โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ตุ่มแดงคัน ไม่รู้อะไรกัด! ทริคแยกอาการ '7 ผื่นแดง รอยแมลงสัตว์กัดต่อย' และทริครักษาเบื้องต้น (≧◡≦) ♡

SistaCafe

อัพเดต 09 ธ.ค. 2563 เวลา 01.25 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2563 เวลา 03.00 น. • Mollacake

 

สวัสดีค่า สาวๆ SistaCafeที่กำลัง' คันคะเยอ 'ทั้งหลาย!
ก็ว่าใช้ชีวิตตามปกตินะ ไม่ได้ไปเข้าป่าล่าแมลงอะไรเลย อยู่ดีๆ ตื่นมาก็มีตุ่มนูนหรือผื่นแดงมา Say Hi ตามแขนขาซะงั้น ที่สำคัญคันยุบยิบมากจ้า เกาจนผิวจะเป็นแผลเลือดซิบแล้วเนี่ย T^T ใส่แขนสั้นขาสั้นไม่ได้เลย โมโหนัก! อีกไม่กี่วันมีต้องออกงานใส่ชุดโชว์ผิวซะด้วย ถ้ายังมีตุ่มขึ้นหราแบบนี้คงไม่ดีแน่ แต่ปัญหาคือไม่รู้ว่าตัวอะไรกัด จะต้องใช้ยาอะไรรักษาดีล่ะเนี่ย แค่ทาขี้ผึ้งจะหายหรือเปล่า ถ้าทาแล้วไม่หายจะทำยังไงดี? นอยด์มากแม่!!
ต้องยอมรับว่า ตุ่มแดงบนผิวหนังเนี่ย ถ้ามองด้วยตาเปล่า ตัดสินยากมากๆ ว่าแมลงชนิดไหนคือสาเหตุ บางชนิดอย่างยุงกัด เห็บกัดก็หายเองได้ แต่หากเป็นผึ้ง มดคันไฟหรือแมงมุม ก็ต้องไปหาหมอรักษาอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นผิวอาจไม่กลับเป็นเหมือนเดิมอีกเลย… #น่ากลั๊ว!! ในบทความนี้เราจึงจะมาแยกประเภท ' 7 ชนิดผื่นแดง รอยแมลงสัตว์กัดต่อย และวิธีรักษาในเบื้องต้น ' ผิวจะได้กลับมาสวยเนียน ไร้รอยแดงกวนใจอย่างเพอร์เฟกต์นะคะ ( ´ ▽ ` ).。o♡

1. รอยยุงกัด

อาการ :  มีตุ่มนูน พื้นผิวเรียบ มีลักษณะเป็นก้อนเหมือนรังของแมลง มีอาการคันยิบๆ รอยแดง ระคายเคือง
วิธีรักษา : ทาครีมหรือโลชั่นที่ช่วยปลอบประโลมผิว, ครีมแก้อาการคัน หรือยาหม่องชนิดขี้ผึ้งสำหรับรอยแมลงสัตว์กัดต่อย อย่าพยายามเกา เอาเล็บจิกหรือกดลงไปบนตุ่ม นอกจากทำให้ผิวเป็นรอยมากขึ้นแล้ว อาการคันก็ไม่หายไป ยิ่งคันกว่าเดิม
เมื่อไหร่ที่ต้องหาหมอ : โดนยุงกัดเยอะมากๆ จนบางตุ่มบวมแดงอักเสบ อาจต้องกินยาแก้แพ้ ( antihistamine ) ร่วมด้วยในความดูแลของแพทย์ หรือเกามากเกินไปจนผิวติดเชื้อจนเกิดแผลพุพองค่ะ

