เปิดภาพความเสียหายเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ชาวบ้านเรียกร้องยุติรุนแรง
วันนี้ (23 ก.ค.2569) จากกรณีผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ ใส่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบูเก๊ะซามี เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้เสียชีวิต 5 นาย และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 6 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2569 เวลา 18.45 น. โดยหลังก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุจะนำรถยนต์คันก่อเหตุไปเผาทำลายหลักฐานที่ บ้านคอลอกาแว ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส
นางฟัรฮะห์ อับรู ชาวบ้านบริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส ระบุว่า ภายในบ้านเสียหายเกือบทั้งหมด รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่กี่เดือน ก็ถูกเพลิงไหม้ทั้งคัน ซึ่งขณะเกิดเหตุนั้น ตนอยู่ภายในบ้านพร้อมกับสามี เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงระเบิด และเกิดเพลิงไหม้ภายในบ้าน ซึ่งไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะก่อเหตุในย่านชุมชน และอยากให้ผู้ก่อเหตุนั้นหยุดทำร้ายประชาชนเสียที
นางฟัรฮะห์ บอกว่า เสียใจอย่างมาก โดยเฉพาะทหารที่เสียชีวิตบ้านก็อยู่ติดกัน และในช่วงน้ำท่วมก็มาช่วยชาวบ้านเสมอ และก่อเหตุกลางชุมชนก็ทำให้เห็นว่า คนกลุ่มนี้ไม่คำนึงถึงชีวิตประชาชนเลย
"ตอนนั้น คนในบ้าน 5 คนกำลังละหมาดอยู่ ละหมาดยังไม่เสร็จ เสียงปืนก็ดังลั่นเลย ทุกคนก็หมอบกันหมด ตกใจมาก ตอนนี้ก็ยังตกใจ ไม่อยากเข้าไปอยู่ในบ้าน มันรุนแรงมาก ถามคนที่ทำแบบนี้ว่ายังเป็นคนอยู่ไหม ชาวบ้านเต็มไปหมดตอนยิง และก็สงสารทหารที่เขาก็ดีกับชาวบ้านมาตลอด" นางฟัรฮะห์ กล่าว
ขณะที่บ้านอีกหลังที่ใกล้เคียงกัน พบร่องรอยกระสุนนับ 10 นัด บนประตูบ้านซึ่งลูกวัย 10 ขวบ ถูกกระสุนได้รับบาดเจ็บ
ส่วนบรรยากาศ ในที่เกิดเหตุบ้านเรือนของชาวบ้านตลอดแนวถนน ซึ่งเป็นย่านชุมชนยังคงปิดสนิท ชาวบ้านบางคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ บอกว่า ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุความรุนแรงในชุมชนเช่นนี้
โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและให้กำลังใจนายทหาร ที่ยังคงปฏิบัติการในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยระมัดระวังและปฏิบัติงานอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการตั้งด่านตรวจต่าง ๆ ซึ่งเป็นภารกิจประจำ ทำให้ผู้ก่อเหตุอาจจะอาศัยช่องว่างนี้ ในการเข้ามาก่อเหตุรุนแรง โดยไม่เลือกว่าจุดก่อเหตุนั้นจะอยู่ใกล้ชุมชนเพียงใด
ขณะที่การตรวจสอบเลขทะเบียนรถยนต์ที่นำมาก่อเหตุ เบื้องต้นพบว่าเป็นรถยนต์ที่ถือครองโดยมีเจ้าของ ซึ่งมีภูมิลำเนาที่ ต.จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา แต่ต้องตรวจสอบว่า เป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอม หรือเป็นรถที่ขโมยมาหรือไม่ และต้องเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามกลุ่มก่อเหตุ ที่อยู่บนรถกระบะ รวมถึงอีก 2 คนที่ขับรถจักรยานยนต์ประกบมา และนำอาวุธปืนประจำกายของเจ้าหน้าที่ AK-47 จำนวน 3 กระบอก เสื้อเกราะกันกระสุนจำนวน 3 ตัว และโทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง ของกำลังพลที่เสียชีวิต หลบหนีไปด้วย
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืน 3 ชนิดของกลุ่มก่อเหตุ คือ ปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 อาก้า และปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 11 มม. รวมทั้งปลอกกระสุนปืนชนิดต่าง ๆ ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุคัดออกจากลำกล้องที่ติดขัด รวมกว่า 100 ปลอก
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน ซึ่งเป็นชาวบ้าน หลายคนยังอยู่ในอาการตกใจ โดยเฉพาะผู้ปกครองของเด็กเล็กวัย 10 ขวบ ที่ร่ำไห้ เพราะความห่วงใยบุตรหลาน ที่ถูกกระสุนที่บริเวณโคนขาที่ยังนอนรักษา ขณะที่อีก 5 คน แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว
เหตุรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรตันหยงหลังเก่า ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวอาคาร ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ยังให้น้ำหนักความเชื่อมโยงไปที่กลุ่มสร้างสถานการณ์ในพื้นที่
อ่านข่าว :
สดุดี 5 ทหารกล้า เสียชีวิตเหตุยิง-ขว้างไปป์บอมบ์จุดตรวจบูเก๊ะซามี นราธิวาส
วงจรปิดจับนาทีถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี พบกระบะก่อเหตุถูกเผาทำลายหลักฐาน
เกิดเหตุยิง-ปาระเบิดใส่จุดตรวจ จ.นราธิวาส - ทหารพรานเสียชีวิต 5 ปชช.เจ็บ 5