โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลท. เดินเกมรุกครึ่งหลัง! ไม่หวั่นภาษีสหรัฐ ชูแผน JUMP+ สร้างความเชื่อมั่น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 04.19 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยภายในกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2568 “รู้ทันโลกการเงิน ทลายหนี้สู่ความยั่งยืน” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจว่า ภาวะตลาดการเงินโลก รวมถึงตลาดทุนไทยในขณะนี้ ยังคงเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนหลายด้าน โดยเฉพาะมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเรียกเก็บจากสินค้าไทยในอัตราสูงถึง 36% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ถูกประเมินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าจะขยายตัวเพียง 2.3% แต่ตลท.มองว่าตลาดทุนไทยยังมีความน่าสนใจในเชิงพื้นฐาน โดยบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ยังมีค่า P/E ในระดับต่ำ และ Dividend Yield อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาค สะท้อนความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) ที่จำกัด และยังสามารถเป็นแหล่งลงทุนที่มีศักยภาพในระยะยาว

ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะกองทุน อยากเห็นความชัดเจนว่าธุรกิจไทยจะเติบโตได้อย่างไรในอนาคต แม้เศรษฐกิจโตช้า แต่ไม่ใช่ภาวะถดถอย หากบริษัทจดทะเบียนสามารถแสดงศักยภาพการเติบโตที่สูงกว่า GDP ได้ ก็จะช่วยดึงดูดความเชื่อมั่นมากขึ้น

อีกทั้งเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงเดินหน้าโครงการ “JUMP+” เพื่อสนับสนุนให้ บจ. วางแผนการเติบโตระยะ 3 ปีอย่างเป็นรูปธรรม และสื่อสารแผนดังกล่าวอย่างชัดเจนต่อผู้ลงทุน โดยเน้นดึงศักยภาพธุรกิจที่เติบโตได้ดี อาทิ กลุ่ม Health care และธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยในระยะนี้

ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังอยู่ระหว่างหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อพิจารณาปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการเข้าถึงของนักลงทุนรายย่อย และสร้างความคล่องตัวให้แก่บริษัทที่ต้องการเข้าจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) เพื่อเพิ่มความหลากหลายและความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย

สำหรับแผนรับมือภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ตลท.ได้ดำเนินการหลายด้านเพื่อช่วยลดภาระต้นทุนให้แก่ บจ. โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม (ESG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต้นทุนทางอ้อมผ่านมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป โดยตลท.จะมีบทบาทเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง และจัดเตรียมข้อมูลเพื่อสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนรายย่อยให้สามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“แม้เศรษฐกิจโดยรวมของไทยจะโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน แต่ตลาดทุนไทยยังมีจุดแข็งสำคัญ และจะเป็นกลไกหลักในการระดมทุนและสนับสนุนการเติบโตของภาคเอกชนต่อไปในระยะยาว” นายอัสสเดชกล่าว

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเร่งเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และทันต่อสถานการณ์ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินผลกระทบจากภาษีที่อาจเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างรอบด้าน และใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...