2. รอยแมงมุมกัด

อาการ : ต้องบอกก่อนว่า มีแมงมุมบางชนิดเท่านั้นที่ฟันยาวพอจะฝังที่ผิวของมนุษย์ได้ นั่นคือแมงมุมแม่ม่ายดำ ( black widow ) และแมงมุมสันโดษสีน้ำตาล ( brown recluse ) โดยเป็นได้ตั้งแต่อาการเล็กๆ ถึงรุนแรง หากโดนแมงมุมแม่ม่ายดำกัด จะเห็นเป็นรอยเขี้ยวเล็กๆ เป็นแผลเปิดสองรูบนผิว ต่อมาจะรู้สึกเจ็บปวดแผ่ซ่านไปรอบๆ แผล, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, เหงื่อออกเยอะผิดปกติ หากเป็นแมงมุมสันโดษสีน้ำตาล รอยตอนแรกจะเป็นแค่จุดแดง แต่เมื่อเวลาผ่านไป จะกลายเป็นหลุมแผลเปิด หรือเป็นฝีนั่นเอง ซึ่งเจ็บมากๆ ถ้าระดับความเจ็บมี 10 คือให้ 9 ไปเลย! ยิ่งฝีใหญ่ขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณนั้นก็จะถูกทำลายไปเรื่อยๆ ซึ่งสามารถเติบโตได้สูงสุดถึง 10 วัน!!
วิธีรักษา : ล้างแผลด้วยสบู่สูตรอ่อนโยนและน้ำสะอาด ประคบด้วยเจลเย็น ( cold pack ) และยาแก้ปวดจำพวกพาราเซตามอลที่มีขายทั่วไปตามร้านขายยา เพื่อลดอาการเจ็บและปวดบวม เสียใจที่ต้องแจ้งให้ทราบว่า กว่าแผลจะหายสนิทใช้เวลานานถึง 2-3 เดือน ใครมีงานต้องใช้ผิวบริเวณที่โดนกัดในเร็วๆ นี้ ต้องยกเลิกอย่างเดียวเท่านั้น เพราะผิวหายไม่ทันแน่นอนค่ะ
เมื่อไหร่ที่ต้องหาหมอ : แม้จะพบได้ยาก แต่บางครั้งรอยแมงมุมกัดทั้งสองชนิดนี้ อาจเกิดอาการที่รุนแรงและอักเสบมากๆ ได้ โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ หากมีคนในบ้านทั้งสองวัยนี้โดนแมงมุมกัด ไม่ควรปล่อยให้แผลหายเอง แต่ควรไปรักษาที่โรงพยาบาลจะดีกว่า

3. รอยมดคันไฟต่อย

อาการ : สามารถเป็นได้หลายรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่ถ้าโดนมดคันไฟกัด มักจะไม่ได้โดนต่อยแค่ตัวเดียว แต่มาทั้งรัง! เพราะเราอาจไปยุ่งกับรังของมันโดยไม่ตั้งใจ รอยแผลที่ได้รับจึงค่อนข้างรุนแรง เพราะมดคันไฟหนึ่งตัวสามารถปล่อยเหล็กไนได้หลายรอบหลังจากโดนต่อยไม่นาน จะเกิดเป็นตุ่มแดงๆ อักเสบขึ้นเป็นแถบ ซึ่งก่อเกิดความเจ็บปวดและแสบร้อนเหมือนผิวโดนไฟไหม้ ( ระดับความเจ็บปวด 8 เต็ม 10 ) และอาจกลายเป็นแผลพุพองเล็กๆ หรือตุ่มหนองได้ในเวลา 24 ชั่วโมงเท่านั้น
วิธีรักษา : แผลเล็กๆ ที่ไม่ได้ติดเชื้อ สามารถทำความสะอาดได้ด้วยสบู่สูตรอ่อนโยนและน้ำสะอาด พยายามอย่าไปแคะ แกะ เกา หรือบีบหนองออกเด็ดขาด อาจทำให้ผิวหนังติดเชื้อรุนแรงได้ สามารถใช้ยา hydrocortisone เฉพาะที่ หรือยาแก้แพ้ชนิดกิน เพื่อบรรเทาอาการคันและปวดแผลได้
เมื่อไหร่ที่ต้องหาหมอ : แม้จะไม่ค่อยพบทั่วไป แต่สำหรับร่างกายบางคน การโดนมดคันไฟกัดอาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้รุนแรงได้ หากโดนกัดแล้วมีอาการคลื่นไส้ หายใจลำบาก หรือแผลบวมผิดปกติ ให้รีบหาหมอโดยด่วน!

