โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

EPG กวาดกำไร Q3 แตะ 168 ล้าน หลังยอดขายพุ่ง-ส่วนแบ่งกำไรหนุน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 14 ก.พ. 2568 เวลา 05.15 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ไตรมาส 3 ปีบัญชี 67/68 (ต.ค.-ธ.ค.67) บริษัทมียอดขาย 3,388 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 3,374 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 0.4% และ ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนที่มียอดขาย 3,606 ล้านบาท หรือ ลดลง 6.0% มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 30.7% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 30 - 33% และมีกำไรสุทธิที่ 168 ล้านบาท ลดลง 45.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 23.8% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากบริษัทมีการตั้งสำรองผลขาดทุนทางเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่ 58 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าลดลง 58.8% เนื่องจากยอดขายชะลอตัวและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ทั้งธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น และธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ สำหรับการดำเนินงานตามกลุ่มธุรกิจ มีดังนี้

สำหรับธุรกิจฉนวนกันความร้อนและเย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มียอดขาย 983 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ ลดลง 6.0% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากช่วงปลายปีเป็นเทศกาลที่มีวันหยุดยาว ส่วนยอดขายในสหรัฐอเมริกายังคงเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการสินค้าฉนวนกันความร้อน/เย็น เกรดพรีเมี่ยม และสินค้าเพื่อใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรม Ultra Low Temperature Insulation และ ระบบ Air Ducting system ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าโครงการ ได้แก่ กลุ่ม Semi-Conductor/ Cloud/ และยานยนต์ เป็นต้น อีกทั้งยอดขายในญี่ปุ่นเติบโตดี

ส่วนธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas มียอดขาย 1,709 ล้านบาท ลดลง 0.3 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 11.6% จากไตรมาสก่อน โดยหลังคาครอบกระบะ (Canopy) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อีกทั้งคำสั่งซื้อสินค้าใหม่จากค่ายยานยนต์ญี่ปุ่นซึ่งจะรับรู้รายได้เต็มปีในปีบัญชีนี้ ส่วนธุรกิจในออสเตรเลียมียอดขายปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศชะลอตัวจากไตรมาสก่อนเนื่องจากช่วงปลายปีเป็นเทศกาลที่มีวันหยุดยาว

ด้านธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP มียอดขาย 696 ล้านบาท ลดลง 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 11.2% จากไตรมาสก่อน โดยบริษัทได้รับประโยชน์จากกิจกรรมเฉลิมฉลองช่วงปลายปี 2567 ที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด ได้ใช้จุดเด่นจากมาตรฐานต่าง ๆ เช่น มอก./ GMP/ HACCP/ BRC และ FSC จึงเป็นที่ไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเลือกให้เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีต้นทุนขายสินค้า เพิ่มขึ้น 4.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราที่ช้ากว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขาย บริษัทได้จัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตในหลายประเทศเพื่อให้ต้นทุนเฉลี่ยจากราคาวัตถุดิบมีราคาเหมาะสม สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 6.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมาจากค่าใช้จ่ายในการจัดส่งของแอร์โรเฟลกซ์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารของ บริษัท ทีเจเอ็ม เอเชีย แปซิฟิก จำกัด ในประเทศไทย และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจากธุรกิจในออสเตรเลีย ที่เพิ่มขึ้น

โดยในไตรมาสนี้บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 48 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 68 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 92 ล้านบาท และเป็นขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง 140 ล้านบาท ภาพรวมความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสนี้ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ แต่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย จึงมีผลกระทบรวมที่เป็นบวกเล็กน้อยต่อการดำเนินงานของบริษัท

ขณะที่บริษัทมีการตั้งสำรองผลขาดทุนทางเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ที่ 58 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากรายการลูกหนี้การค้าของบริษัท แอร์โรคลาส จำกัด ซึ่งจำหน่ายวัตถุดิบเพื่อใช้ผลิตสินค้าให้แก่ธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้ ซึ่งได้รับคำสั่งซื้อสำคัญจากค่ายยานยนต์รายใหญ่ในมูลค่าที่เพิ่มขึ้น การแก้ไขปัญหาอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับ Supply chain ทั้งหมด โดยผลการเจรจาคืบหน้าไปด้วยดี เป็นผลให้ในไตรมาสนี้บริษัทร่วมทุนมีเงินสดรับเพิ่มขึ้นและทยอยชำระหนี้ให้ บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด แล้ว คาดว่าในไตรมาสถัดไปจะได้รับชำระหนี้อีกจำนวนหนึ่ง

นอกจากนี้ บริษัทได้รับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ 42 ล้านบาท มาจากผลประกอบการของ ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น และธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ ทั้งในและต่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...