โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม การปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว

สวพ.FM91

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม การปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)

วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) โดยมี พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยคณะผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานด้านการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย

โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย โดยจากข้อมูลสถิติการจับกุมและตรวจยึดยาบ้า โดยศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ส. พบว่า ในห้วงปี พ.ศ. 2568 ประเทศไทยสามารถจับกุมคดีที่เกี่ยวกับการลักลอบลำเลียงยาบ้าเข้าสู่ประเทศในพื้นที่ตามชายแดน ไทย - ลาว จำนวน 370 คดี และตรวจยึดของกลางยาบ้าได้มากถึง 415 ล้านเม็ด ซึ่งสูงกว่าในพื้นที่ตามชายแดน ไทย - เมียนมา สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางและแนวโน้มการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ปัจจุบันเครือข่ายนักค้ายาเสพติดเลือก สปป.ลาว เป็นพื้นที่ทางผ่าน เช่นเดียวกันกับประเทศไทย

ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะ ได้รับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงราย เกี่ยวกับสภาพภูมิประเทศ สถานการณ์การลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ แนวทางการปฏิบัติการสกัดกั้นตามแนวลำน้ำโขง ตลอดจนหารือแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ตามแนวชายแดน โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ พร้อมทั้งมอบสิ่งของจำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ จำนวนทั้งสิ้น 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย

1) หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตากกองกำลังผาเมือง 2) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงราย 3) ปกครองอำเภอเชียงแสน 4) ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน 5) ศุลกากรเชียงแสน และ 6) สถานีตำรวจภูธรเชียงแสน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งตลอดมา

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะ ได้เดินทางทางเรือจากจุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำไปยังท่าเรือบ้านมอม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามลำน้ำโขง ตลอดจนได้เดินทางและศึกษาเส้นทางบกและการดำเนินงานสกัดกั้นยาเสพติดของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของแขวงบ่อแก้ว และจุดตรวจยาเสพติดบ้านน้ำเกิ่ง โดยได้หารือแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานให้การสกัดกั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนทางการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกัน และหารือร่วมกันเพื่อยกระดับในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว

หลังจากนั้น คณะได้เดินทางไปยังจุดตรวจยาเสพติดน้ำเกิ่ง เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดตรวจที่ฝ่ายไทยให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ของ สปป.ลาว ภายใต้ความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างสองประเทศ ซึ่งในห้วง 12 ปีที่ผ่านมา สปป.ลาว ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากถึง 66,776,373 บาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของด่านตรวจยาเสพติดใน 5 แขวงของ สปป.ลาว (7 ด่านตรวจยาเสพติด) ได้แก่ แขวงบ่อแก้ว (ด่านน้ำเกิ่ง ด่านน้ำทุง และด่านปากทา) แขวงหลวงน้ำทาแขวงอุดมไซ แขวงบอลิคำไซ และแขวงเวียงจันทน์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ตั้งแต่พื้นที่ต้นทาง ก่อนเข้าสู่ประเทศไทยและประเทศอื่นในภูมิภาค

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะผู้แทนไทย ได้ประชุมหารือร่วมกับฝ่าย สปป.ลาว นำโดย พลจัตวา จันพอนเพ็ด คำสี หัวหน้ากองบัญชาการป้องกันความสงบ แขวงบ่อแก้ว และพันเอก จันทอน เฮืองคำไซ หัวหน้าสำนักงานตรวจตราและควบคุมยาเสพติด เกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนและแนวทางการยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ แนวโน้มการลักลอบลำเลียงยาเสพติด และมาตรการบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดน พร้อมทั้งนำคณะศึกษาสภาพพื้นที่และเส้นทางที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดมาตรการสกัดกั้นและการปฏิบัติการร่วมระหว่างสองประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกัน การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ได้รับทราบข้อเท็จจริง สภาพปัญหา และข้อจำกัดในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายและสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยืนยันว่า กระทรวงยุติธรรมและสำนักงาน ป.ป.ส. จะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนและส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง อันเป็นกลไกสำคัญในการลดการแพร่ระบาดของยาเสพติด ลดผลกระทบต่อประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของประเทศตลอดจนภูมิภาคอย่างยั่งยืน

อนึ่ง นอกจากในมิติของการสกัดกั้นยาเสพติดแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมถึงการสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับของทางการไทยที่เข้ามาหลบหนีอยู่ใน สปป.ลาว ด้วย ซึ่งหลบซ่อนในหลายแขวงของ สปป.ลาว รวมถึงแขวงบ่อแก้ว ที่คาดว่าจะมีจำนวนไม่น้อยเช่นและผู้ต้องหาเหล่านี้ยังคงมีพฤติการณ์ที่เกี่ยวพันกับเครือข่ายการค้ายาเสพติด และเข้ามาขยายเครือข่าย ยกระดับเป็นอาชญากรข้ามชาติ สร้างความเดือดร้อนให้กับทั้งสองประเทศ โดยในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานด้านยาเสพติดส่วนกลางของ สปป.ลาว ส่งตัวผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับรายสำคัญ 2 ราย ที่นครหลวงเวียงจันทน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...