4. รอยเห็บกัด

อาการ : เห็บถือเป็นสัตว์ที่ป้องกันได้ยากที่สุด เพราะขนาดตัวเล็กมากจนแทบจะมองไม่เห็น แม้เกาะอยู่บนผิว ดูดเลือด หรือกำลังฝังตัวบนผิวหนังของเรา ก็แทบที่จะไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของมัน หากปัดออกจากผิวทัน รอยมักจะหายไปเอง แต่ถ้าปล่อยให้เห็บเกาะผิวนานๆ หรือเอาออกไม่หมด ก็อาจมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อเป็นโรคร้ายแรงได้ เช่น โรคไลม์ ( lyme disease ) หรือโรคไข้ Rocky Mountain Spotted Fever เป็นต้น
วิธีรักษา : ง่ายที่สุดคืออย่าให้สภาพในบ้านสกปรก รกจนเห็บซ่อนตัวตามพื้นที่ในบ้านได้ เก็บกวาดทั้งตามซอกมุม ชั้นวางต่างๆ ให้สะอาดอยู่เสมอ ซักผ้าปูที่นอนบ่อยๆ หากมีน้องหมาน้องแมวในบ้าน อาจต้องพ่นสารกำจัดเห็บ และใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเห็บร่วมด้วย หากเจอเห็บกำลังเกาะตามแขนขา  ให้ใช้วาสลีนป้ายเคลือบให้ทั่วตัว มันจะขาดอากาศหายใจและหลุดไปเอง หรือใช้แหนบดึงขึ้นมาก็ได้ หากปากเห็บยังคาอยู่ที่ผิว ปล่อยไว้ให้หายเอง ไม่เป็นอันตราย แค่ล้างผิวให้สะอาดด้วยแอลกอฮอล์ ไอโอดีน สบู่และน้ำสะอาดก็พอ
เมื่อไหร่ที่ควรหาหมอ : หากรอยที่เห็บกัดไม่ยอมหาย แต่บวมแดงมากขึ้นเป็นวงคล้ายเป้ายิงปืน หรือเป็นไข้ขึ้นมาในช่วง 2-3 สัปดาห์ ควรรีบหาหมอโดยเร็วที่สุดค่ะ

5. รอยตัวเรือด (Bed Bug) กัด

อาการ : ตัวเรือดเป็นแมลงสีน้ำตาลเข้ม มักอาศัยตามซอกหรือขอบเฟอร์นิเจอร์ เช่น เตียง ตู้เสื้อผ้า ผนังแตก เมื่อโดนกัดมักมีแค่อาการเล็กน้อยถึงขั้นไม่มีเลย ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อชีวิตแต่อย่างใด ลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงคล้ายยุงกัด แต่บางคนที่มีอาการภูมิแพ้ตัวเรือด ก็อาจป่วยรุนแรงได้ หากถูกกัด รอยจะใช้เวลา 1-2 วันจึงเห็นชัดเจนบนผิว และมักขึ้นเรียงเป็นแถวตามแขนขา เป็นตุ่มแดง บวมเล็กน้อย มีอาการคันและระคายเคือง
วิธีรักษา : เหมือนกับที่รักษารอยยุงกัดทาครีมหรือโลชั่นแก้อาการคันไปตามอาการ ไม่ไปแคะแกะเกาจนผิวติดเชื้อ หากคันรุนแรงสามารถกินยาแก้แพ้ (  antihistamine ) เพื่อบรรเทาอาการได้
เมื่อไหร่ที่ต้องหาหมอ : มีอาการแพ้ตัวเรือดรุนแรง หากตุ่มแดงอักเสบและบวมแดงมากขึ้น หรือผ่านไปหลายวันแล้วอาการคันยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาหมอค่ะ

6. รอยผึ้งต่อย

อาการ : ความเจ็บปวดจากการโดนผึ้งต่อย ไม่ค่อยต่างกับมดคันไฟเท่าไหร่ คือปวดในระดับที่ไม่ถึงตายเมื่อโดนเหล็กไนจากผึ้งทิ่ม จะปวดผิวส่วนนั้นขึ้นมาทันที เกิดรอยบวม มีผื่นแดง และมีจุดสีขาวเหมือนรอยเข็มเล็กๆ ตรงผิวบริเวณที่ผึ้งปล่อยเหล็กไนไว้
วิธีรักษา : หากเจอผึ้งที่ฝังเหล็กไนค้างไว้ใต้ผิว ให้ใช้แหนบดึงออก แล้วล้างแผลให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดเพื่อไม่ให้เหลือพิษตกค้าง แล้วประคบด้วยเจลเย็น หรือใช้ผ้าเย็นห่อน้ำแข็งมาประคบก็ได้ค่ะ
เมื่อไหร่ที่ควรหาหมอ :หากรอยผึ้งต่อยมีอาการอักเสบมากขึ้น หรือมีอาการภูมิแพ้ผึ้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากผึ้งต่อยแล้วมีอาการหายใจลำบาก คอบวม ลิ้นบวม ชีพจรอ่อนแรง มึนหัวจะเป็นลม แปลว่าเธอมีอาการภูมิแพ้ขึ้นรุนแรง รีบไปโรงพยาบาลด่วน!

7. ผื่นแดงจากความร้อน (ที่ไม่ใช่แมลงกัด)

อาการ : ผื่นแดงคันจากสภาพแวดล้อมที่ร้อนชื้น อุณหภูมิสูง มักเกิดในบริเวณที่ชื้นของร่างกาย เช่น รักแร้ ขาหนีบ ข้อพับ โดยมีได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ผื่นรอยเล็กๆ ไปจนถึงแผลพุพอง ตุ่มน้ำ ตุ่มนูนแดงที่คันและเจ็บแสบผิว
วิธีรักษา : ระวังอย่าเผลอเกาจนผิวเกิดการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงบริเวณที่ร้อนชื้น ทาครีม hydrocortisone ตรงบริเวณที่เป็นผื่นหรือตุ่ม จะช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้
เมื่อไหร่ที่ควรหาหมอ : ปกติผื่นคันจากความร้อนจะหายได้เอง แต่ถ้าผื่นมีอาการอักเสบมากขึ้น หรือไม่ยอมหายภายในเวลา 2-3 วัน และมีอาการไข้ เจ็บแผล มีหนองร่วมด้วย รีบไปโรงพยาบาลให้ไวค่ะ

-------------------------
คิดว่าถ้าไม่ได้ไปที่แปลกๆ มา ในบทความนี้ก็น่าจะครอบคลุมแมลงทุกชนิดที่น่าจะเจอได้ในชีวิตประจำวันแล้วล่ะนะ ♡ ( ̄З ̄) อ่านจบตรงนี้แล้ว คิดว่าสาวซิสน่าจะพอแยกประเภทของตุ่มบนผิวเป็น รักษาได้อย่างถูกต้อง ผิวกลับมาสวยเนียนกริบได้แน่นอน! แต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้บ่อยๆ ก็ควรตัดไฟแต่ต้นลม พยายามรักษาความสะอาด อย่าทิ้งเศษขนมเรี่ยราด กวาดหยากไย่ เก็บลูกน้ำจากยุงลาย เปลี่ยนฟูกนอนเป็นระยะ ปิดมุ้งลวด ฉีดสเปรย์กันแมลง พวกมด ยุง เห็บ แมงมุม จะได้ไม่ถามหาให้คันคะเยอผิวนะคะ อิอิ (*´ I `)ノ゚สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน พบกันใหม่บทความหน้า เจอกันค่า See you next time!

ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...