โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นโยบาย ‘เพี้ยน’ ขัดรัฐธรรมนูญ ขัดกฎหมายระหว่างประเทศ กับความเงียบงันของ กกต.

ไทยโพสต์

อัพเดต 21 มกราคม 2569 เวลา 17.38 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

21ม.ค. 2569 - รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง นโยบาย “เพี้ยน” กับความเงียบงันของ กกต. มีเนื้อหาดังนี้

การที่การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น สามารถถูกใช้เป็นเวทีเสนอนโยบายระดับนิยายวิทยาศาสตร์ “สุดเพี้ยน” ปะปนกับข้อเสนอที่ขัดรัฐธรรมนูญ ขัดกฎหมายระหว่างประเทศ และอยู่นอกอำนาจรัฐอย่างสิ้นเชิง โดยปราศจากการ “ทักท้วง” ใด ๆ จากองค์กรอิสระผู้กำกับการเลือกตั้งอย่าง กกต. สิ่งนี้ไม่ได้สะท้อน “เสรีภาพทางความคิด” หรือ “เสรีภาพทางการเมือง” หากแต่สะท้อน “ความเสื่อมทราม” ของการบังคับใช้กฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง เพราะเมื่อระบบกฎหมายเปิดช่องให้อำนาจรัฐเข้าไปกำกับเนื้อหาการหาเสียง แต่กลับปล่อยปละละเลยให้ความ “เพ้อเพี้ยน” ดำรงอยู่ได้อย่างไร้การตรวจสอบ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ประชาธิปไตยที่เปิดกว้าง หากแต่คือการเมืองที่ไร้สาระ และการเลือกตั้งที่กำลังถูกลดทอนให้เป็นเพียง “ปาหี่” ที่ไม่มีใครรับผิดชอบต่อความหมายของมัน

การเลือกตั้งที่การเสนอนโยบาย “บ้าบอ” ไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่หลวงในตัวของมันเอง เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งคือผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย แต่ระบบการเมืองไทยที่มีกฎหมายเลือกตั้งที่ให้อำนาจกว้างขวางแก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการควบคุมการหาเสียง ป้องกันการหลอกลวง และรักษาความสุจริตเที่ยงธรรมของกระบวนการการเลือกตั้ง ทั้งอำนาจนี้ก็ถูกใช้มาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการจำกัด “ถ้อยคำ” และ “บทบาท” ในการหาเสียง แม้การกระทำในระดับจุลภาคอย่างขนาดของป้ายหาเสียง การจัดมหรสพ บริจาคเงินให้วัด ก็เคยเอาเรื่องมาแล้ว แต่กลับ “ผ่อนปรน” “เงียบเฉย” เมื่อเผชิญนโยบายมหึมาระดับนิวเคลียร์และกว้างขวางระดับอวกาศ ที่ขัดต่อโครงสร้างกฎหมายและความจริงขั้นพื้นฐานของรัฐ

กกต.มีอำนาจพิจารณาความเป็นไปได้ ว่าการหาเสียงใด ทำให้ประชาชน “เข้าใจผิด” ได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างการปรับโครงสร้างครอบครัวที่เหนือจริง การหาซื้อนิวเคลียร์เป็นสิบลูก การจัดตั้งกองทัพอวกาศ สร้างจรวดวิ่งไปดาวอังคารดาวศุกร์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จัดตั้งสาขาของศูนย์การค้าในต่างดาว ผู้ชายมีเมียได้ดาวละคน ล้วนเป็นการบิดเบือนที่สะท้อนให้เห็น “ตัวตน” ของผู้เสนอ แต่ความไม่รู้ร้อนรู้หนาวของ กกต. สะท้อนตัวตนของ “สถาบัน” ในระดับโครงสร้าง อันเป็นปัญหาคลาสสิกขององค์กรอิสระไทย นั่นคือ การบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ ความไม่สม่ำเสมอ ความไม่อธิบาย และความไม่ต้องรับผิดชอบ

ที่เลวร้ายยิ่งกว่า คือ การปล่อยให้การเมืองกลายเป็นพื้นที่การแสดงของ “ตัวตลก” โดยไม่มีการแยกแยะระหว่างนโยบายสาธารณะกับเรื่องเพ้อเจ้อ ย่อมไม่ใช่การทำให้การเมืองได้ “ผ่อนคลาย” หรือ “เข้าถึงง่าย” แต่กลับทำให้การเมืองหมดความหมาย เมื่อความจริงจังกลายเป็นภาระ และความเพ้อเพี้ยนกลายเป็นเรื่องปลอดภัย ผู้สมัครที่ตั้งใจจริงถูกทำให้ดูโง่ ขณะที่ระบบเลือกตั้งถูกลดระดับให้ต่ำกว่า “ละครลิง” เรียกยอดวิว ผลลัพท์คือการตอกย้ำความเชื่อของประชาชนจำนวนไม่น้อย ที่เริ่มเห็นว่าการเลือกตั้งไม่อาจเป็นเครื่องมือเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในสังคมได้

ความเงียบของ กกต. ในกรณีเช่นนี้ ไม่อาจอธิบายว่าเป็นความเป็นกลาง หรือความอดกลั้นทางประชาธิปไตยได้เลย เพราะความเป็นกลางในระบอบนิติรัฐ หมายถึงการบังคับใช้กติกาอย่างเสมอภาค ไม่ใช่การเลือกนิ่งเฉยเมื่อกติกาถูกท้าทาย หากองค์กรที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องความสุจริตของการเลือกตั้ง และควบคุมความเป็นไปได้ของนโยบาย กลับปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นการแสดงโดยไม่รู้สึกรู้สา อำนาจที่มีไม่ถูกใช้อย่างโปร่งใส มีหลักเกณฑ์และเสมอภาค ปัญหาที่เกิดขึ้นย่อมไม่ใช่เรื่องของผู้สมัครที่ “เพี้ยน” ไม่กี่คน แต่คือการล่มสลายเชิงศีลธรรมของสถาบันกำกับการเลือกตั้งเอง เมื่อผู้เฝ้ากติกายอมปล่อยมือ สิ่งที่พังทลายลงไม่ใช่เพียงมาตรฐานของนโยบาย แต่คือความชอบธรรมของระบอบการเมืองทั้งระบบและความศรัทธาของประชาชนต่อระบอบประชาธิปไตย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...