โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิษน้ำมันแพงเรือเฟอร์รี่ดอนสัก-เกาะสมุย! ขึ้นค่าโดยสารคนละ 170 รถยนต์คันละ 550 บาท

แนวหน้า

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2565 เวลา 17.00 น.

วันที่ 18 มิ.ย.65 สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบัน ที่มีการปรับขึ้นรายวันอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบทำให้ดุลการค้าขาดดุลมากขึ้น เช่นเดียวกันกับเงินเฟ้อของไทยที่ตอบสนองต่อราคาพลังงานมากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคจากการบริโภคพลังงานในสัดส่วนที่สูงกว่า ดังนั้น เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เศรษฐกิจไทยจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ถึงแม้จะมีมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันจากภาครัฐบางส่วน

จากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการเรือโดยสารประเภทต่างๆ โดยเฉพาะเรือเฟอร์รี่ที่ให้บริการจากอำเภอดอนสัก มายังเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ขอปรับราคาค่าโดยสารตามราคาน้ำมันปัจจุบันจากคณะกรรมการในระดับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกาศการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าโดยสารเรือประจำว่า มติในที่ประชุม ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 ให้มีการปรับอัตราค่าโดยสารของเรือประจำทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในเส้นทางดอนสัก – เกาะสมุย เส้นทางเกาะสมุย - เกาะพะงัน และเส้นทางดอนสัก - เกาะพะงัน ของบริษัท ซีทรานเฟอร์รี่ จำกัด และบริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน)

โดยกำหนดอัตราค่าโดยสารใหม่โดยใช้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นตัวกำหนดอัตราค่าโดยสาร จึงขอเพิ่มค่าระวางการเดินเรือจากเดิม 3 ประเภทคือผู้โดยสารจาก 150 บาท เป็น 170 บาท มอเตอร์ไซค์ จาก 200 บาท เป็น 230 บาท และรถยนต์ 4 ล้อจาก 470 บาท เป็น 550 บาท โดยจะมีผลในการเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.65 นี้

สำหรับราคาน้ำมันหน้าปั๊มน้ำมันบนเกาะสมุยมีราคาต่างชาติฝั่งแผ่นดินใหญ่ โดยมีส่วนต่างต่อลิตร 2 บาท ประกอบด้วยน้ำมันดีเซล บี 7 ลิตรละ 37.10 บาท เบนซิน 95 ลิตรละ 57.32 บาท แก๊ซโซฮอล์ 91 ลิตรละ 47.24 บาท และแก๊ซโซฮอล์ 95 ลิตรละ 47.51 บาท ทำให้ราคาต้นทุนในการใช้ชีวิตและประกอบธุรกิจของประชาชนและผู้ประกอบการบนเกาะมีต้นทุนที่สูง ส่งผลกระทบอย่างมากทำให้สินค้าอุปโภคและบริโภคปรับราคาสูงขึ้น

นายปราโมทย์ วันเพ็ญ นักธุรกิจที่ต้องเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ในการทำธุรกิจกล่าวว่า สำหรับค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่ที่เก็บจากผู้นำรถลงเรือโดยจะมีการปรับราคาเป็น 550 บาทเป็นราคาที่สูงมาก ซึ่งตนเองต้องเดินทางเป็นประจำเพราะมีธุรกิจที่เกาะสมุยและฝั่งแผ่นดินใหญ่และต้องดูแลสวนด้วย ปกติ่อนราคาน้ำมันปรับขึ้นตนเองเดินทางต่อครั้งใช้เงินสามถึงสี่พันบาท แต่เมื่อราคาน้ำมันปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องจะต้องมีเงินติดกระเป๋าเดินทางครั้งหนึ่งไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง ปัญหาราคาน้ำมันที่สูงขึ้นตนเองดูแล้วผู้ที่รับผิดชอบไม่รู้สึกเดือดร้อนต่อความทุกข์ของประชาชน อยากฝากถึงรัฐบาลให้ดูแลเรื่องค่าของชีพโดยเฉพาะราคาน้ำมันให้ถูกลงหากทุกอย่างถูกลงชาวบ้านก็จะอยู่กันได้

นางสุพิณ ธงทวัฒน์ เจ้าของร้านข้าแกงป้าพิณ กล่าวว่า ทางร้านได้พยายามตรึงราคาข้าวแกงไม่ให้สูงขึ้นแต่เราก็ไม่สามารถตรึงราคาอยู่ไหวจนต้องปรับราคาขึ้นจากลูกค้าอีก 10 บาทโดยแกงหนึ่งถุงจากราคา 30 บาทปรับราคาขึ้นเป็น 40 บาท เพื่อต้องการให้เราอยู่ได้ลูกค้าอยู่ได้ ซึ่งทางร้านต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงถึงแม้ร้านจะขึ้น 10 บาทก็ตาม ด้วยต้นทุนที่สูงเพราะสินค้าที่ซื้อมาผลิตมีราคาต้นทุนที่สูง โดยต้นทุนวัตถุดิบบางอย่างมีการปรับราคาขึ้นสูง 50 บาทถึง 100 บาทต่อกิโลกรัม ราคาสินค้าที่แพงส่งผลให้ลูกค้าได้รับผลกระทบ ถึงแม้ตนจะพยายามประนีประนอมแล้วสุดท้ายก็ต้องปรับขึ้นราคา เนื่องจากราคาน้ำมันส่งผลกระทบกับต้นทุนการผลิตที่เป็นวัตถุดิบนั่นเอง

ด้านายสันต์ ทองสุข ประธานคณะกรรมการชุมชนท่าเรือหน้าทอนกล่าวว่า จากการที่เราติดตามข่าวมาตลอดว่าอ่าวไทยอมีแหล่งน้ำมันที่มีแท่นขุดเจาะกันหลายหลุมหลายบ่อ แต่เราก็สงสัยว่าน้ำมันเหล่านี้ที่เป็นของคนไทยมีราคาที่แพงกว่าปกติเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ รวมทั้งเกาะสมุยราคาน้ำมันต่างจากบนฝั่งประมาณ 2 บาทต่อลิตร ทำให้การเติมน้ำมันแต่ละครั้งของชาวเกาะสมุยต้องใช้น้ำมันแพงกว่าคนบนฝั่ง ส่งผลถึงการท่องเที่ยวที่ขนาดนี้เริ่มมีการชะลอตัวเนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีปัญหาตามมาเช่นราคาค่าโดยสารเรือเฟอรี่ รถโดยสาร ค่าขนส่ง ซึ่งจะส่งผลให้ทุกอย่างมันบนเกาะสมุยมีราคาแพงขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งมีผลต่อการท่องเที่ยวร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วจะส่งผลกระทบต่อชาวเกาะสมุยที่จะขาดรายได้ จะทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่วเกาะสมุย - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...