ปลาซาบะกระป๋อง! อาหารกระป๋องยอดนิยมเพื่อสุขภาพของคนญี่ปุ่น
อาหารที่เรานำมาแนะนำวันนี้คือ “ปลาซาบะกระป๋อง” เมื่อพูดถึงอาหารกระป๋อง คนส่วนใหญ่มักคิดว่ามีคุณค่าสารอาหารน้อยกว่าอาหารสดใหม่ แต่รู้ไหมว่ามีอาหารกระป๋องที่คนญี่ปุ่นให้การยอมรับว่ามีคุณค่าสารอาหารสูงและดีต่อสุขภาพ คือ ปลาซาบะ หรือ ปลาแมคเคอเรลกระป๋อง มารู้คุณค่าสารอาหารของปลาซาบะกระป๋องและวิธีการรับประทานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุดกันค่ะ
คุณค่าสารอาหารในปลาซาบะกระป๋อง
ปลาซาบะกระป๋องอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้คือ
- วิตามินดีและแคลเซียม : ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
- ดีเอชเอ (DHA) : เป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท และช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้
- ดีเอชเอ (DHA) และ อีพีเอ (EPA) : ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีในเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็ง นอกจากนี้ยังมีผลในการลดและควบคุมน้ำหนักเนื่องจาก DHA และ EPA ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องนานและยับยั้งการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือด
- โปรตีนคุณภาพสูง : ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกาย
- วิตามินบี : ช่วยป้องกันและบรรเทาความเหนื่อยล้า
3 วิธีรับประทานให้เกิดผลดีต่อสุขภาพสูงสุด
1. รับประทานให้หมดโดยเร็วหลังจากเปิดกระป๋อง
เนื่องจาก DHA และ EPA เป็นกรดไขมันที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันเมื่อเวลาผ่านไป การรับประทานให้หมดโดยเร็วหลังจากเปิดฝากระป๋องจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. รับประทานส่วนของเหลวในกระป๋องด้วย
สารอาหารจากปลาซาบะละลายอยู่ในของเหลวในกระป๋อง เพื่อรับคุณค่าสารอาหารจากปลาซาบะให้ครบถ้วนจึงควรรับประทานของเหลวในกระป๋องด้วย
3. รับประทานกับผักต่าง ๆ
ปลาซาบะกระป๋องไม่มีวิตามินซี บีต้า แคโรทีน และเส้นใยอาหาร เป็นต้น การรับประทานกับผักที่อุดมไปด้วยสารอาหารดังกล่าว เช่น บรอกโคลี ผักปวยเล้ง สาหร่ายวาคาเมะ และเห็ดต่าง ๆ เป็นต้น จะทำให้ร่างกายได้รับคุณค่าสารอาหารที่ครบถ้วน
ซาบะกระป๋องเป็นอาหารสำเร็จรูปที่คนญี่ปุ่นมักซื้อติดครัวไว้ โดยมีหลายแบบให้เลือก ได้แก่ แบบต้มโดยไม่ใช้น้ำมัน แบบต้มในน้ำมัน และแบบปรุงรสมิโซะ เป็นต้น บ้านเราเองก็หาซื้อได้ง่ายไม่ต่าง ดังนั้นในวันที่ยุ่งหรือต้องการทำเมนูที่ง่ายแต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ให้ลองใช้ปลาซาบะกระป๋องนี้เป็นตัวช่วยดูนะคะ
สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp