โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

มองเหตุผลค้าน ‘ร่วมจ่าย-แก้ พ.ร.บ.บัตรทอง’ ย้ำ รัฐต้องบริหารจัดการรัฐสวัสดิการ ไม่ใช่ลดทอน

Thai PBS

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ผอ. iLaw ตั้งข้อสังเกต กมธ.สาธารณสุข สว. ชงแก้ พ.ร.บ.บัตรทอง สะท้อนที่มา ไม่ยึดโยงประชาชน ขณะที่ กรรมการบอร์ด สปสช. สัดส่วนภาคประชาชน ระบุ ยังไม่เห็นความจำเป็นแก้กฎหมายในเวลานี้ ย้ำจุดยืน ค้านแนวทาง ‘ร่วมจ่าย’ ทุกรูปแบบ

วันนี้ (23 ก.ค. 2569)นิมิตร์ เทียนอุดม กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สัดส่วนภาคประชาชน ให้สัมภาษณ์ The Active ถึงความเคลื่อนไหวในการเสนอ แก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ผ่านหลายช่องทางว่า ส่วนตัวยังไม่ได้ติดตามรายละเอียดของร่างแก้ไขดังกล่าว เพราะมองว่า ณ เวลานี้ ยังไม่ใช่วาระสำคัญที่จำเป็นต้องเร่งแก้กฎหมาย

หากในอนาคตมีการเดินหน้าแก้ไขกฎหมายจริง สิ่งสำคัญคือการติดตามเนื้อหาอย่างใกล้ชิด และให้ข้อมูลกับประชาชนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทั้งข้อดีและข้อเสีย เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิกว่า 48 ล้านคนรับรู้และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

สำหรับข้อเสนอที่ต้องการปรับสัดส่วนคณะกรรมการ สปสช. เพื่อเพิ่มตัวแทนผู้ให้บริการ นิมิตร์ ระบุว่า ข้ออ้างที่ว่าผู้ให้บริการไม่มีพื้นที่ในระบบนั้น ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะผู้ให้บริการมีส่วนร่วมอยู่แล้วทั้งในคณะกรรมการหลัก และคณะอนุกรรมการชุดสำคัญต่าง ๆ ทุกประเด็นที่เข้าสู่การพิจารณาของบอร์ดผ่านการหารือร่วมกันมาตลอด มีทั้งความเห็นด้วยและเห็นต่าง รวมถึงการทักท้วงจากฝ่ายผู้ให้บริการ

“ถ้าดูรายชื่อกรรมการและอนุกรรมการแต่ละชุด จะเห็นว่าผู้ให้บริการมีที่ยืนอยู่แล้ว ดังนั้นจะบอกว่าไม่มีพื้นที่จึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง”

นิมิตร์ เทียนอุดม

นิมิตร์ เทียนอุดม กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สัดส่วนภาคประชาชน

นิมิตร์ ยังเห็นว่า ประเด็นที่อาจกระทบต่อประชาชนควรถูกสื่อสารต่อสาธารณะมากกว่าการยึดติดกับการรักษาความลับในการประชุม เพราะผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรรับรู้ข้อมูลร่วมกัน

ะบุ “จัดซื้อยารวม” ทำได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมาย

อีกหนึ่งข้อเสนอที่ถูกหยิบยกคือ การแก้กฎหมายเพื่อให้ สปสช. สามารถจัดซื้อยารวมได้นั้น นิมิตร์ เห็นว่า ปัจจุบันมีกลไกดำเนินการอยู่แล้ว โดย สปสช. มีคณะอนุกรรมการด้านการจัดหายาราคาแพง ซึ่งมีตัวแทนจากหลายหน่วยงานร่วมกันวางแผนจัดซื้อ

โดยยาราคาแพงหรือยาพิเศษจะมีการวางแผนล่วงหน้าทั้งปี ก่อนมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดซื้อและบริหารจัดการ ขณะที่ยาทั่วไปซึ่งอยู่ในงบเหมาจ่ายรายหัว กระทรวงสาธารณสุขและเครือข่ายโรงพยาบาลก็มีระบบจัดซื้อร่วมในระดับเขตบริการสุขภาพอยู่แล้ว

“ถ้าจะบอกว่าต้องแก้กฎหมายเพื่อให้จัดซื้อรวมได้ ต้องกลับไปดูรายละเอียด เพราะหลายเรื่องทำได้อยู่แล้วตามกลไกที่มี”

