม่สามารถเปลี่ยนได้ หลังตนบอกไปก็เกิดความไม่พอใจคว่ำจานทุเรียนใส่หน้าร้านตนเอง ตนจึงหยิบทุเรียนขว้างใส่อีกฝั่งทันทีเพื่อไล่ให้ออกไปจากร้าน ตนยืนยันว่าถ้าลูกค้าซื้อไปและกินไม่ได้ก็จะรับคืนทุกกรณีแต่ถ้าเอามาขว้างใส่ร้านตัวเองแบบนี้ยังไงก็ไม่ได้ ตนไม่ได้เป็นฝ่ายที่ขว้างทุเรียนใส่ก่อน ซึ่งตนมองว่าเนื้อทุเรียนมันเหลืองแล้วไม่ใช่เชื้อรา ส่วนที่อ้างว่ามีคนเคยซื้อไปแล้วเอามาเปลี่ยนตนยืนยันว่ายังไม่เคยมีใครเอามาเปลี่ยนเป็นแค่คำอ้างเท่านั้น ตนไม่ได้ถ่ายคลิปตอนที่อีกฝั่งคว่ำจานทุเรียนใส่เพราะความโมโห สังคมก็เลยมองว่าตนเองเป็นคนขว้างทุเรียนใส่ก่อน ซึ่งแค่กินไม่ได้ก็น่าจะเอามาคืนไม่ใช่กินแล้วเหลือมาบอกขอคืนคนแบบนี้ใช้ไม่ได้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับคนชื้อทุเรียน 2 พี่น้อง คือ นายอนุพัฒน์ อายุ 40 ปี และ นายธนากร อายุ 48 ปี ได้นำรูปทุเรียนที่ซื้อมาจากร้านดังกล่าวเมื่อช่วงเย็นวานที่ผ่านมา และปลอกเปลือกใส่จานให้ผู้สื่อข่าวดูว่าเป็นเชื้อรากินไม่ได้จึงนำมาขอคืนในวันนี้และเป็นเรื่องราวขว้างปาทุเรียนในคลิป

โดยบอกว่าได้ซื้อทุเรียนมาจากร้านดังกล่าวในช่วง 17.30 น.วันที่ 11 มิ.ย.68 จำนวน 1 ลูก น้ำหนัก 5 กิโลกรัมกว่าๆ ในราคา 500 บาท จากราคา 600 บาท เมื่อมาถึงบ้านก็ได้ปลอกเปลือกและกินไป 1 พูเล็ก พร้อมทั้งนำใส่จานเเช่เย็นไว้จะกินในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เพราะถ้ากินตอนเย็นเลยอาจจะทำให้ร้อนในได้ พอถึงช่วงเช้าก็ได้นำออกมากินปรากฏว่าทุเรียนมีรสชาติขม ขึ้นราสีดำไม่สามารถกินได้แล้ว จึงนำมาขอเปลี่ยนคืนกับแม่ค้าแต่กลับถูกปัดมือคว่ำจานทุเรียนใส่ จึงเกิดการโต้เถียงกันและขว้างปาทุเรียนใส่กันตามคลิป

ซึ่งมาถึงร้านก็ยังบอกเลยว่าอย่าพึ่งเข้าไปรอให้ลูกค้าบางตาก่อนเพราะกลัวเค้าจะเสียชื่อร้าน เมื่อเข้าไปบอกว่าทุเรียนขึ้นรากินไม่ได้กลับถูกปฏิเสธ พร้อมพูดกลับมาว่าถ้ากินแล้วท้องเสียไปหาหมอเดี๋ยวออกค่ายาให้ พร้อมทั้งบอกกลับมาอีกว่าถ้าจะเปลี่ยนก็ให้ซื้ออีกหนึ่งลูกจะแถมให้ ตนรู้สึกตกใจว่าทำไมแม่ค้าทุเรียนหัวหมอกับเรา ซึ่งก็ได้โต้เถียงก่อนที่จะขวางทุเรียนใส่กัน ซึ่งเจ้าของร้านค้าที่ให้แม่ค้าทุเรียนไปขายยังพูดเลยว่าเหมือนทุเรียนจะกินไม่ได้แต่กลับถูกแม่ค้าทุเรียนพูดกลับมาว่าอย่ามายุ่งไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ซึ่งตนไม่ได้ขว้างทุเรียนใส่แม่ค้าก่อนแต่ถูกตัดจานทุเรียนให้คว่ำก่อน แถมยังจะโดนไม้เคาะทุเรียนตีกลับอีก ซึ่งที่ผ่านมามีเพื่อนเคยเอาทุเรียนมาเปลี่ยนแค่ถ่ายรูปยังเปลี่ยนได้เลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...