เปิดวิสัยทัศน์ "นพ.ทศพร เสรีรักษ์" แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 พรรคโอกาสใหม่
นพ.ทศพร เสรีรักษ์ หรือที่คนทั่วไปเรียกขานว่า "หมอทศ" หนึ่งในนักการเมืองรุ่นใหญ่ผู้ยึดมั่นหลักสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม เกิดเมื่อวันที่ 8 มี.ค.2498 ที่ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เป็นบุตรนายอุทัยและนางทัศนีย์ เสรีรักษ์ เติบโตมาในครอบครัวที่เน้นการศึกษาและการช่วยเหลือสังคม ซึ่งกลายเป็นแรงผลักดันให้ ด.ช.ทศพร เลือกเส้นทางสายแพทย์
นพ.ทศพร สมรสกับนางปานหทัย เสรีรักษ์ ซึ่งเป็นบุตรสาวของ ดร.เมธา เอื้ออภิญญกุล หรือ "พ่อเลี้ยงเมธา" นักธุรกิจยาสูบรายใหญ่ และ อดีต สส.แพร่ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำพา นพ.ทศพร เข้าสู่วงการการเมืองในพื้นที่ภาคเหนือ
ด้านการศึกษา นพ.ทศพร สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทั้งวิทยาศาสตรบัณฑิตและแพทยศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหิดล ต่อด้วยปริญญาโทสาขาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ก่อนเข้าสู่วงการการเมือง หมอทศรับราชการเป็นนายแพทย์สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ด้วยความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ซึ่งกลายเป็นทุนเดิมที่นำมาปรับใช้ในบทบาททางการเมืองต่อมา
เส้นทางการเมืองของ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2539 เขาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.แพร่ สังกัดพรรคชาติไทย และประสบความสำเร็จ จากนั้นในปี พ.ศ.2544 และ 2548 ได้รับเลือกตั้งต่อเนื่องในสังกัดพรรคไทยรักไทย แม้จะเผชิญอุปสรรคในปี พ.ศ.2550 เพราะถูกตัดสิทธิทางการเมืองเนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย
แต่ นพ.ทศพร กลับมาฟื้นฟูบทบาทในปี พ.ศ. 2555 ด้วยการได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ช่วงปี 2555-2556 และยังเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ภาพลักษณ์ของ นพ.ทศพร ในฐานะ "นักการเมืองที่ต่อสู้ร่วมกับภาคประชาชน" นั้นชัดเจนและน่าจดจำ เขามักลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์แก่กลุ่มผู้ชุมนุมนักศึกษาและประชาชนในหลายเหตุการณ์สำคัญ โดยใช้ศิลปะการวาดภาพพอร์ตเทรตเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ สะท้อนความฝันอยากเห็น "คนเท่ากัน" ในสังคมไทย
ต่อมาในปี พ.ศ.2562 เข้าร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติ เมื่อพรรคถูกยุบ จึงย้ายกลับไปสังกัดพรรคเพื่อไทย และมีบทบาทในการดูแลช่วยเหลือผู้ชุมนุมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี พ.ศ.2568 ภายหลังการยุบสภา นพ.ทศพร ตัดสินใจย้ายเข้าสังกัดพรรคโอกาสใหม่ และเลือกไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดแพร่
ในศึกเลือกตั้งปี 2569 พรรคโอกาสใหม่ ได้เปิดตัว นพ.ทศพร เป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยอยู่ในลำดับที่ 2 ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีจำนวนกว่า 14 ล้านคนในปัจจุบันและกำลังขาดความมั่นคง
เสนอนโยบายปรับขึ้นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,000-1,200 บาท/เดือน พร้อมปรับเพิ่มทุก 1-2 ปีให้สอดคล้องกับค่าครองชีพจริง นอกจากนี้ ยังเน้นการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ครบวงจร และการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 ร่วมกับทีมบริหารของพรรค
อ่านข่าวอื่น :
"จตุพร บุรุษพัฒน์" แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 พรรคโอกาสใหม่ลงสนามเลือกตั้ง 2569
"วันมูหะมัดนอร์ มะทา" ผู้อาวุโสทางการเมืองไทยสู่แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 พรรคประชาชาติ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แคนดิเดตนายกฯ พร้อมนำทัพ "ประชาชาติ" สู้ศึกเลือกตั้งใหญ่