นิมิตร์ เทียนอุดม

เงินเดือนบุคลากรต้องศึกษารายละเอียด ไม่ใช่แค่แยกหรือไม่แยก

ส่วนข้อเสนอให้แยกงบฯ เงินเดือนบุคลากรออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว นิมิตร์ ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องศึกษารายละเอียดมากกว่าการตั้งคำถามว่าจะ“แยก” หรือ “ไม่แยก” โดยเงินเดือนเป็นต้นทุนสำคัญของระบบสุขภาพ การปรับเปลี่ยนจะต้องพิจารณาผลกระทบต่อทุกระบบประกันสุขภาพ รวมถึงบทบาทของสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และหน่วยบริการของรัฐ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความแตกต่างระหว่างแต่ละเขตสุขภาพ เนื่องจากบางพื้นที่มีข้าราชการจำนวนมาก บางพื้นที่มีน้อย ทำให้ผลกระทบจากการบริหารงบฯ เงินเดือนแตกต่างกัน

“รายละเอียดเรื่องเงินเดือนมีมากกว่าการบอกว่าแยกหรือไม่แยก ต้องดูว่าจะบริหารอย่างไรให้เหมาะสม หลายประเด็นสามารถหารือและปรับปรุงผ่านกลไกที่มีอยู่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย”

นิมิตร์ เทียนอุดม

เสนอใช้เวทีบอร์ดหารือก่อนแก้กฎหมาย

นิมิตร์ ยังเห็นว่า ประเด็นใดที่ควรปรับปรุง สามารถนำเข้าสู่วาระการประชุมของคณะกรรมการ สปสช. ได้ โดยฝ่ายเลขานุการและประธานบอร์ดสามารถกำหนดวาระเพื่อร่วมกันศึกษาและหาทางออก

“ถ้ามีปัญหาอะไรที่อยากแก้ ก็เอาเข้ามาคุยในบอร์ด ศึกษาร่วมกันก่อน ถือเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมที่เหมาะสม”

นิมิตร์ เทียนอุดม

ย้ำไม่เห็นด้วย! “ร่วมจ่าย” ทุกรูปแบบ

สำหรับข้อเสนอเรื่องการให้ผู้ใช้สิทธิบัตรทองร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการร่วมจ่ายตามฐานรายได้ ร่วมจ่ายค่ายานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ หรือรูปแบบอื่น ๆ นั้น นิมิตร์ ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการร่วมจ่ายทุกกรณี โดยให้เหตุผลว่า ภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนแต่ละคนไม่เท่ากัน หากต้องร่วมจ่ายเมื่อเจ็บป่วย จะสร้างภาระให้กับผู้มีรายได้น้อย และประเทศไทยยังไม่มีระดับรายได้เฉลี่ยของประชาชนที่พร้อมรองรับระบบดังกล่าว

พร้อมยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นว่า การร่วมจ่ายเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลพัฒนาเศรษฐกิจจนประชาชนมีรายได้เพียงพอ ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยการผลักภาระให้ประชาชน

“ผมไม่เอาเรื่องร่วมจ่ายทุกกรณี หากรัฐต้องการให้ประชาชนมีส่วนรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ควรใช้ระบบภาษีเป็นเครื่องมือ หรือ ร่วมจ่ายก่อนป่วย มากกว่าการเรียกเก็บเงิน ณ จุดรับบริการเมื่อประชาชนเจ็บป่วยแล้ว”

นิมิตร์ เทียนอุดม

ค้านร่วมจ่ายแม้เป็นยานอกบัญชียาหลักฯ

เมื่อถูกถามถึงแนวคิดให้ผู้ป่วยร่วมจ่ายเฉพาะกรณีใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ นิมิตร์ ก็ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วย โดบอธิบายว่า บัญชียาหลักแห่งชาติผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ เพื่อคัดเลือกยาที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และครอบคลุมการรักษาโรคส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนยาที่อยู่นอกบัญชีมักเป็นยาที่มีราคาสูง หรือยังไม่มีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับยาที่มีอยู่

“หลักการเบื้องต้นคือใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งครอบคลุมการรักษาอยู่แล้ว”

นิมิตร์ เทียนอุดม

ย้ำ “บัตรทอง” คือรัฐสวัสดิการ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องลดทอน

ช่วงท้าย นิมิตร์ ยังย้ำว่า ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นรัฐสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่รัฐมีหน้าที่จัดให้ประชาชนอย่างทั่วถึง ไม่ใช่เรื่องที่จะถูกลดทอน แต่ทุกฝ่ายควรร่วมกันหาทางทำให้ระบบมีความยั่งยืน

หากโรงพยาบาลประสบปัญหาจากการให้บริการ ก็ควรนำปัญหามาหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ไข มากกว่าการมุ่งแก้ไขกฎหมายโดยไม่มีเหตุผลรองรับที่ชัดเจน

“บัตรทองเป็นเรื่องรัฐสวัสดิการ เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องจัดให้ประชาชน แล้วก็มาช่วยกันดูว่าจะบริหารจัดการรัฐสวัสดิการนี้ให้ยั่งยืนได้อย่างไร”

นิมิตร์ เทียนอุดม

ผอ.iLaw ชี้ กมธ.สาธารณสุข สว. เสนอแก้ กม.บัตรทอง สะท้อนที่มาไม่ยึดโยงประชาชน

สอดคล้องกับมุมมองของ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ก็ให้ความเห็นถึง กรณีคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ผลักดันแนวทางแก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ว่า แม้แนวคิดดังกล่าวจะถูกหยิบยกขึ้นมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งผลักดันอย่างจริงจัง เพราะตระหนักว่าระบบหลักประกันสุขภาพเป็นประโยชน์ต่อประชาชนหลายสิบล้านคน และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึง

“แม้แต่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาจากการรัฐประหาร ก็ยังไม่เคยเสนอเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะทราบดีว่าประชาชนจะไม่เห็นด้วย”

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)

ทั้งนี้หากมีการกำหนดให้ประชาชนต้องร่วมจ่ายค่ารักษาในสัดส่วนที่สูง อาจส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิต และเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่สามารถยอมรับได้ จึงไม่มีรัฐบาลใดต้องการผลักดันนโยบายลักษณะดังกล่าว

ยิ่งชีพ ยังมองว่า สถานการณ์ในปัจจุบันแตกต่างออกไป เนื่องจากข้อเสนอแก้ไขกฎหมายครั้งนี้มาจากสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ทำให้ไม่ต้องกังวลต่อแรงกดดันหรือคะแนนนิยมทางการเมือง อีกทั้งสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันยังไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งต่อได้เมื่อครบวาระ 5 ปี จึงกล้าเสนอประเด็นที่รัฐบาลซึ่งยึดโยงกับประชาชนไม่กล้าดำเนินการ

“เรื่องนี้สะท้อนปัญหาของที่มาของ สว. เมื่อไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ก็สามารถเสนอสิ่งที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งไม่กล้าเสนอได้ เช่น การแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ”

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์

นอกจากนี้ ยิ่งชีพ ยังตั้งข้อสังเกตถึงองค์ประกอบของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โดยระบุว่า สมาชิกหลายคนเป็นอดีตข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งยังคงได้รับสิทธิรักษาพยาบาลในระบบสวัสดิการข้าราชการ รวมทั้งได้รับบำนาญ และเมื่อดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภายังได้รับสวัสดิการเพิ่มเติมอีก

“บุคคลกลุ่มนี้ไม่ได้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง แต่กลับเป็นผู้เสนอแก้ไขกฎหมายที่มีผลโดยตรงต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งต้องพึ่งพาระบบดังกล่าวในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาล”

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์

สำหรับประเด็นการได้มาของสมาชิกวุฒิสภา ยิ่งชีพ ระบุว่า จากข้อมูลที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบ มีสมาชิกวุฒิสภา 138 คน อยู่ในกระบวนการตรวจสอบกรณีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยในจำนวนนี้ สมาชิกคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขเกือบทั้งหมด หรือ 17 จาก 18 คน เป็นผู้ที่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบดังกล่าว

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาถึงสมาชิกวุฒิสภาในประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่ถือเป็นที่สุดตามกระบวนการยุติธรรม โดยผู้ถูกกล่าวหาทุกคนยังได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เหตุลอบยิงทหารพราน จ.นราธิวาส พบภาพสร้างจาก AI เพิ่มความคมชัดกล้องวงจรปิด ไม่อาจระบุได้ว่า “รอยสัก” เป็นภาพจริงหรือไม่ ?

51 นาทีที่แล้ว

‘พัฒนา’ ยันไม่ล้ม ‘บัตรทอง’ พร้อมฟังข้อเสนอแก้กฎหมาย เบรกคอมเมนต์ ‘ร่วมจ่าย’

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สุขภาพ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...